นายวิจิตต์ นิมิตวานิช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า จะนำเสนอผลศึกษาโครงการระบบเชื่อมต่อการเดินทางบริเวณศูนย์คมนาคมพหลโยธินเบื้องต้น ให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม พิจารณา พร้อมกับจะมีการจัดจ้างที่ปรึกษา ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติม เพื่อให้ทราบถึงรายละเอียดการออกแบบ รูปแบบการลงทุน วงเงินลงทุน และผลการตอบแทนการลงทุนอย่างชัดเจน ก่อนจะเปิดประกวดราคาในปี 59สำหรับวงเงินการศึกษาจะมีการใช้งบประมาณปี 58 ประมาณ 50 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาว่าจ้างได้ภายในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ใช้เวลาศึกษาประมาณ1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ โดยโครงการนี้จะใช้พื้นที่ย่านพหลโยธินของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) จำนวน 117 ไร่ จากทั้งหมด 2,000ไร่ พัฒนาเชิงพาณิชย์ในลักษณะของพลาซ่าใต้ดิน 3 ชั้น โดยมีทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางบางซื่อ รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สถานีหมอชิต และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินที่สถานีกำแพงเพชร และสถานีจตุจักร ส่วนระดับพื้นดินจะพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวและลานเอนกประสงค์เพื่อให้กลมกลืนกับสวนจตุจักรนายวิจิตต์ กล่าวว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นระบุว่า โครงการเฟสแรกมีมูลค่า 6.5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยอาคารพลาซ่ามูลค่า 6 หมื่นล้านบาท และรถด่วนพิเศษ(บีอาร์ที) ช่วงบางซื่อ-อาคารเอ็นเนอร์จี้ คอมเพล็กซ์(เอ็นโก้) มูลค่า 5 พันล้านบาท ส่วนเฟสที่ 2 มีมูลค่าการลงทุนไม่สูงนัก ประกอบด้วยการเดินรถบีอาร์ที ช่วงอาคารเอ็นโก้-จตุจักร-บางซื่อ เพื่อให้การเดินรถรับส่งครบวงจร และลงทุนโครงการพัฒนาขนาดเล็กต่างๆ เช่น ศูนย์ควบคุมการจราจรอัจฉริยะ การปรับปรุงทางแยก เป็นต้น โดยสาเหตุที่ต้องแยกการเดินรถออกเป็น2 เฟส เพราะในเฟสแรกยังมีผู้ใช้บริการไม่คุ้มค่ากับการเดินรถครบวงจร และต้องรอให้พื้นที่ในโครงการจำนวน 9 ไร่หมดสัญญาเช่ากับผู้เช่ารายเดิมก่อน“รูปแบบการลงทุนจะใช้วิธีเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนกับ ร.ฟ.ท.ด้วยการให้เอกชนที่ได้รับสัมปทานเป็นผู้สร้าง บริหารงาน และส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่รัฐ ส่งผลให้ภาครัฐไม่ต้องใช้งบประมาณลงทุน 6.5 หมื่นล้านบาท ส่วนเวลาก่อสร้างจะใช้ 3 ปี แล้วเสร็จประมาณปี 62 ล่าช้ากว่ากำหนดในปี 60 โดยเบื้องต้นประเมินว่าหากสำเร็จโครงการนี้จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีกลางบางซื่อ และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินได้ มีผู้มาใช้บริการ 2 แสนคนต่อวัน สร้างผลตอบแทนการลงทุน (ไออาร์อาร์) ให้เอกชนที่มาลงทุนกว่า 16% ขณะที่ ร.ฟ.ท. จะได้รับค่าเช่า 3,000 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา 30 ปี”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สนข.เล็งเปิดประมูลโครงการระบบเชื่อมต่อพหลโยธิน
เดือน: กันยายน 2014
-

