เมื่อวันที่ 29 ก.ย.57 เวลา 15.00 น. รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับแนวคิดการจัดสรรรายได้เข้ารัฐผ่านการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้นคงต้องให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังศึกษารายละเอียดและเสนอให้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลังพิจารณาและเห็นชอบก่อน โดยเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันที เพราะดำเนินการเพียงออกกฎกระทรวงตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาของกรมสรรพสามิตเท่านั้น เนื่องจากเดิมการจัดเก็บภาษีสลากฯได้กำหนดไว้ที่พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ในหมวดของกิจการเสี่ยงโชค เกี่ยวกับการออกสลากฯที่ปัจจุบันยังได้รับการยกเว้นภาษี ทั้งนี้ แนวคิดการจัดเก็บภาษีดังกล่าวสศค.ยังไม่ได้เรียกให้กรมสรรพสามิตเข้าไปหารืออย่างเป็นทางการ เพราะคงต้องรอการพิจารณาของฝ่ายนโยบายว่าจะดำเนินการทันทีหรือไม่เนื่องจากภาษีดังกล่าวได้ยกเว้นภาษีมาเป็นเวลานานแล้ว หากจะให้กรมสรรพสามิตเข้าไปจัดเก็บภาษีก็พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันทีเพราะที่ผ่านมาก็มีแนวทางในการจัดเก็บไว้อยู่แล้ว ซึ่งตามกฎหมายของกรมฯได้กำหนดเพดานการจัดเก็บภาษีสลากฯ ไว้ที่ไม่เกิน 20% แต่จะเริ่มเก็บในอัตราเท่าใดนั้นคงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆอย่าง ที่อาจเก็บเป็นขั้นบันไดอาจเริ่มที่ 5%, 10% และ 20% เป็นลำดับ อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากฯจะทำให้รัฐบาลมีรายได้โดยตรงจากการขายสลากทันทีและลดการมอมเมาประชาชนในการซื้อสลากฯ ลง ถือเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการแก้ไขปัญหาสลากฯขายเกินราคา ที่ทำให้คนซื้อตัดสินใจซื้อยากขึ้น ส่งผลให้ราคาสลากฯในแต่ละงวดไม่ขายในราคาที่สูงเกินไปแต่ที่ที่ผ่านมาไม่ได้จัดเก็บภาษีดังกล่าว เพียงแต่ค่าอากรแสตมป์ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากผู้ที่ถูกรางวัลเท่านั้น นายสมหมายภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสลากฯ เป็นแนวคิดที่ประธานคณะกรรมการสลากฯเสนอให้ สศค.พิจารณาถึงการจัดเก็บภาษีและรายได้นำส่งเข้ารัฐซึ่งยังไม่ได้รับการรายงานจาก สศค. อย่างเป็นทางการ ว่าจะดำเนินการได้อย่างไรและมีแนวทางไหนบ้างแต่ขณะนี้ยังมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการก่อน โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมสรรพสามิตพร้อมจัดเก็บภาษีสลากฯ
เดือน: กันยายน 2014
-

