เดือน: กันยายน 2014

  • ทุ่ม 5 หมื่นล้านขยายสุวรรณภูมิ

    ทุ่ม 5 หมื่นล้านขยายสุวรรณภูมิ

    นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยในโอกาสฉลองสนามบินสุวรรณภูมิครบรอบ 8 ปีว่า มีแผนใช้งบประมาณกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายความจุอาคารผู้โดยสาร และการให้บริการของสนามบิน แบ่งเป็นการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ทางด้านเหนือของอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน และรถไฟฟ้าโมโนเรลเพื่อเพิ่มความจุจาก 45 ล้านคน เป็น 65 ล้านคน วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท การก่อสร้างทางวิ่ง หรือรันเวย์สำรองขนาด 2,900 เมตร และเงินชดเชยผลกระทบทางเสียง 1.9 หมื่นล้านบาท การก่อสร้างหลุมจอดเครื่องบินเพิ่มเติมอีก 28 หลุมจอด วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท และอาคารจอดรถกว่า 1 พันล้านบาท   “ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จะเข้าไปหารือเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ทางด้านเหนือให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และผบ.ทอ. รับทราบ โดยเชื่อว่าโครงการเหล่านี้จะคุ้มค่ากว่าการลงทุนสุวรรณภูมิเฟสสองเดิม เพราะเมื่อรวมวงเงินการก่อสร้างทั้งหมดแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท น้อยกว่าการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 ที่ลงทุนเฉพาะอาคาร 6.2 หมื่นล้านบาท และถ้ารวมรันเวย์สำรองด้วยอาจทะลุไปถึง 8.1 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญจะช่วยลดความแออัดผู้โดยสารปัจจุบันได้ แต่หากใช้วิธีการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2  ผู้โดยสารจะยังแออัดเหมือนเดิม เพราะผู้โดยสารที่จะไปยังอาคารที่เป็นหลุมจอดใหม่จะมีเพียงผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องบินแล้วเท่านั้น” สำหรับขั้นตอนการดำเนินโครงการจะเสนอรายละเอียดให้ รมว.คมนาคม  ถัดจากนั้นจะเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอ ครม. พิจารณาภายในเดือนธ.ค.นี้ จากนั้นเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี จะเริ่มก่อสร้างได้ โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 48 เดือนก่อนเปิดให้บริการได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุ่ม 5 หมื่นล้านขยายสุวรรณภูมิ

  • ธ.ก.ส.ออกเงินฝากปลอดภาษี

    ธ.ก.ส.ออกเงินฝากปลอดภาษี

    นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากทุ่งรวงทอง ให้ดอกเบี้ย 3% กำหนดระยะเวลารับฝาก 11 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.57 – 31 ส.ค.58 โดยไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ฝากขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1,000 บาท สูงสุดไม่เกินจำนวนเงินที่ฝากไว้ในกองทุนช่วยเหลือชาวนา ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ที่บริจาคเงินในกองทุนชาวนาที่ธนาคารได้ประกาศปิดกองทุนก่อนกำหนดจาก 31 ธ.ค.57 เป็น 30 ก.ย.57 โดยกองทุนชาวนามีผู้เข้าร่วมบริจาคและสมทบทั้งสิ้น 14,208 ล้านบาท แบ่งเป็น กองทุนที่ 1 ช่วยเหลือชาวนา ที่เป็นเงินบริจาค 30.3 ล้านบาท, กองทุนที่ 2 เงินสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวนา แบบไม่มีผลตอบแทน 916 ล้านบาท และกองทุนที่ 3 เงินสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวนา แบบมีผลตอบแทน 0.63% วงเงิน 13,261 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่ให้เงินสมทบในกองทุนที่ 2 และ 3  สามารถนำเงินที่จะรับคืนมาฝากในเงินฝากทุ่งรวงทองต่อได้ “ภาระดอกเบี้ยในส่วนของกองทุนที่ 3 เสียอัตราดอกเบี้ย 0.63% ที่มีภาระดอกเบี้ยประมาณ 32 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นภาระต่องบประมาณ เพราะธ.ก.ส.เป็นผู้รับผิดชอบต่อภาระทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาระหว่างที่มีการระดมเงิน ธ.ก.ส.ได้บริหารจัดการเงินในส่วนของกองทุนที่ 1 และ 2 เพื่อให้เกิดรายได้และผลกำไรให้สามารถนำมาจ่ายภาระดอกเบี้ยดังกล่าวได้ สำหรับผู้ที่ต้องการถอนเงินคืนธนาคารจะเริ่มจ่ายเงินคืนในวันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.ออกเงินฝากปลอดภาษี

