เดือน: กันยายน 2014

  • “ลลิล”บุกอสังหาฯต่างจังหวัด

    “ลลิล”บุกอสังหาฯต่างจังหวัด

    นายชูรัชฏ์ ชาครกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทลลิลพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะเติบโตได้มากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐเป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะแผนการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมทั้งดอกเบี้ยที่ต่ำ ประกอบกับความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้น หลังมีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศและภาคการส่งออกที่น่าฟื้นตัวในช่วงไฮซีซั่นในส่วนของบริษัทได้เปิดตัวบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ใหม่ คือ แลนซีโอ คริปรวม 7 โครงการ มูลค่า 6,000 ล้านบาท โดยอยู่ในกทม.และปริมณฑล 3 โครงการ ต่างจังหวัดอีก 4 โครงการ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรรับที่ดีจากลูกค้าและไตรมาส 4 นี้จะเปิดตัวโครงการแนวราบอีก2-3 โครงการ มูลค่ารวม 1.7-1.8 ล้านบาท ในกทม. 2 โครงการ ต่างจังหวัด 1 โครงการหลัง 3 ไตรมาสแรกเปิดโครงการไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท และทำให้รายได้ทั้งปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้าที่ 2,300 ล้านบาท โดยช่วง 9เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายแล้ว 2,500 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีนี้จะได้ 3,200 ล้านบาทตามเป้าหมายแน่นอน และปัจจุบันมีงานในมือ (แบล็ค ล็อค) 900 ล้านบาท ทยอยรับรู้ไปจนถึงต้นปีหน้า“บริษัทยังคงรุกตลาดแนวราบเป็นหลักและบุกต่างจังหวัดมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายใน 3-5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสัดส่วนต่างจังหวัดจาก 20-30% เป็น 30-40% เนื่องจากเห็นว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในกทม.นั้นหลายพื้นที่เริ่มมีสินค้ามากเกินความต้องการซื้อ (โอเวอร์ซัพพลาย) จากทั้งราคาที่ดินค่าก่อสร้างที่สูงขั้นมาก เป็นแรงกดดันให้ตลาดกทม.เติบโตช้าลงเราจึงจะขยายธุรกิจออกต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะแนวราบ เพราะมองว่าคอนโดฯยังไม่จำเป็นสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดมากนัก และสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทยังมาจากแนวราบ 80%เป็นคอนโดฯ 20%เท่านั้น”อีกทั้งยังมีปัจจัยลบที่ต้องจับตาดูต่อเนื่องโดยเฉพาะ หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 80% ของจีดีพี ภาวะเศรษฐกิจที่ยังทรงตัวอยู่แม้ว่าจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ ขณะที่ปัญหาแรงงานขาดแคลนที่รุนแรงนั้น เริ่มดีขึ้นเล็กน้อยหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามาจัดระบียบแรงงานต่างด้าวรวมถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ที่จะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อธุรกิจเพราะทำให้การจับจ่ายใช้สอยชะลอลง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ลลิล”บุกอสังหาฯต่างจังหวัด

  • มือถือแฮปปี้3Gเครื่องแรก

    มือถือแฮปปี้3Gเครื่องแรก

    นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทคกล่าวว่า “Happy Phone 3G เกิดจากการที่แบรนด์แฮปปี้ต้องการให้ลูกค้ากลุ่มที่ใช้โทรศัพท์มือถือมุ่งเน้นการโทรเป็นหลักและต้องการเปลี่ยนเป็นเครื่องที่รองรับระบบ 3G ให้สามารถโทรได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นและพร้อมให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย สอดรับวิสัยทัศน์ “Internetfor All”  สิทธิพิเศษที่มอบให้กับลูกค้าที่ซื้อเครื่องHappy Phone 3G กับ โปรโมชั่นสุดพิเศษ ใช้เท่าไหร่ได้คืนเท่านั้น สำหรับลูกค้าแฮปปี้เมื่อใช้บริการ ครบทุกๆ 50บาท จะได้รับโบนัสแฮปปี้ใช้ฟรีคืนทันที 50 บาท (ใช้งานได้ 7วัน) พร้อมทั้งสิทธิใช้งานฟรี Facebook ไม่จำกัดเมื่อมียอดเติมเงินสะสมเดือนละ 100 บาทขึ้นไป รับสิทธิพิเศษนี้ได้ตลอด 1 ปีโดย Happy Phone 3G มาพรั่งพร้อมด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ตอบสนองทุกความต้องการด้านการสื่อสารปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการโทรออกรับสายหน้าจอใหญ่ตัวหนังสือชัด ฟังวิทยุได้ เมนูรองรับทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาพม่าและการใช้งานอินเทอร์เน็ตง่ายๆ เพียงกดปุ่มเดียวในราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ โทรศัพท์มือถือ Happy Phone 3G มีให้เลือก2 สี คือ สีขาวและสีดำ   หน้าจอ 2.4นิ้ว TFT ความละเอียด 320 X 240กล้องที่มีความคมชัดถึง 2 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกวีดิโอได้ฟังเพลงผ่านวิทยุ  FM และสามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้แบตเตอรี่ทนนาน เพิ่มหน่วยความจำ  MicroSD ได้สูงสุด 32 GB รองรับ 3G ความถี่850/2100 MHz ด้วยราคา เพียง 659บาท    วางจำหน่ายที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขา,dtac online store และร้านขายมือถือทั่วประเทศ  เปลี่ยนเครื่องใหม่ภายใน 7 วัน  รับประกันเครื่องนานถึง 15 เดือน ตลอดจนบริการหลังการขายกับศูนย์บริการหลังการขายทั่วประเทศ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.dtac.co.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มือถือแฮปปี้3Gเครื่องแรก

  • ส่งออกเดือน ส.ค. ลบหนักสุดรอบ 32 เดือน

    ส่งออกเดือน ส.ค. ลบหนักสุดรอบ 32 เดือน

    นางนันทวัลย์ ศกุลตนาค อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดส่งออกไทยในเดือนส.ค. 57 มีมูลค่า 18,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.4%เป็นตัวเลขที่ลดลงมากสุดในรอบ 32 เดือน นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 54ที่ตัวเลขส่งออกลดลง 8.15%เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ได้ฟื้นตัวเร็วตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ประกอบกับราคาทองคำน้ำมัน และ ยางพาราที่ปรับลดลงมาก ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนขอปี (ม.ค. – สค.) 57มูลค่าส่งออกไทยอยู่ที่ 150,543.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1.36%ทั้งนี้เป้าการส่งออกทั้งปีที่ตั้งไว้ 3.5% คงต้องรอให้มีการประชุมระหว่างรมว.พาณิชย์ ร่วมกับทูตพาณิชย์ และนักวิชาการ ร่วมประเมินสถานการณ์อีกรอบในระหว่างวันที่18-20 ต.ค. นี้ถึงสถานการณ์ส่งออกในไตรมาสที่ 4 และ ในปี 58 อย่างไรก็ตามในการส่งออกปีนี้กรมฯหวังว่าน่าจะขยายตัวในระดับ0.5-1% เพราะยอมรับว่าแม้จะมีการจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดจำนวนมากแต่ตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่งออกเดือน ส.ค. ลบหนักสุดรอบ 32 เดือน