เดือน: กันยายน 2014

  • ชง“พรายพล” ผู้ช่วยรมว.พลังงาน

    ชง“พรายพล” ผู้ช่วยรมว.พลังงาน

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.วันที่ 1 ต.ค.นี้ กระทรวงพลังงานจะเสนอรายชื่อการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน รวมถึงการเสนอให้นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อ.ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ช่วย รมว.พลังงาน ซึ่งตำแหน่งดังกล่าว นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกเองนอกจากนี้ ยังแต่งตั้งให้นายธรรมยศ ศรีช่วย รองอธิบดี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พ.พ.) เป็นอธิบดีพ.พ. แทนตำแหน่งที่ว่างลง ในขณะที่แต่งตั้งนางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ขึ้นเป็นอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แทนนายคุรุจิต นาครทรรพ ที่ไปรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพลังงานแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า นอกจากนี้จะแต่งตั้ง นายทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีพ.พ. ไปเป็นรองปลัดกระทรวงพลังงาน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชง“พรายพล” ผู้ช่วยรมว.พลังงาน

  • สั่งธ.ก.ส.รีบสางหนี้รับจำนำข้าว

    สั่งธ.ก.ส.รีบสางหนี้รับจำนำข้าว

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ในฐานเป็นประธานที่ประชุม ได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส. หารือกับ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ในโครงการรับจำนำข้าวที่มีอยู่กว่า 680,000 ล้านบาทใหม่ โดยเร่งด่วน ซึ่งให้สรุปยอดข้าวที่อยู่ในสต๊อก เพื่อตีเป็นมูลค่าที่คาดว่าจะขายได้ แล้วเอามาลบกับยอดหนี้ที่กู้มาแบบเทอมโลนทั้งหมด และต้องสรุปเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว คาดว่าน่าจะนำเข้าหารือที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ปลายเดือนต.ค.นี้ทั้งนี้ เงินกู้ที่เหลือที่เป็นส่วนต่าง โดยให้ สบน. ทำให้การออกพันธบัตร เพื่อมาแปลงหนี้เทอมโลนดังกล่าว ให้เป็นหนี้ระยะยาว ส่วนหนึ่ง เพื่อใช้หนี้คืน ธ.ก.ส. ในส่วนที่มีผลขาดทุนเกิดขึ้น และอีกส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการลดภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น เนื่องจากหนี้ที่กู้มาแบบเทอมโลน จะมีภาระดอกเบี้ย ทั้งส่วนที่ต้องจ่ายให้สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ เฉลี่ยที่ 3% และค่าบริหารจัดการที่ต้องจ่ายให้ ธ.ก.ส. ในอัตราเอฟดีอาร์บวก 1 หรือที่ 4%นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติโครงการสินเชื่อสีเขียว (กรีนเครดิต) วงเงิน 1,000 ล้านบาท โดยปล่อยสินเชื่อกับเกษตรกรทำเกษตรกรรมปลอดสารพิษและชุมชนผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ด้านอาหารปลอดภัย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ปล่อยสินเชื่อให้กับบุคคลรายย่อยเพื่อการผลิต รายละไม่เกิน 100 ล้านบาท ดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) เท่ากับ 7% และปล่อยสินเชื่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ชุมชน รายละไม่เกิน 50 ล้านบาท ดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) เท่ากับ 5% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.57- 31 มี.ค. 60อย่างไรก็ตาม หากบุคคลรายย่อยที่เป็นเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ ชำระหนี้ได้ตามกำหนด และได้ใบรับรองด้านเกษตรอินทรีย์ ธ.ก.ส.จะพิจารณาคืนเงินในส่วนของดอกเบี้ยทั้ง 2 ประเภท ที่ 1% โดยเวลาการชำระหนี้ขึ้นอยู่กับการผลิตของแต่ละราย เช่น ระยะสั้น จะออกให้เกษตรกรที่ทำการผลิตตามฤดูกาลผลิต ส่วนระยะยาว จะออกให้กับเกษตรกรที่สร้างขีดความสามารถการลงทุนที่ต้องคืนทุนมากกว่า 5 ปีขึ้นไป“หากโครงการกรีนเครดิตด้านอาหารปลอดภัย ที่เป็นโครงการนำร่องนี้สำเร็จ ธ.ก.ส.ก็พร้อมขยายโครงการไปยังด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ด้านพลังงานทดแทน เพื่อเป็นการลดต้นทุน และให้เกษตรกร และชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ขยายกลุ่มเป้าหมายของโครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อใช้รวบรวมยาง 10,000 ล้านบาท ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการช่วยเหลือในภาวะที่ราคายางตกต่ำ จากที่ปล่อยกู้ให้สหกรณ์กองทุนชาวสวนยาง สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มเกษตรกร เพิ่มไปยังวิสาหกิจชุมชนให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้สำหรับที่ผ่านมา มีสหกรณ์ทยอยขอสินเชื่อไปแล้วจนถึงสิ้นเดือนก.ย.กว่า 4,000 ล้านบาท จากที่ได้ตั้งเป้าหมายเดือนก.ย.57 วงเงิน 6,880 ล้านบาท เดือน ต.ค.อีก 2,000 ล้านบาท และเดือนพ.ย.อีก 1,000 ล้านบาท มีระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตามโครงการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.57 – 30 มิ.ย.58 กำหนดคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 4% โดยสหกรณ์จะรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้เพียง 1% ต่อปี และรัฐบาลอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้ให้ 3% ต่อปี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งธ.ก.ส.รีบสางหนี้รับจำนำข้าว

