นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า วันที่ 1 ต.ค.นี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี จะเสนอแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาและเห็นชอบ โดยเป็นมาตรการจากหลายส่วน ทั้งการเร่งการลงทุน การบริโภค และการช่วยเหลือภาคเกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่ โดยไม่ใช่เป็นการใช้งบประมาณในลักษณะโครงการประชานิยม เบื้องต้นจะใช้งบประมาณที่เหลือจากโครงการไทยเข้มแข็ง 15,000 ล้านบาท และจัดสรรจากงบค้างท่อ งบเหลื่อมปี และงบท้องถิ่นของปี 57 ที่เหลือประมาณ 50,000 ล้านบาท มาดำเนินการ “งบประมาณส่วนที่เหลือจากไทยเข้มแข็ง นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง จะต้องไปพิจารณาเก็บกวาด เอาจากงบค้างท่อ งบเหลื่อมปี งบท้องถิ่นในปี 57-58 วงเงินประมาณ 50,000 ล้านบาทมาได้อย่างไร” นอกจากนี้ การประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะประธานกรรมการ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.57 จะหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร โดยแนวทางดังกล่าวจะนำไปรวมกับแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจที่เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเสนอมาวงเงินช่วยเหลือเกษตรกร 100,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังก็จะพยายามหาแหล่งเงินมาสนับสนุนโครงการดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปแนวทางช่วยจะเป็นไปในลักษณะใด ก่อนหน้านี้ นายรังสรรค์ได้ประเมินเม็ดเงินที่จะใช้แพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะประมาณ 250,000 ล้านบาท แบ่งเป็น งบค้างท่อกว่า 200,000 ล้านบาท โครงการไทยเข้มแข็งที่เบิกจ่ายไม่ทัน 15,000 ล้านบาท และวงเงินงบประมาณก่อนปี 57 อีกกว่า 30,000-40,000 ล้านบาท ที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ นำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในโครงการที่มีความพร้อมที่จะดำเนินการได้ก็เดินหน้าได้ทันที
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าครม.1ต.ค.
เดือน: กันยายน 2014
-

ชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าครม.1ต.ค.
-

คลังยังไม่เสนอครม.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
นายกฤษฎาจีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้กระทรวงการคลังจะยังไม่เสนอให้ครม. พิจารณาเรื่อง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเนื่องจากยังมีเรื่องที่ต้องหารือในรายละเอียดกับนายสมหมาย ภาษี รมว.คลังอีกเล็กน้อย เพราะยังมีความเห็นที่ยังไม่ตรงกันอยู่บ้าง เช่น เรื่องข้อยกเว้นการจัดเก็บภาษีและอัตราภาษีที่จะจัดเก็บว่าควรเป็นอย่างไร ทั้งนี้หลักการจัดเก็บภาษี เบื้องต้นที่ได้ข้อสรุปแล้วคือหลังจากประกาศใช้กฎหมายจะให้เวลาแก่ประชาชนประมาณ 2 ปีในการปรับตัวรวมถึงจะต้องมีการกำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับกฎหมายฉบับดังกล่าวด้วยว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใดบ้างที่จะต้องเก็บภาษีและไม่เก็บภาษี และภาครัฐจะดำเนินการเก็บภาษีได้ก็ต่อเมื่อมีการทำราคาประเมินที่ดินเป็นรายแปลงครบทั้ง30 ล้านแปลงแล้ว จากปัจจุบันดำเนินการจัดทำราคาประเมินที่ดินไปแล้ว 7 ล้านแปลง “จริงๆ เรื่องการจัดทำราคาประเมินแบบรายแปลงนั้น รมว.คลัง อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมธนารักษ์ เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ 30 ล้านแปลงภายใน 1 ปีเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการบังคับใช้กฎหมายซึ่งเชื่อว่าจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่กรมธนารักษ์ดึงเข้ามาใช้สำหรับเรื่องนี้จะช่วยให้การดำเนินการทั้งหมดเดินหน้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังยังไม่เสนอครม.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง -

