นายกฤตย์ พัตรปาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัดเปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย. 57จะมีการจัดงานมหกรรม ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 32 ภายใต้แนวคิด เที่ยว 4 วัน ชาร์จพลังได้ทั้งปีที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย ผ่านการจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบลด แลก แจก แถม โดยคาดว่าภายในงานจะมีผู้เข้าชมงานทั้ง 4 วันกว่า 300,000 คน และมีเงินสะพัดกว่า 800 ล้านบาทเติบโตขึ้นจากการจัดงานในช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 20% และยังถือเป็นการเติบโตมากที่สุดในกว่า 10ปีที่มีการจัดงาน ไทยเที่ยวไทยมาทั้ง 32 ครั้ง ทั้งนี้ภายในงานผู้จัดได้ นำผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว กว่า 1,250 ราย เป็นกลุ่มโรงแรมมากที่สุดกว่า 80% ร่วมออกบูธตั้งร้านต่างๆ เต็มพื้นที่ 20,000ตารางเมตรของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมออกมาโปรโมตแพ็กเกจต้อนรับช่วงหนาวและฤดูร้อนในต้นปีหน้าลดราคาสูงสุดถึง 60% นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบริษัททัวร์ สายการบิน รถเช่า เรือท่องเที่ยว สปา ภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ อุปกรณ์เดินทาง แคมปิ้ง ดำน้ำเว็บไซต์ท่องเที่ยว นิตยสารท่องเที่ยว ศูนย์สุขภาพสปาและความงามร้านจำหน่าย ผลิตภัณฑ์โอทอป มาร่วมออกบูธเพื่อขายสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน “ต้องยอมรับว่าในปีนี้การจัดงานของเราถือว่ามีจังหวะที่ดีในหลายๆ เรื่อง การที่คณะรักความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกมาตรการให้นำรายจ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศเช่น การใช้โรงแรมหรือ บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมายมาหักลดหย่อยภาษีได้ 20,000บาท อีกทั้งการที่คสช.ลดราคาน้ำมันเบนซินลงมาในขณะนี้ ก็เป็นแรงจูงใจที่ดีอย่างหนึ่งในการที่จะทำให้คนไทยหันมาสนใจเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น โดยส่วนใหญ่การใช้จ่ายหลักๆจะมาจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ซึ่งในปีนี้ก็มีธนาคารต่างๆ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเรามากมาย เพราะต่างเห็นว่าการจัดงานครั้งที่ผ่านมาการใช้จ่ายท่องเที่ยวผ่านบัตรเครดิตถือว่าสูงมาก”สำหรับกลุ่มลูกค้าภายในงานคาดว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวมากที่สุด เนื่องจากระยะเวลาในการจัดงานจะจัดก่อนที่จะถึงช่วงปิดเทอมของนักศึกษา จึงทำให้กลุ่มที่สนใจเดินทางวางแผนท่องเที่ยวล่วงหน้าเป็นกลุ่มครอบครัวมากที่สุด อย่างไรก็ดีระยะเวลาการจัดงานที่เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว จึงทำให้ราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบธรรมชาติและภูเขา มีราคาสูงกว่าแพ็กเกจท่องเที่ยวทางทะเลประมาณ 10%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดเงินสะพัด 800 ล้านในงานมหกรรมไทยเที่ยวไทย
เดือน: กันยายน 2014
-

คาดเงินสะพัด 800 ล้านในงานมหกรรมไทยเที่ยวไทย
-

หุ้นไทยวันที่ 1 ก.ย. 57 ปิดบวก 2.58จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (1ก.ย.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นและเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวันหลังจากการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งเป็นแรงหนุนให้บรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้งขณะเดียวกันยังไร้ปัจจัยอื่นๆชี้นำดัชนีส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด1,571.74 จุดและลดลงต่ำสุด1,565.08จุด จนมาปิดตลาดที่1,565.35จุด เพิ่มขึ้น 3.72 จุด หรือ0.24%ด้วยมูลค่าซื้อขาย45,185.91 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.โทรีเซนไทยปิดที่23.00บาท ลดลง 0.40 บาท2.ทรูปิดที่ 11.30 บาท ลดลง 0.20 บาท3.เด็มโก้ปิดที่14.70บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท4.ซีพีเอฟปิดที่30.50บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท5.เอไอเอสปิดที่206.00 บาท ลดลง 3.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 1 ก.ย. 57 ปิดบวก 2.58จุด -

ชี้รมว-รมช.พาณิชย์เหมาะสม
นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผู้ที่เข้ามาดำรงในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้ง 2 ท่านมีความเหมาะสม อย่างมากโดยในส่วนของพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์มีความคุ้นเคยกับข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์และค่อนข้างเข้าใจในงานของกระทรวงเป็นอย่างดีทั้งในเรื่องของการดูแลค่าครองชีพประชาชนการแก้ปัญหาสินค้าเกษตร เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา พล.อ.ฉัตรชัย ได้รับหน้าที่จากคสช. เข้ามาดูแลงานของกระทรวงพาณิชย์ได้เป็นอย่างดีขณะที่ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์นั้นถือว่าเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์และมีความสามารถด้านเกี่ยวกับการค้าและการเจรจาในต่างประเทศเนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมาก่อนซึ่งถือว่าการทำงานทั้ง 2 ท่านสามารถผสมผสมในงานของกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างลงตัวมากนอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ก็จะมีการปรับแผนการทำงานโดยจะมีการร่วมมือกับภาคเอกชนมากขึ้นเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และ การส่งออกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาครัฐจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือเอกชนในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันได้ตรงจุดหากมีการรับฟังภาคเอกชนที่รู้ปัญหาที่แท้จริง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชี้รมว-รมช.พาณิชย์เหมาะสม