  • ไฮโซไทย-อิตาลีฮิตหิ้วกระเป๋าหนังตะกวดไทย

    ไฮโซไทย-อิตาลีฮิตหิ้วกระเป๋าหนังตะกวดไทย

    นายสมเกียรติ บงกชพรรณราย ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเชื่อมโยงเครื่องหนังไทย เปิดเผยภายหลังร่วมงานแฟนพันธุ์แท้เครื่องหนังไทยว่า ขณะนี้ผลิตภัณฑ์จากหนังตะกวดของไทย เช่น กระเป๋า รองเท้า กำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้บริโภคชั้นสูง(ไฮโซ) ของอิตาลี และไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นสินค้าหายาก และมีลวดลายที่สวยงาม จึงต้องการให้กรมป่าไม้  ลดระดับตะกวดออกจากสัตว์ป่าคุ้มครอง ประเภทสัตว์เลื้อยคลาน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มผู้ประกอบการอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อแสดงเห็นว่า ตะกวดในประเทศไทย สามารถเลี้ยงในฟาร์ม เช่นเดียวกับจระเข้ และมีจำนวนมาก “ตอนนี้ถ้าเทียบความต้องการหนังของไทยแล้ว หนังวัวยังมาอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ หนังจระเข้ แต่ที่น่าสนใจ คือ หนังตะกวด กำลังมาแรงในหมู่ไฮโซ  ของอิตาลี และไทยอย่างมาก เพราะเป็นของแปลกหายาก ซึ่งตอนนี้ชาวบ้านที่ทำหนังตะกวดขาย บางส่วนก็หาตะกวดที่ตายแล้ว  บางส่วนก็ลักลอบฆ่าตะกวด  จึงต้องการให้กรมป่าไม้ ปลดออกจากสัตว์ เพราะตอนนี้ตะกวดในไทยมีจำนวนมาก  ตอนนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลว่าอยู่ มีจำนวนมากแค่ไหน และเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงในฟาร์มได้  โดยที่ผ่านมาอาจารย์จากบางมหาวิทยาลัย ได้ศึกษาแล้วว่า ตะกวดสามารถเลี้ยงในฟาร์มและให้อาหารเม็ดได้ ” สำหรับต้นทุนหนังตะกวดนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับหนังจระเข้จะถูกกว่ามาก แต่เมื่อผลิตเป็นสินค้าแล้ว กลับมีมูลค่าราคาใกล้เคียงกัน จึงทำให้ผู้ประกอบการพยายามหาหนังตะกวดมาผลิตมากขึ้น  ส่วนแนวโน้มอุตสาหกรรมหนังในปีนี้ คาดว่า มีมูลค่า 40,000 – 50,000 ล้านบาท ขยายตัว 10-15%  ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ 30% อุตเฟอนิเจอร์ 30% รองเท้า กระเป๋า 30 % และอื่นๆ อีก 10 %  ซึ่งถือว่า ขยายตัวในระดับไม่สูงมาก เนื่องจากอุตฯ ยานยนต์ชะลอตัว รวมทั้งอุตฯเฟอร์นิ เจอร์ มีคู่แข่งจากจีน ทำให้ชะลอตัวลง จึงทำให้ความต้องการหนังขยายตัวไม่สูงมาก 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฮโซไทย-อิตาลีฮิตหิ้วกระเป๋าหนังตะกวดไทย