เดือน: สิงหาคม 2014

  • จี้ออกกม.แก้ปัญหาอุ้มบุญ

    จี้ออกกม.แก้ปัญหาอุ้มบุญ

    เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่2 ปี 57 ว่า ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนการรับตั้งครรภ์ทั้งระบบเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพราะที่ผ่านมาปัญหาการรับจ้างตั้งครรภ์แทนหรืออุ้มบุญเชิงพาณิชย์ โดยใช้ช่องทางบริการทางการแพทย์ในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะประเทศไทยไม่มีกฎหมายมาบังคับใช้ในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นช่องทางให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากช่องว่างทางกฎหมาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งด้านกฎหมายจริยธรรม สังคม และสุขภาพ อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันภาครัฐต้องเข้มงวดในการควบคุมสื่อออนไลน์โดยเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที ไม่ให้สถานพยาบาลหรือสถานให้บริการทางการแพทย์ ใช้สื่อออนไลน์เป็นช่องทางนำไปสู่ธุรกิจดังกล่าวและต้องให้สถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการการตั้งครรภ์แทนแก่แม่อุ้มบุญปฏิบัติตามข้อบังคับของแพทยสภาอย่างเคร่งครัด ขณะที่สถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยยังจำเป็นต้อร่วมมือแก้ไขอย่างบูรณาการเพราะล่าสุดไทยถูกประเมินต่ำสุดให้อยู่ในระดับกลุ่มเทียร์3 ซึ่งมีผลกระทบต่อแรงงาน เศรษฐกิจ และสังคม จึงต้องเป้องกันประชาชนกลุ่มเสี่ยงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์ รวมทั้งเร่งพิจารณาประเด็นข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยตามรายงานทิปรีพอร์ต และดำเนินการสอบทานตรวจสอบความถูกต้องของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและชี้แจงในรายงานผลการดำเนินงานด้านการค้ามนุษย์ที่จะเสนอต่อสหรัฐอเมริกาในการประเมินรอบต่อไปโดยให้ความสำคัญด้านการจับกุม และดำเนินคดีทั้งกระบวนการ ขณะเดียวกันต้องแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังโดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำผิดฐานค้ามนุษย์รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจประมงโดยดำเนินคดีและลงโทษเจ้าของเรือ ไต้ก๋ง ที่บังคับใช้แรงงานลูกเรือเยี่ยงทาสและพัฒนาระบบข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ยังต้องหาแนวทางลดอุบัติเหตุการจราจรทางบกจากรถตู้โดยสารสาธารณะอย่างจริงจังเพราะจากข้อมูลในช่วงไตรมาส2ปี57 มีอุบัติเหตุจราจรเพิ่มขึ้น 5.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ซึ่งสถิติส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากรถตู้โดยสารโยแต่ละเดือนจะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 6 คน ขณะที่ครึ่งแรกของปี 57 มีรถตู้สาธารณะเกิดอุบัติเหตุจำนวน 377 ครั้งสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก การขับขี่ด้วยความประมาท ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเพื่อวิ่งหลายรอบต่อวันคนขับหลับในสภาพร่างกายไม่พร้อม สภาพรถตู้ไม่พร้อมใช้งาน อย่างไรก็ตามหลังจากคสช.เข้ามาบริหารประเทศได้ให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะแม้จะดูแลเรื่องความปลอดภัยได้ดีขึ้น แต่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่ช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้ออกกม.แก้ปัญหาอุ้มบุญ

  • แม็คกรุ๊ปรายได้พุ่ง

    แม็คกรุ๊ปรายได้พุ่ง

    นางปรารถนา มงคลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องแต่งกายภายใต้ชื่อ แมคยีนส์ เปิดเผยว่า ในปีนี้รายได้ของบริษัทอาจเกินเป้าหมายที่วางไว้25 % จากปีก่อนอยู่ที่ 3,017 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้จะมีการรับรู้รายได้เต็มปีของธุรกิจที่ได้ซื้อกิจการมาในปีที่แล้วอย่างธุรกิจนาฬิกาไทม์ เดคโค ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งหลัง และเป็นฤดูกาลของการจับจ่ายใช้สอยจะผลักดันให้รายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ “ในขณะนี้ความเชื่อมั่นในประเทศมีเพิ่มมากขึ้นแต่ในขณะเดียวกันเงินในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคยังขาดสภาพคล่องพอสมควรโดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรที่ปัจจุบันราคายาง และพืชผลทางการเกษตรยังคงตกต่ำซึ่งมองว่าไตรมาส 3 รายได้อาจอยู่ระดับใกล้เคียงกับในไตรมาส 2 แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าการฟื้นตัวจะชัดเจนในช่วงไตรมาส4 ตามซีซั่นนิ่งของการช๊อปปิ้ง” สำหรับการซื้อกิจการเพิ่มเติมขณะนี้กำลังประเมินอยู่ทั้งสิ้น3 บริษัท ในกลุ่มเสื่อผ้าเครื่องแต่งกาย,เครื่องบำรุงผิว และเครื่องประดับโดยคาดหวังว่าในปีนี้จะสามารถเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นจำนวน 1 บริษัท ที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ500 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นความคุ้มค่าของผลตอบแทนที่ได้รับและแนวโน้มการเติบโตที่จะช่วยผลักดันรายได้ของบริษัทเป็นสำคัญ นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้ในต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 1%เป็น 10% ภายในปี 61 โดยขณะนี้มีตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่ประเทศลาว,เมียนมาร์และเวียดนาม ซึ่งบริษัทจะพยายามขยายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียนภายใน 5ปีนี้ และอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อตั้งตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซียเพิ่มเติม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แม็คกรุ๊ปรายได้พุ่ง