  • ผลช่อง3 เจรจากสท.ยังกังวลข้อกฎหมาย

    ผลช่อง3 เจรจากสท.ยังกังวลข้อกฎหมาย

    วันนี้(30ก.ย.)ที่อาคารเอ็กซิมแบงก์ เวลา 17.00 น. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)ได้หารือกับผู้บริหารช่อง 3 ประกอบด้วย นายประสาร มาลีนนท์ รองประธานกรรมการบริหาร นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ และนายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายนายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์ เปิดเผยว่า การเจรจารอบนี้ยังกังวลเรื่องข้อกฎหมาย ความชัดเจนเกี่ยวกับมติของกสท. และศึกษาเงื่อนไขแนวทางปฎิบัติ ข้อกังวลเรื่องของลิขสิทธิ์ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทางธุรกิจหากจะนำเอาคอนเทนต์ช่องอนาล็อกมาออกอากาศในช่องดิจิตอล ทั้งนี้การเจรจายังมีความหวังโดยคาดว่าในอีก 1-2 วันจะมีการหารือร่วมกันอีก รวมถึงอาจจะมีการตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายร่วมกันระหว่างช่อง 3 และกสทช . เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณากรณีของช่อง 3 แก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับการออกอากาศคู่ขนาน หรือ การที่ บีอีซี มัลติมีเดีย เจ้าของช่อง 33 เอชดี ต้องดำเนินการเพื่อนำช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศ เนื่องจากในขณะนี้มีข้อจำกัดเรื่องของเวลาที่ต้องหาทางออกให้ได้ก่อนวันที่11ต.ค. นี้ด้านน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช . และกสท. กล่าวว่า การเจรจาวันนี้ ช่อง3 เข้าใจมากขึ้น แต่ยังมีความกังวลข้อกฎหมาย ซึ่งกสท.ก็ได้อธิบายจนครบ และยืนยันว่าทางออกของช่อง 3 สามารถดำเนินการได้คือ ให้บริษัทบีอีซีฯ เป็นผู้รับใบอนุญาตช่องดิจิตอล เจรจาบางกอกฯ ผู้รับใบอนุญาตช่องอนาล็อก ซึ่งทั้ง2 บริษัท อยู่ภายใต้บริษัท บีอีซีเวิล แล้วยื่นผังรายการ จากนั้น กสท. จะพิจารณา โดย บีอีซี สามารถนำรายการไหนของบางกอกฯ มาออกอากาศทางดิจิตอลช่อง 33 เอชดีได้ และมั่นใจว่าจะจบก่อนวันที่ 11 ต.ค.นี้" ช่อง 3 ไม่กังวลเรื่องนิติบุคคล ซึ่งหากช่อง 3 ดำเนินการครบตามเงื่อนไขกสท. ก็จะดี เนื่องจากในขณะนี้มองว่าทั้งบีอีซี และบางกอกฯ ต้องไปบริหารจัดการกันเอง เนื่องจากอยู่ภายใต้บริษัทแม่เดียวกัน อย่ามาผลักภาระให้กสท. ทั้งนี้ได้ทำเต็มที่แล้ว หากทำมากกว่านี้จะดูไม่งามในฐานะกสท. "น.ส.สุภิญญา กล่าวในขณะเดียวกันเมื่อเวลา 13.30 น. ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเสวนาช่อง 3 กับ กสทช. : ประเด็นทางกฎหมายและสังคม ที่มากกว่าภาวะ “จอดำ” บนเคเบิลทีวี และโทรทัศน์ดาวเทียม” โดยนางอรพรรณ พนัสพัฒนา อาจารย์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สิ่งที่กสท. ควรดำเนินการในขณะนี้ คือ หยุดเพื่อรอให้ศาลปกครองมีคำสั่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ช่อง 3 ได้ยื่นฟ้องเพิกถอนมติกสท. ที่สั่งให้สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นฟรีทีวี ส่งผลให้โครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลไม่ต้องมัสต์แครี่ โดยคดีนี้ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งใดๆ ดังนั้น กสท. ควรรอให้ศาลมีคำสั่งเสียก่อนส่วนการที่ กสท.ได้มีมติให้บีอีซี มัลติมีเดีย ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตดิจิตอล ซื้อรายการจากช่อง 3 อะนาล็อกในนามบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด มาออกอากาศ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเท่ากับเปิดทางให้บีอีซี ไปซื้อช่องดิจิตอลอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ระบบวุ่นวายมากขึ้นในอนาคตสำหรับบรรยากาศในงานเสวนาครั้งนี้ มีผู้จัดละครของช่อง3 อาทิ นายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นางสาวอรุโณชา ภาณุพันธุ์ นางจริยา แอนโฟเน่ นางสาวปาจารีย์ ณ นคร ที่ได้มีการสอบถามในฐานะผู้บริโภค เช่น การฟ้องร้องหากประชาชนไม่สามารถรับชมช่อง3 เป็นการปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และการเข้าถึงผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิล หรือไม่ และได้มีการแสดงความคิดเห็นว่า หากช่อง 3 จอดำ จะทำให้ผู้บริโภคที่รับชมเดือดร้อน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลช่อง3 เจรจากสท.ยังกังวลข้อกฎหมาย