เดือน: สิงหาคม 2014

  • ‘ปตท.’วอนรัฐใหม่ลดประชานิยม หวั่นเออีซีเปิดพลังงานถูกถลุงเละ

    ‘ปตท.’วอนรัฐใหม่ลดประชานิยม หวั่นเออีซีเปิดพลังงานถูกถลุงเละ

    หลังบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถูกกระแสสังคม ทั้งกลุ่มบุคคลต่าง ๆ กระหน่ำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะการตั้งคำถามเกี่ยวกับผลกำไร พร้อมหยิบข้อมูลกล่าวหา ปตท. ประกอบธุรกิจเอาเปรียบคนไทย ทั้งที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่ทำไมต้องจ่ายค่าพลังงานแพง รวมทั้งอีกหลากหลายประเด็นร้อน เช่น การคืนท่อก๊าซธรรมชาติให้กลับเป็นของหลวงกำลังเป็นที่สนใจ และถูกนำไปขยายต่อในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ    ชี้โดนเจตนาให้ข้อมูลเท็จ  เรื่องราวข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร žดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. เปิดใจชี้แจงหลายข้อสงสัย โดยบิ๊ก ปตท. มองเป้าหมายการถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องว่า ผู้ใหญ่หลายคนเตือนว่าอย่าไปต่อล้อต่อเถียงมาก แรก ๆ ผมก็เฉย ๆ แต่ระยะหลังเริ่มหนักข้อขึ้น ซึ่งน่าสังเกตว่าสิ่งที่โจมตีไม่ใช่เรื่องของ ปตท. โดยเฉพาะประเด็นราคาน้ำมันที่การกำหนดราคาเป็นเรื่องนโยบายรัฐไม่ใช่ ปตท. ซึ่งกลุ่มโจมตีแม้จะรู้ทั้งรู้ แต่ก็โยงมา เลยมองว่าน่าจะมีเจตนาทำให้ ปตท. เสียหาย แต่ที่น่าห่วงคือข้อมูลนั้นถูกต้องเพียงครึ่ง และอีกครึ่งไม่ถูกต้องเสียมากกว่า  นอกจากนี้ขณะนี้อยู่ในช่วงกระแสปฏิรูปพลังงานซึ่ง คำว่า ปฏิรูปพลังงานŽ ไม่ได้หมายความว่าต้องทำให้ราคาถูก แต่หมายถึงว่าต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ให้กลไกตลาดทำงาน แต่ก็ต้องดูแลผู้มีรายได้น้อยด้วย ถ้ายึดหลักความถูกต้องทุกอย่างก็จะไม่เกิดปัญหา ทุกวันนี้ราคาพลังงานของไทยถูกบิดเบือน และประชานิยมมากเกินไป เช่น ราคาน้ำมันเบนซิน และดีเซลในตลาดโลกไม่ต่างกันมาก ต่างกับไทยที่น้ำมันดีเซล ตรึงไว้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท แต่เบนซินกลับสูงถึงลิตรละกว่า 40 บาท รวมทั้งราคาก๊าซแอลพีจี และราคาก๊าซเอ็นจีวี ถูกตรึงไว้ไม่สะท้อนความจริง คนจึงใช้ฟุ่มเฟือย   วอนรัฐฯลดประชานิยม    เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากเสนอให้รัฐบาลใหม่มีประเด็นเดียว คือ ควรทยอยลดประชานิยมและสะท้อนราคาตามจริง เพราะไทยกำลังเข้าสู่การเปิดประชาคมอาเซียน (เออีซี) ถ้ายังใช้งบของภาครัฐอุดหนุน หรือให้ ปตท. อุ้มราคาไว้ ต่อไปประเทศในอาเซียน ก็สามารถใช้พลังงานราคาถูกของไทยได้ และไทยก็ต้องใช้งบมหาศาลอุ้มราคาต่อไป เหมือนที่คนกัมพูชาลักลอบมาเติมแก๊สในไทย เพราะไทยถูกกว่าถึง กก. 25.49 บาท ส่วนที่มีการกล่าวหาว่า ปตท. ผูกขาดน้ำมัน ที่จริง ปตท. จะขายปลีกในสัดส่วน 80-90% ก็ได้ แต่ก็ไม่ทำ โดยทุกวันนี้ ปตท. มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 39% เท่านั้น ดังนั้นการกล่าวหาควรพูดตามข้อเท็จจริง  ส่วนที่ระบุว่ามีกำไรสูง อยากให้ดูว่ากำไรสุทธิ 94,700 ล้านบาท ในปี 56  เป็นกำไรจากขายปลีกน้ำมันเพียง 7,000 ล้านบาท ซึ่งน้อยมากถ้าเทียบกับประเทศอื่น ปตท. จึงกำลังพิจารณาว่าจะแยกบริษัทน้ำมันออกมาอีกบริษัท เพื่อให้เห็นเลยว่ารายได้-กำไรจากการขายน้ำมันมีเท่าไร เร่งแยกท่อก๊าซลดถือหุ้นโรงกลั่น  ขณะที่การกล่าวหาการผูกขาดและไม่คืนท่อก๊าซธรรมชาติให้ประเทศนั้น ปตท. ไม่ได้วางท่อก๊าซฯ คนเดียว บริษัทอื่น ๆ ก็ทำ แต่รัฐ ที่ต้องการให้ ปตท. ในฐานะที่เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ เพราะการลงทุนทำท่อต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และเรกูเรเตอร์ ก็เป็นคนกำหนดค่าผ่านท่อ ไม่ใช่ ปตท. จะกำหนดได้เองตามใจ นอกจากนี้ทางคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ก็เห็นชอบให้ ปตท. แยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกจากกิจการจัดหาและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติแล้ว เพื่อให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและลดข้อครหา  ขณะที่การคืนท่อก๊าซฯศาลตัดสินแล้วว่า ปตท.ได้คืนทรัพย์สินทุกอย่างก่อนการแปรรูปให้ภาครัฐหมดแล้ว โดยท่อในทะเลไม่เข้าข่ายที่จะต้องโอน หากใครกล่าวหาเท่ากับว่าละเมิดอำนาจของศาล สุดท้ายบิ๊ก ปตท. ย้ำว่า หากใครจะกล่าวหาอะไรขอให้อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง เพราะหากยังบิดเบือนข้อมูลทำให้ประชาชนเข้าใจผิดจนทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยประเทศชาติจะยิ่งได้รับความเสียหาย และ ปตท. ก็อยู่ระหว่างดำเนินการฟ้องร้องกับกลุ่มคนที่เจตนาให้ข้อมูลเท็จจนทำให้ ปตท. เสียหายด้วยเช่นกัน. ทีมเศรษฐกิจ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ปตท.’วอนรัฐใหม่ลดประชานิยม หวั่นเออีซีเปิดพลังงานถูกถลุงเละ