กระทรวงวิทย์เปิดศูนย์ข้อมูลน้ำเคลื่อนที่แห่งแรกในเอเชีย
วันนี้ (29 กันยายน) ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก. ) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดตัวศูนย์บริการข้อมูลน้ำเคลื่อนที่ในภาวะฉุกเฉินซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชีย โดยมี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ เป็นประธานในการเปิดงานดร.พิเชฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการประมวลสถานการณ์และให้บริการข้อมูลน้ำ อาศัยระบบสื่อสาร เช่นโทรศัพท์มือถือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อรับ-ส่งข้อมูลแต่ทุกครั้งที่เกิดภาวะฉุกเฉิน การสื่อสารจะถูกตัดขาดจากส่วนกลางทำให้การแก้ไขปัญหาในภาวะฉุกเฉินดำเนินการไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเพื่อบริหารความเสี่ยงดังกล่าว สสนก. ได้พัฒนาศูนย์บริการข้อมูลน้ำเคลื่อนที่ในภาวะฉุกเฉินขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของ “คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ” ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่บัญชาการและประมวลผลได้ทุกสถานการณ์สนับสนุนข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้บริการข้อมูลน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉินหากอยู่ในภาวะปกติ จะใช้เป็นระบบสำเนาข้อมูล สำหรับฐานข้อมูลน้ำระดับชาติสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบด้านดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการ สสนก. เปิดเผยว่า ศูนย์บริการข้อมูลน้ำฯ ได้มีการนำระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงและตู้ระบบไฟสำรองที่ทันสมัย เทียบเท่าระบบของสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถปฏิบัติการด้วยระบบสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียมรองรับการปฏิบัติงานในทุกสถานการณ์ มีระบบกล้องวงจรปิดรอบตู้ มีระบบควบคุมการเข้า-ออก และระบบดับเพลิงอัตโนมัติทั้ง นี้ศูนย์ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในกรณีที่มีเหตุการณ์อุทกภัยในระดับ 3 (เกือบรุนแรง) ขึ้นไป โดยใช้ในการเก็บข้อมูลในพื้นที่จากชุดสำรวจเคลื่อนที่เร็วทางบก ทางน้ำ และทางอากาศเพื่อส่งเข้าประมวลผลที่ระบบส่วนกลางได้เร็วขึ้นจากเดิม 2-3 วันเหลือเพียง20 ชั่วโมง ศูนย์ฯ นี้ จะอยู่ที่อาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานีสำหรับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ดร.รอยล เปิดเผยว่า ปริมาณฝนทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปีมีปริมาณน้อยกว่าค่าเฉลี่ยแม้ในเดือนกรกฏาคม-กันยายนจะเพิ่มสูงขึ้นแต่แนวโน้มสถานการณ์น้ำทั่วประเทศในภาพรวมยังน่าเป็นห่วงว่าอาจไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตรในฤดูแล้งปีหน้าเนื่องจากน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังมีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์จึงขอให้ภาคการเกษตรบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอทั้งการเกษตรและทำกินน้ำใช้โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางควรพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรทั้งคลอง แม่น้ำ และเรือกสวนไร่นารวมถึงจะใช้การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเช่นปลูกผักแทนข้าวซึ่งใช้น้ำน้อยกว่า เพื่อไม่ให้กระทบจากการขาดแคลนน้ำ“ขณะที่สถานการณ์ฝนตลอดสัปดาห์นี้ฝนจะยังตกชุกบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนเป็นส่วนใหญ่โดยฝนจะยังตกกระจายในพื้นที่ต่างๆไปจนถึงกลางเดือนตุลาคมนี้และปลายสัปดาห์นี้จะมีพายุก่อตัวฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกพร้อมกับฝั่งทะเลอันดามันซึ่งจะทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้นและช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนได้”ดร.รอยล กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กระทรวงวิทย์เปิดศูนย์ข้อมูลน้ำเคลื่อนที่แห่งแรกในเอเชีย