กรมสรรพสามิตพร้อมจัดเก็บภาษีสลากฯ
-

ถกกบง.ขึ้นแอลพีจี-เอ็นจีวี 1ต.ค.นี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธานครั้งนี้ มีวาระสำคัญในการพิจารณาการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) คาดว่า มีผลวันที่ 1 ต.ค. นี้ โดยในส่วนของก๊าซแอลพีจี จะทยอยปรับขึ้นราคา 62 สต.ต่อก.ก. ในครั้งแรก เพื่อไปสู่เป้าหมายให้มีราคาเท่ากับราคาแอลพีจีครัวเรือน หรือจากปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 21.38 บาทต่อก.ก. ไปเป็น 22.63 บาทต่อก.ก. ส่วนการปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) จากขณะนี้มีราคาอยู่ที่ 10.50 บาทต่อก.ก. โดยเหตุผลหลักต้องการให้มีราคาที่สะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น ซึ่งจะเสนอขอปรับขึ้น 1 บาทต่อก.ก. ในขณะที่จะมีมาตรการลดผลกระทบให้กับกลุ่มโดยสารสาธารณะ เช่น รถตู้ รถแท็กซี่ ผ่านการใช้บัตรเครดิตพลังงาน ที่จะได้รับส่วนลดราคาเอ็นจีวีให้ซื้อในราคาเดิม 8.50 บาทต่อก.ก. ซึ่งเป็นราคาเดิมก่อนที่จะมีการปรับขึ้นราคามาอยู่ที่ 10.50 บาทต่อก.ก.ก่อนหน้านี้ โดยปัจจุบันมีผู้มาลงทะเบียนใช้บัตรเครดิตพลังงาน 77,000 ราย ด้านการปรับอัตราเพิ่มเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซล ซึ่งขณะนี้มีค่าการตลาดน้ำมันอยู่ที่ 1.92 บาทต่อลิตร โดยอาจจะปรับเงินนำส่งเข้าดีเซลเพิ่ม 40-50 สต.ต่อลิตร เพื่อสะสมเป็นรายได้เข้ากองทุนน้ำมันฯที่ยังมีสถานะติดลบอยู่ 4,736 ล้านบาท นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประชุมกบง. ครั้งนี้เป็นการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สมดุล ซึ่งในส่วนของแอลพีจีขนส่งจะเป็นการทยอยปรับขึ้นราคาคงไม่ปรับครั้งเดียว 1.25 บาทต่อก.ก. เพื่อให้ไปเท่ากับแอลพีจีครัวเรือน แต่จะค่อยๆ ขยับราคา รวมถึงการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีด้วย แต่ยังไม่เท่ากับราคาภาคครัวเรือน ส่วนน้ำมันดีเซล ขณะนี้มีค่าการตลาดสูง ควรจะเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเพิ่ม เพื่อลดปัญหาการขาดทุนของกองทุนฯ นายขวัญชัย ติยะวานิช นายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน กล่าวว่า ทางผู้ประกอบการรถบรรทุกกำลังรอการตัดสินใจจากรัฐบาลว่าจะปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี หรือไม่ เพราะหากปรับขึ้นจริงทางผู้ประกอบการฯก็คงจะต้องพิจารณาปรับขึ้นค่าขนส่งเพราะทางผู้ประกอบการฯเองก็คงไม่มีทางเลือกอื่น นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ผลการหารือกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเชิญหน่วยงานกระทรวงคมนาคมและผู้ประกอบการขนส่งมาหารือนั้น ทางกระทรวงคมนาคมจะพิจารณาให้ปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่เฉลี่ยจากปัจจุบัน 10% ภายในเดือนพ.ย. ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่เกี่ยวข้องกับการปรับขึ้นแอลพีจีและเอ็นจีวี ของกระทรวงพลังงาน โดยจะต้องรอนโยบายในส่วนนี้ก่อนเพราะหากปรับขึ้นราคาแล้วไม่มีมาตรการช่วยเหลือจะต้องนำมาคำนวณเพิ่มในค่าโดยสารในกรณีที่ไม่มีมาตรการช่วยเหลือ รายงานข่าวจากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ทางสหพันธ์ ฯ ได้ลงนามร่วมกับ บมจ.ปตท.เรื่องการขยับขึ้นราคาเอ็นจีวี โดยสหพันธ์เสนอให้การปรับราคาก๊าซเอ็นจีวี ให้ปรับขึ้นครั้งละ 1 บาทต่อกก.ทุก 6 เดือน จากที่ปัจจุบันนี้ราคาขายอยู่ที่ 10.50 บาทต่อกก. ขณะที่ต้นทุนก๊าซอยู่ที่ 15-16 บาทต่อกก. โดยปตท.จะต้องขยายการสร้างปั๊มเอ็นจีวีให้ครอบคลุมเส้นทางขนส่งที่สำคัญ 4 ปั๊มหลักได้แก่ แก่งคอย จ.สระบุรีขาขึ้น, นครสวรรค์ ขาล่อง,ขอนแก่นทั้งขาขึ้นและล่อง โดยให้ต่อท่อจากแหล่งก๊าซน้ำพอง ซึ่งสหพันธ์ให้การรับรองว่า หากขยับขึ้นราคา และทำตามข้อเสนอนี้ ทางกลุ่มรถบรรทุกจะไม่มาชุมนุมปิดล้อมกระทรวงพลังงานเหมือนการขยับขึ้นราคาเอ็นจีวีปี 55
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ถกกบง.ขึ้นแอลพีจี-เอ็นจีวี 1ต.ค.นี้ -

“เอไอเอส” นำกาแล็กซี่ โน้ต 4 ขายงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โปร
วันนี้(29 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้นำสุดยอดนวัตกรรมมือถือแห่งปี“ซัมซุง กาแล็กซื่ โน้ต4”มาให้สาวกสมาร์ทดีไวซ์ได้สัมผัสเป็นครั้งแรกที่บูธเอไอเอสภายในงาน “Thailand Mobile Expo 2014 Showcase” ตั้งแต่วันที่ 2 – 5 ตุลาคม2557 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และสำหรับลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นในตระกูล Samsung Galaxy อาทิ Alpha , S 5 , Note 3 , Tab S 10.5” และTab S 8.4” เป็นต้น เอไอเอสยังจัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม ส่วนลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 12 เดือน ด้วยนอกจากนี้ยังเตรียมขนทัพสมาร์ทโฟนสุดฮิตมากกว่า 20 รุ่น จากแคมเปญ “AIS Super Deal” ในราคาเริ่มต้นเพียง 5,990 บาท สำหรับ iPhone 4S 8GB ส่วนiPhone5S รุ่น16G Bเหลือเพียง13,900 บาท, รุ่น 32GB เหลือเพียง16,900 บาท และรุ่น 64GB เหลือเพียง 19,900 บาท หรือรับส่วนลด 50% เมื่อซื้อ iPad Air ทั้ง รุ่น16 GB และ 32GB รวมทั้ง iPad mini with Retina ทั้งรุ่น16GB และ 32GB เพียงเปิดเบอร์ใหม่,ย้ายค่ายเบอร์เดิมหรือเปลี่ยนจากระบบเติมเงินมาเป็นเอไอเอส3Gรายเดือนพร้อมสมัครแพ็กเกจและชำระค่าแพ็กเกจตามเงื่อนไขที่กำหนดพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอสเมื่อซื้อสมาร์ทดีไวซ์ มูลค่า5,000 บาท ขึ้นไป รับฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ มากมาย อาทิ PowerBank 7,800 มิลลิแอมป์,ถุงผ้าไมโครไฟเบอร์อเนกประสงค์,กระเป๋าผ้าอุ่นใจ และตุ๊กตาอุ่นใจเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอไอเอส” นำกาแล็กซี่ โน้ต 4 ขายงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โปร