  • ดึง ธพว.สังกัดกระทรวงการคลัง

    ดึง ธพว.สังกัดกระทรวงการคลัง

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวคิดที่จะให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง จากที่ผ่านมาจะผ่านกำกับดูแลของ 2 กระทรวง ทั้งกระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม ส่งผลให้ธนาคารถูกใช้เป็นเครื่องมือของนักการเมือง ทำให้ธนาคารขาดทุนและมีปัญหาสะสมมานาน โดยการดึงมาอยู่กระทรวงการคลังนั้นจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธพว. พ.ศ. 2545 ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และสามารถทำได้ทันที เพราะเป็นครั้งแรกที่แต่งตั้งประธานบอร์ดที่คนจากภายนอก 2 กระทรวง ทำให้การแก้ไขปัญหาเด็ดขาดมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ คสช.ต้องการให้คณะกรรมการ ธพว.ชุดใหม่ เร่งแก้ปัญหาธนาคารให้จบภายใน 1 ปี ซึ่งคิดว่าน่าจะทำได้ ส่วนแนวทางการควบรวมกับธนาคารออมสินนั้น แม้ก่อนหน้านี้เคยมีการหารือระหว่างกระทรวงการคลังกับธนาคารออมสิน แต่มีปัญหาว่าออมสินจะไม่เอาหนี้เสียกว่า 30,000 ล้านบาท และไม่เอาพนักงานกว่า 1,600 คน ไปด้วย ซึ่งยอมรับว่ามีปัญหาอย่างมาก ทำให้ไม่มีข้อยุติเรื่องการควบรวม ดังนั้น ระยะแรกนี้คณะกรรมการใหม่จะพยายามธนาคารเดินหน้าต่อไปได้ เพราะยังต้องการให้เป็นเครื่องมือในการปล่อยกู้ให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี“กระทรวงการคลังมั่นใจว่าคณะกรรมการ ธพว.ชุดใหม่ จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพราะมีความรู้และความสามารถ ซึ่งเท่าที่ดูปัญหาของ ธพว. นั้นแก้ไม่ยาก แต่ต้องทำให้เด็ดขาด หากชุดนี้แก้ไขไม่ได้ คงไม่มีใครมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อีกแล้ว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึง ธพว.สังกัดกระทรวงการคลัง

  • เก็บภาษีมรดกไม่กระทบกับคนยากจน

    เก็บภาษีมรดกไม่กระทบกับคนยากจน

    นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การเก็บภาษีมรดกตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่กระทบกับคนยากจนและผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับมรดกตกทอด โดยกฎหมายจะกำหนดว่ามรดกที่ผู้ให้หรือผู้รับต้องมีมูลค่าเท่าไร ถึงต้องเสียภาษีมรดกให้กับกรมสรรพากร โดยรายละเอียดของภาษีดังกล่าวกำลังหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งจะแลกเปลี่ยนแง่มุมต่างๆ กันอย่างละเอียด เพื่อให้การเก็บภาษีสร้างความเป็นธรรมในสังคม ให้ผู้มีมากต้องเสียภาษีมาก และกระจายรายได้ไปให้ผู้ที่มีน้อยกว่า คาดว่าจะสามารถสรุปได้ในเร็ว ๆ นี้ทั้งนี้ แนวทางการเก็บภาษีมรดกที่มีการหารือกัน มีทั้งการเก็บภาษีมรดกจากกองมรดก โดยให้เสียภาษีก่อนที่จะแบ่งให้กับผู้รับมรดก โดยกำหนดว่ากองมรดกต้องมีมูลค่าเท่าไรถึงจะต้องเริ่มเสียภาษีมรดก นอกจากนี้ยังเก็บภาษีมรดกจากผู้ที่ได้รับ จะกำหนดว่าผู้ที่รับมรดกมูลค่าเกินเท่าไรถึงต้องเสียภาษีมรดก“กรณีที่ชาวนาได้รับมรดกเป็นที่นาไม่กี่ไร่ ไม่ต้องเสียภาษีมรดกอย่างแน่นอน การออกกฎหมายเก็บภาษีมรดก ต้องไม่กระทบกับการกระจายรายได้ฐานราก ซึ่งเป็นนโยบายที่ คสช. ให้ความสำคัญ เพื่อให้คนจนหรือรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทางกรมสรรพากรจึงไม่อยากให้คนจนหรือมีรายได้น้อยกังวล เพราะการกำหนดมูลค่าของมรดกที่ผู้ให้หรือผู้ได้รับต้องมีมูลค่าสูงระดับหนึ่ง ถึงต้องเสียภาษีมรดก”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เก็บภาษีมรดกไม่กระทบกับคนยากจน