สนข.เล็งเปิดประมูลโครงการระบบเชื่อมต่อพหลโยธิน
-

ชงกระทรวงอุตสาหกรรมลอยตัวราคาน้ำตาลทราย
นายวิบูลย์ ผณิตวงศ์ รองประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ขณะนี้ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ได้เสนอนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรม และชาวไร่อ้อยถึงแนวทางการสนับสนุนการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายให้สะท้อนราคาตลาดโลก เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) หากเป็นไปได้ต้องการให้กำหนดนโยบายลอยตัวราคาในฤดูการผลิตปีนี้ทั้งนี้ปัจจุบันราคาขายปลีกน้ำตาลทรายบริโภคในประเทศ (โควตาก.) เป็นราคาควบคุม ดังนั้นแนวทางการลอยตัวราคาสามารถกำหนดให้อิงกับราคาตลาดโลก หรืออิงราคาน้ำตาลทรายดิบส่งออกที่บริหารโดยบริษัทอ้อย และน้ำตาลไทย จำกัด (อนท.) บวกกับราคาน้ำตาลทรายขาว โดยชาวไร่อ้อย ยังมีแหล่งทุน สำหรับดูแลราคาอ้อย กรณีต่ำกว่าต้นทุน ด้วยการเก็บเงินจากปริมาณการจำหน่ายน้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 1 บาท เฉลี่ยน้ำตาลที่ผลิตอยู่ที่ 10 ล้านตัน จะได้เงินประมาณหมื่นล้านบาท เข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาล หรืออีกแนวทางกรณีน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกเกิน 22 เซนต์ต่อปอนด์ก็หักข้ากองทุนฯ ซึ่งจะได้เงินจำนวนมากสะสมไว้ใช้“ ขณะนี้กองทุนอ้อยฯมีรายได้จากการขึ้นราคาน้ำตาลทราย 5 บาทต่อกก.หรือปีละ 12,000-13,000 ล้านบาท นำมาชำระหนี้ที่กู้จากธนคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.)ที่กู้มาเพิ่มค่าอ้อยที่ผานมา ผมคิดว่าถ้ามีแหล่งเงินการันตีว่าราคาอ้อยจะไม่ตกการลอยตัวราคาน้ำตาลจุดนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”นายมนตรี คำพล ประธานสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า 4 องค์กรชาวไร่อ้อยได้หารือกับโรงงาน ถึงประเด็นการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายแล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่โรงงานเสนอ เรื่องนี้เห็นว่า ประเด็นหลัก คือ กระทรวงพาณิชย์ควรเจรจาประเทศคู่ค้าอย่างอินโดนีเซีย ให้ลดกำแพงภาษีศุลกากรให้กับน้ำตาลไทย จากที่ปัจจุบันจัดเก็บกว่า 30% ก่อน เพราะไม่เช่นนั้นไทยไม่ได้ประโยชน์อะไร ในการเข้าสู่เออีซี ดังนั้นการลอยตัวน้ำตาลในฤดูการผลิตนี้จึงไม่ควรแต่ฤดูการผลิตปี 58/59 น่าจะดำเนินการได้เพราะป็นช่วงจังหวะที่คาดว่าราคาน้ำตาลตลาดโลกน่าจะดีขึ้นกว่านี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงกระทรวงอุตสาหกรรมลอยตัวราคาน้ำตาลทราย -

ลุ้นถกบอร์ดกสท.จันทร์นี้ กรณีศาลสั่งทุเลามติช่อง3 จอดำ
วันนี้ (28 ก.ย.) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 29 ก.ย.57 การประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะมีวาระแนวทางในการดำเนินการออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบอนาล็อก ภายหลังจากศาลปกครองมีคำสั่ง วันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ทุเลาการบังคับตามมติ กสท.ครั้งที่ 37 วันที่ 8 ก.ย. 57 เรื่องมีคำสั่งทางปกครองให้โครงข่ายเคเบิล – ดาวเทียม มิให้นำสัญญาณโทรทัศน์อนาล็อก ที่กสท.มีมติให้สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือกฎ Must Carry ภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับคำสั่ง ไปจนถึงวันที่ 11 ต.ค. 57 เวลา 16.30 น. ตามที่ บ.บางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด หรือช่อง 3 อนาล็อกได้เป็นผู้ฟ้อง สำนักงาน กสทช. กสทช. และกสท. โดยช่อง 3 ในฐานะผู้ฟ้องคดี และ กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดี ได้แถลงต่อศาลว่า จะไปตกลงทำความเข้าใจกันเพื่อหาข้อยุติพิพาทในคดีนี้ โดยจะแจ้งผลความคืบหน้าผลการหารือดังกล่าวให้ศาลทราบภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ตนน้อมรับแนวทางออกของศาลและขอบคุณสำหรับบทสรุปเรื่องนี้ โดยจากนี้ไปต่างฝ่าย ต่างมีภาระหน้าที่ตนเองต้องกลับมาจัดการแก้ปัญหา เพื่อรักษากติกาให้ระบบโทรทัศน์ไทยเดินไปข้างหน้าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ขอให้ บ.บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ผู้รับใบอนุญาตช่อง 3 ดิจิตอล ส่งเอกสารข้อเสนอการออกอากาศคู่ขนานให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาตมา ทาง กสท.จะเร่งพิจารณาโดยเร็วที่สุด “ส่วนกรณีแก้ ประกาศ กสทช.ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 9 ของพ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 นั้น หลักสำคัญของมาตรานี้เพื่อเน้นให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการด้วยตนเองหมายถึงไม่ให้เวลาไปเช่าช่วง ซึ่งประเด็นนิติบุคคลไม่สำคัญเท่ากับว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจและควบคุมการบริหาร เพราะฉะนั้น กสทช.ต้องมีหลักคิด และดูว่า แม้คนละนิติบุคคล แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าผู้มีอำนาจบริหารคือกลุ่มเดียวกัน การบริหารจัดการทั้งหมดเป็นของ บ.บีอีซีมัลติมีเดีย ซึ่งเป็นผู้รับผิดรับชอบจึงอยู่ในข่ายการพิจารณาได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ประกาศขยายเวลาให้ผู้อื่นเช่าช่วงได้ทั้ง 100 % เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบในภาพรวม” นางสาวสุภิญญา กล่าว นอกจากนี้ กสท. เตรียมพิจารณา “ร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์” หรือกองทุนUSO ด้านบรอดแคส
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นถกบอร์ดกสท.จันทร์นี้ กรณีศาลสั่งทุเลามติช่อง3 จอดำ