เดือน: กันยายน 2014

  • นิปปอนเพ้นต์ เปิดตัวแอพฯช่วยเลือกสี

    นิปปอนเพ้นต์ เปิดตัวแอพฯช่วยเลือกสี

    บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ “นิปปอนเพนต์ คัลเลอร์ ครีเอชั่นส์ (Nippon Paint Color Creations) ในงานแข่งขันโฮมโปรแชมเปี้ยนส์ ครั้งที่ 8 เพื่อลดระยะเวลาและเพิ่มความสะดวกสบายในการเลือกซื้อ โดยตัวแอพฯ จะจำลองเฉดสีให้ผู้ใช้สามารถเลือกและออกแบบสีบ้านได้กว่า 1000 เฉดสี มีขั้นตอนการใช้งานเพียง 3 ขั้นตอน 1.ถ่ายรูปจากพื้นที่จริงที่ต้องการทาสี 2.เลือกเฉดสีและเลือกใช้กับภาพที่ถ่ายไว้ 3.เปลี่ยนแปลงสีได้ตามต้องการ และเมื่อได้สีที่ต้องการ ผู้ใช้สามารถนำรายละเอียดสีไปซื้อที่ศูนย์ผสมสีนิปปอนเพนต์ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกภาพและรายละเอียดสีที่เลือกเก็บไว้ หากต้องการใช้สีเดิมในอนาคต

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นิปปอนเพ้นต์ เปิดตัวแอพฯช่วยเลือกสี

  • ทดลองกำจัดแมลงวันด้วยวิธีธรรมชาติ

    ทดลองกำจัดแมลงวันด้วยวิธีธรรมชาติ

    “ปลาร้า” ถือเป็นอาหารที่เป็นภูมิปัญญาด้านการถนอมอาหารด้วยการหมักของท้องถิ่นภาคอีสาน ซึ่งนิยมนำปลาร้าไปประกอบอาหารหลายชนิด แต่ปลาร้ามีกลิ่นเหม็นจึงเป็นอาหารที่แมลงวันชอบและอาจกลายเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของแมลงวันด.ช.ชนาธิป กมลนัด และด.ช.ดนุพล ระดมทอง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนดอนจานวิทยาคม อำเภอดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ จึงได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง “การศึกษาปัจจัยแวดล้อมของเชื้อรา Beauveria bassiana ที่มีผลต่อการตายของแมลงวัน” โดยมีนายชุมพล ชารีแสน เป็นครูที่ปรึกษา และนายศุภฤกษ์ วิภาคะ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ปรึกษา ซึ่งผลงานนี้ได้รับรางวัลชมเชย อันดับที่ 2 ในการประชุมนำเสนอผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ระดับโรงเรียน ประจำปี 2557 จากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)น้อง ๆ ทั้งสอง บอกว่า จากการให้ข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่ามีเชื้อราบางชนิดสามารถกำจัดแมลงศัตรูพืชได้ โดยเฉพาะเชื้อราขาว หรือเชื้อรา Beauveria bassiana ซึ่งเป็นเชื้อราที่สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ส่งเสริมให้เกษตรกร ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชแทนการใช้สารเคมี และลดการตกค้างในผลผลิตที่จะนำไปบริโภคจึงมีแนวคิดที่จะทดลองนำมากำจัดแมลงวันด้วยวิธีธรรมชาติ โดยเริ่มจาก การผลิตและขยายเชื้อรา Beauveria bassiana โดยใช้ข้าวเปลือก ต้มด้วยน้ำสะอาดจนเมล็ดข้าวสุก ตักข้าวที่ต้มสุกใส่ถุงพลาสติกทนร้อน รีดอากาศออกแล้วพับปากถุง วางให้อุณหภูมิอุ่นเกือบเย็น ใส่หัวเชื้อรา Beauveria bassiana ลงไปบนข้าว เพียงเล็กน้อย รัดปากถุงด้วยยางรัด แล้วคลุกเคล้าให้ทั่วถุง ใช้เข็มหมุดแทงรอบ ๆ ปากถุง นำไปวางบ่มเชื้อไว้ ครบ 2 วันขยำข้าวในถุงอีกครั้ง แล้ววางไว้ที่เดิมอีก 7-10 วัน เชื้อจะเจริญเต็มถุงและมีสีขาวครีม จึงนำไปใช้ โดยใช้เชื้อรา Beauveria bassiana 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ขยำให้
    สปอร์เชื้อหลุดจากเมล็ดข้าว กรองด้วยผ้าขาวบาง คนให้เข้ากันแล้วจึงนำไปฉีดพ่น โดยให้เชื้อราสัมผัสถูกตัวแมลงมากที่สุด และ พ่นเชื้อรา ซ้ำอีกครั้งระยะห่าง 5-7 วันหลังการฉีดพ่นครั้งแรกทั้งนี้ได้ทดลองการใช้เชื้อรา Beauveria bassiana กำจัดแมลงวัน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเชื้อรา ในกรณี ฉีดพ่นใส่ตัวแมลงวัน และการแช่อาหารในสารละลายเชื้อรา แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงเพื่อเปรียบเทียบ และทดลองศึกษาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้เชื้อรา Beauveria bassiana ในการกำจัดแมลงวัน รวมถึงเปรียบเทียบความชื้นสัมพัทธ์ที่มีผลต่อการตายของแมลงวัน

