เดือน: กันยายน 2014

  • ยอดขายข้าวพุ่งสูงสุดรอบ 35 เดือน

    ยอดขายข้าวพุ่งสูงสุดรอบ 35 เดือน

    นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. 57 ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 941,000 ตัน เพิ่มขึ้น39.5% เทียบกับก.ค. 56 มูลค่า 14,400 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8.5% ซึ่งเป็นการส่งออกในปริมาณสูงสุดในรอบ35 เดือนนับจากเดือน ส.ค. 54 ห ส่วนการส่งออกช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ปีนี้มีปริมาณ 5.62 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 55.5%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามูลค่า 90,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.6%ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ปริมาณการส่งออกข้าวสูงขึ้นในช่วงเดือนก.ค.เป็นผลจากการส่งออกข้าวขาวปริมาณ 448,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 10% โดยตลาดหลักอยู่ที่ไอวอรีโคสต์ ปริมาณ 58,000 ตัน มาเลเซีย 42,000 ตัน และจีน 36,000 ตัน ส่วนข้าวหอมมะลิส่งออกปริมาณรวม 133,000 ตัน ลดลง9.4% ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปสหรัฐ 30,700ตัน ขณะที่ข้าวนึ่งส่งออกปริมาณ 345,000 ตัน เป็นส่งออกไปไนจีเรีย 90,400 ตัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเพราะรัฐบาลไนจีเรียประกาศลดภาษีนำเข้าข้าวอย่างไรก็ตามสมาคมฯคาดว่าการส่งออกในเดือนส.ค. ไทยจะส่งออกได้ถึง 900,000 ตันเนื่องจากราคาข้าวของไทยยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับคู่แข่งทำให้สามารถแข่งขันได้ประกอบกับทางการมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการระบายข้าวในสต็อกรวมถึงการเร่งเจรจาขายข้าวให้ต่างประเทศทั้งจีน อินโดนีเซีย และมาเลเซียและคาดว่าทั้งปีการส่งออกข้าวไทยจะอยู่ที่ 10 ล้านตันและสามารถทวงแชมป์ส่งออกข้าวสูงสุดได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดขายข้าวพุ่งสูงสุดรอบ 35 เดือน

  • สั่งตรอ.ส่งผลตรวจรถผ่านอินเทอร์เน็ต

    สั่งตรอ.ส่งผลตรวจรถผ่านอินเทอร์เน็ต

    นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมฯ ได้นำระบบเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต มาใช้แก้ปัญหาการทุจริตในการตรวจสภาพรถ ของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่พบว่า ตรวจสภาพไม่ตรงกับความจริง โดยกำหนดให้ ตรอ.ทุกแห่งต้องจัดส่งข้อมูลและภาพถ่ายผลการตรวจสภาพรถ มายังกรมการขนส่งทางบกผ่านทางอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้แก้ปัญหาการทุจริต และลงโทษ ตรอ.ได้หลายแห่ง ทั้งนี้ในปีนี้ได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตพร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 8 ราย และเหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเพิกถอนและดำเนินคดีอีกหลายราย ส่วนผู้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการตรวจสภาพรถ และเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถ ตรอ.ที่กระทำการทุจริตจะถูกยกเลิกบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติหน้าที่และถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย “ขอให้สถานตรวจสภาพรถทุกแห่ง ตรวจสภาพรถด้วยความถูกต้อง ตามประกาศของกรมการขนส่งทางบกอย่างเคร่งครัด เพราะหากตรวจสอบพบการทำผิดแล้ว จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถและถูกดำเนินคดีอาญาทุกรายอีกด้วย และในโอกาสนี้ยังขอความร่วมมือประชาชนหากพบสถานตรวจสภาพรถใดไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ให้แจ้งมาที่ สำนักวิศวกรรมยานยนต์กรมการขนส่งทางบกหมายเลขโทรศัพท์ 02-2718613-4”   นายอัฌษไธค์กล่าวต่อว่า กรมฯ ได้เริ่มบังคับให้สถานตรวจสภาพรถเอกชน ใช้ระบบการรายงานผลการตรวจสภาพรถผ่านระบบสารสนเทศตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลถึงวันที่ 30 มิ.ย.57 มีสถานตรวจสภาพรถที่ติดตั้งระบบเชื่อมโยงเครือข่ายส่งข้อมูล มายังกรมการขนส่งทางบกแล้ว 1,886 แห่ง  ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการนี้นอกจากช่วยตรวจสอบ สถานตรวจสภาพรถให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การให้ส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ยังลดปริมาณการใช้กระดาษ ลดระยะเวลาในการดำเนินการตรวจสภาพรถ และการส่งข้อมูลมายังกรมการขนส่งทางบกอีกด้วย 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งตรอ.ส่งผลตรวจรถผ่านอินเทอร์เน็ต

  • รมต.ไอซีที เล็งแก้ปัญหารายได้ “ทีโอที-กสท”

    รมต.ไอซีที เล็งแก้ปัญหารายได้ “ทีโอที-กสท”

    วันนี้ (1 ก.ย.) นายพรชัย รุจิประภา ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยถึง ภารกิจหลักหลังเข้าทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีไอซีทีว่า สิ่งสำคัญคือการแก้วิกฤตของรัฐวิสาหกิจในสังกัด คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่กำลังเผชิญปัญหาด้านรายได้ที่ลดลงอย่างหนักจากการที่ต้องนำส่งรายได้สัมปทาน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ให้เป็นรายได้แผ่นดินตาม มาตรา 84 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)ทั้งนี้ จะใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากที่เคยเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งต้องดูแผนการลงทุนของทุกรัฐวิสาหกิจมาช่วยพลิกฟื้นทีโอทีและ กสท โดยจะใช้จุดแข็งด้านความพร้อมของโครงข่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจด้านการให้บริการและการทำตลาด เพราะทิศทางธุรกิจโทรคมนาคมและไอทีทั่วโลก ได้มุ่งเนันการคอนเวอร์เจนซ์ ดังนั้น ทีโอที และ กสท ต้องหาพันธมิตรร่วมดำเนินธุรกิจ"สำหรับการควบรวมระหว่างทีโอทีและกสทนั้น มองว่าเป็นเรื่องของอนาคต และรายละเอียดทั้งหมด คงต้องรอให้ตนเข้าทำหน้าที่อย่างเป็นทางการก่อน" นายพรชัย กล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีโอทีและ กสท อยู่ในรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ที่ต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูเร่งด่วนตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) โดย กสท อยู่ในฐานะได้เปรียบทีโอที จากภาพรวมการดำเนินงานครึ่งปี 2557 มีรายได้ 25,260 ล้านบาท รายจ่าย 24,658 ล้านบาท มีกำไร 602 ล้านบาท สูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ประมาณ 500 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้ทั้งปีที่ 5.5 หมื่นล้านบาท และมีกำไร 1,240 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการ 6 เดือนแรกของทีโอขาดทุน 1,300 ล้านบาท โดยมีรายได้ 3.24 หมื่นล้านบาท ค่าใช้จ่าย 3.37 หมื่นล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะขาดทุนรวม 8,900 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมต.ไอซีที เล็งแก้ปัญหารายได้ “ทีโอที-กสท”