  • สศช.เปิดภาวะสังคมรัฐอัดเงินไม่ช่วยหายจน

    สศช.เปิดภาวะสังคมรัฐอัดเงินไม่ช่วยหายจน

    นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณรองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาสที่2 ปี 57 ว่า ภาครัฐควรมีนโยบายอุดหนุนและให้ความช่วยเหลือเด็กในครัวเรือนที่ยากจนอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องเงินและสิ่งของ เพื่อให้เกิดการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม เพราะที่ผ่านมาแนวทางการอุดหนุนจากรัฐส่วนใหญ่ที่มุ่งเน้นตัวเด็กโดยเฉพาะการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแบบเฉพาะหน้า ไม่ประสบผลสำเร็จ และไม่ได้ช่วยยกระดับให้พ้นจากความยากจนเช่น การให้เงินช่วยเหลือสำหรับหญิงหม้ายและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภาคใต้เงินช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน ทุนการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส และการแจกจักรยานในพื้นที่ห่างไกลเพราะการดำเนินแนวทางดังกล่าว มักขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละรัฐบาล คาดการเรื่องงบประมาณไม่ได้และบางโครงการก็ไม่ได้ดำเนินการแล้ว “การส่งเสริมพัฒนาการให้สมวัย รวมทั้งการคุ้มครองทางสังคมนั้นปัจจุบันกลุ่มเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน โอกาสที่จะได้รับสวัสดิการยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ดังนั้นรัฐจึงต้องดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ โดยกำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะ และต้องดูเป็นระบบมากขึ้นมีระบบข้อมูลที่ชัดเจนว่า เป็นเด็กหรือครัวเรือนที่ยากจนจริง ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถดูแลแบบประชานิยมได้เพราะจะกระทบกับสถานะทางการคลังในระยะยาวแน่นอน” ทั้งนี้ยังเห็นว่า การอุดหนุนทางการศึกษาและการรับบริการแม้จะครอบคลุมแล้วแต่ยังมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการเข้าถึง โดยเฉพาะกลุ่มคนจน รวมทั้งปัญหาคุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยที่ต้องแก้ไขเพราะมีส่วนเสริมพัฒนาของเด็ก การศึกษา และพัฒนาสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล ส่วนการคุ้มครองด้านสังคมปัจจุบันยังไม่มีโครงการคุ้มครองเด็กก่อนเข้าโรงเรียน (0-2 ปี) ทุกคนโดยตรงการเลี้ยงดูเด็กในกลุ่มดังกล่าวต้องเป็นภาระของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ส่วนเด็กอายุ 3-4ปี ในครัวเรือนที่ยากจน ยังเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดไม่ได้เข้าระบบโรงเรียนจะไม่ได้รับการอุดหนุนทั้งอาหารและพัฒนาทักษะ ขณะเดียวกันครัวเรือนยากจนส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กและผู้สูงอายุหรือเป็นแรงงานนอกระบบ ทำให้เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้รับการอุดหนุนจากสิทธิประโยชน์ของพ่อแม่แล้วยังมีความลำบากในการเลี้ยงดูเด็กอาจทำให้ไม่ได้รับอาหารอย่างเพียงพอและการเลี้ยงดูที่เหมาะสม ส่งผลต่อพัฒนาการสติปัญญา และอารมณ์ของเด็ก อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการคุ้มครองทางสังคมที่จัดโดยภาครัฐแล้วในระดับชุมชนต้องจัดสวัสดิการเพิ่มเติมด้วย เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชนกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการ แต่ปัจจุบันการดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวยังมีเฉพาะพื้นที่ที่มีความเข้มแข็ง ยังไม่ได้กระจายไปยังกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าสู่บริการได้นอกจากนี้รูปแบบการคุ้มครองทางสังคมในเด็กนโยบายส่วนใหญ่ยังอิงกับการตัดสินใจทางการเมืองเฉพาะกิจ ทำให้คาดเดาไม่ได้ว่าเด็กจะได้รับการอุดหนุนทุนการศึกษาจากรัฐอย่างต่อเนื่องซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญต่อการเข้าเรียนของเด็กยากจน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศช.เปิดภาวะสังคมรัฐอัดเงินไม่ช่วยหายจน