    ซึ่งผลการทดลองสรุปว่า การใช้เชื้อรา Beauveria bassiana สามารถกำจัดแมลงวันได้ โดยช่วงเวลา 16.30 น. เป็นช่วงเวลาที่สามารถทำให้แมลงวันตายได้มากที่สุด ส่วนการเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ให้มากขึ้นจะทำให้เชื้อรา ทำให้แมลงวันตายได้มากขึ้น และการแช่อาหารแมลงวันในสารละลายเชื้อรา Beauveria bassiana สามารถทำให้แมลงวันตายมากกว่าการฉีดพ่นสารละลายเชื้อรา Beauveria bassiana เพียงเล็กน้อยจึงควรส่งเสริมให้ใช้เชื้อรา
    Beauveria bassiana ในการกำจัดแมลงวันเพื่อลดการใช้สารเคมีต่อไป.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทดลองกำจัดแมลงวันด้วยวิธีธรรมชาติ

  • เอเซอร์อินเทรนด์ขายสายรัดข้อมือดิจิตอล

    เอเซอร์อินเทรนด์ขายสายรัดข้อมือดิจิตอล

    เอเซอร์ เอาใจคนรักสุขภาพ เปิดตัวสายรัดข้อมือดิจิตอล มาพร้อมสมาร์ทโฟนใหม่ 2 รุ่น เผยปีนี้รุกตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น คาดสิ้นปีนี้มีส่วนแบ่งตลาดไม่ต่ำกว่า 6%นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า จากตลาดสมาร์ท โฟนที่เติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกมีการเติบโตถึง 25.3% บวกความต้องการใช้งานอุปกรณ์โมบิลิตี้ในปัจจุบัน ทำให้เกิดตลาดของอุปกรณ์สวมใส่ดิจิตอล หรือที่เรียกว่าแวร์เอเบิล ดีไวซ์ (Wearable Device) ซึ่งตลาด แวร์เอเบิล ดีไวซ์ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ แบบเบสิก แวร์เอเบิล ที่รองรับแอพพลิเคชั่นเฉพาะทางต่าง ๆ มีราคาตั้งแต่ 1,000-5,000 บาท และแบบสมาร์ท แวร์เอเบิล ที่รองรับแอพพลิเคชั่นได้หลากหลาย โดยราคาตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ปัจจุบันตลาดเบสิก แวร์เอเบิล มีการเติบโตสูงกว่า 160% ส่วนสมาร์ท แวร์เอเบิล ตลาดยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าภายใน 5 ปี สมาร์ท แวร์เอเบิล จะมีการเติบโตสูงทั้งนี้ล่าสุดเอเซอร์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เอเซอร์ ลีฟ” (ACER Leap) สายรัดข้อมือดิจิตอลอัจฉริยะเพื่อสุขภาพ ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับมือถือ 2 รุ่นใหม่ คือเอเซอร์ ลิควิด เอ็กซ์ 1 (ACER Liquid X1) รูปทรงเพรียวบางหน้าจอ 5.7 นิ้ว กระจกกันรอยขีดข่วน และเอเซอร์ ลิควิด เจด (ACER Liquid Jade) ที่เน้นดีไซน์ที่สวยงาม เรียบหรู มีสีสันสดใสให้เลือกถึง 5 สีเอาใจคนรุ่นใหม่สำหรับ “เอเซอร์ ลีฟ” จัดเป็นเบสิก แวร์เอเบิล ราคา 2,990 บาท สามารถรองรับไอโอเอสได้ มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เช่น บันทึกข้อมูลของการทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การนับก้าวที่เดินในแต่ละวัน การนับระยะทางในการวิ่ง และการคำนวณแคลอรี่ที่ได้เผาผลาญในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนและแจ้งเตือนสายเรียกเข้ารวมถึงรับข้อความได้อีกด้วยนายนิธิพัทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน เอเซอร์หันมาทำตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยสมาร์ทโฟนมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจาก 5% ในปีที่ผ่านมา เป็น 20% ในปีนี้ และจากการทำตลาดร่วมกับผู้ให้บริการมือถือ การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า รวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำธุรกิจจากสินค้าไอทีมาเป็นโซลูชั่น โมบิลิตี้ มีการพัฒนาเอเซอร์ คลาวด์ คาดว่าปีนี้จะทำให้เอเซอร์มีส่วนแบ่งในตลาดรวมสมาร์ทโฟนไทย ได้ถึง 6% อย่างไรก็ดีสำหรับการสนับสนุนนโยบายดิจิตอล อีโคโนมี่ ของรัฐบาลนั้น ขอดูความชัดเจนก่อน แต่เชื่อว่าทุกแบรนด์มีศักยภาพในการรองรับการใช้งานได้อยู่แล้ว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอเซอร์อินเทรนด์ขายสายรัดข้อมือดิจิตอล