รางวัลที่ 2 185941 589750 706459 739526 980798 รางวัลละ 100,000 บาท*****************************รางวัลที่ 4032786 149623 212527 450968 451580 498895 522322 561465 631759 871744รางวัลละ 20,000 บาท*****************************รางวัลที่ 5026501 069248 096948 097154 123529 168032 180593 224470 237788 242467
282254 293745 299870 327906 330065 344069 371821 398546 412953 459146
481873 493385 510843 512562 515092 555623 558154 562558 595552 632866
680702 688832 699977 763818 771653 783738 794279 850996 876991 877431
910520 914753 915774 951258 960398 967293 972890 978695 979283 984278รางวัลละ 10,000 บาท*****************************
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2557
เดือน: กันยายน 2014
-

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2557
-

แห่ร่วมประมูลรถยนต์รอบ 2 แน่นกรมศุลฯ
ที่กรมศุลกากร เวลา 10.00 น. วันที่ 1 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเปิดประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง 236 คัน ซึ่งเป็นการเปิดประมูลรอบ 2 ของปีงบประมาณ 57 เป็นไปด้วยความคึกคักอย่างมาก เนื่องจากมีนักธุรกิจ เศรษฐี ดารา นักแสดง และประชาชนสนใจเข้าร่วมในการประมูลรถยนต์ครั้งนี้จำนวนมาก โดย กรมฯ ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจชมสภาพภายนอกรถยนต์ของกลางที่จะขายทอดตลาดได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 – 29 ส.ค.ที่ผ่านมา และมอบหมายให้บริษัทสหการประมูล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่มีราคาประมูลสูงสุดของงาน ยี่ห้อลัมโบกินี่ รุ่น อเวนทาดอร์ เครื่อง 6500 ซีซี สีดำ ปี 2012 เปิดประมูลด้วยราคา 19.4 ล้านบาท สามารถปิดราคาประมูลได้ที่ราคา 19.7 ล้านบาท ขณะที่ รถยนต์ที่นำมาเปิดประมูล 3 อันดับแรก ประกอบด้วย รถยนต์ที่จะประมูลในลำดับที่ 1 ได้แก่ รถยนต์ยี่ห้อ เบนท์ ลีย์ รุ่น คอนติเนนทัล จีที 6,000 ซีซี สีดำ ปี 2005 เกียร์ออโต เปิดประมูลด้วยราคา 2.26 ล้านบาท ปิดราคาประมูลได้ที่ราคา 6.5 ล้านบาท, รถยนต์ยี่ห้อ ออดี้ คิว 5 2,000 ซีซี ปี 2010 สีขาว เกียร์ออโต เปิดประมูลด้วยราคา 920,000 บาท ปิดราคาประมูลได้ที่ราคา 1.65 ล้านบาท และรถยนต์ยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ปี 2008 สีขาว เกียร์ออโต เปิดประมูลด้วยราคา 1.61 ล้านบาท ปิดราคาประมูลได้ที่ราคา 3.1 ล้านบาท นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การเปิดประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง 236 คันในครั้งนี้ กรมฯได้นำรถของกลางที่เหลือจากการประมูลครั้งที่ผ่านมาและจับกุมได้เพิ่มเติมนำออกประมูล โดยนายสมหมาย ภาษี รมว.คลังคนใหม่ได้สั่งการให้ดูแลการประมูลครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส หากพบว่ามีอะไรที่ผิดปกติก็สามารถเข้ามารายงานได้ทันที ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท “การประมูลครั้งนี้ กรมศุลกากรได้ประเมินราคารถยนต์อิงกับตลาดมากขึ้น โดยดูจากความเหมาะสมและตลาดเต้นท์รถมือสอง ที่ปรับราคาตามสภาพตลาดมากขึ้น และไม่มีแรงกดดันจากกระแสข่าวเกี่ยวกับมาตรการกรมสรรพากรออกมา คาดว่าเป็นที่น่าสนใจของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งการเปิดประมูลครั้งนี้ จะเน้นโปร่งใส ยืนยันว่าไม่มีการนำเอาสมองกลของรถยนต์ออก ประชาชนวางใจได้ ขณะที่ การเปิดประมูลปีงบประมาณ 58 คงต้องดูจากกระบวนการจับกุมมีมากเท่าไร ซึ่งจะมีการเปิดประมูลไปเรื่อย ๆ ให้เหมาะสมกับตลาด”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แห่ร่วมประมูลรถยนต์รอบ 2 แน่นกรมศุลฯ -

พาณิชย์เปิดบริการระบบออนไลน์นักบัญชี
นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานร่วมแถลงข่าว “การเปิดตัวระบบการให้บริการออนไลน์แก่ผู้ทำบัญชี ว่ากรมฯร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดตัวระบบออนไลน์ e-Accountantให้บริการนักบัญชีทั่วประเทศแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวพร้อมดึงผู้ทำบัญชีร่วมผลักดันให้เกิดธุรกิจสีขาวแก่ภาคธุรกิจไทยทั้งระบบสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนชาวต่างชาติ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบในปี 58“กรมฯให้เห็นถึงความสำคัญของวิชาชีพบัญชีและการอำนวยความสะดวกแก่นักบัญชี ผ่านระบบการให้บริการออนไลน์แก่ผู้ทำบัญชี ที่สามารถให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว โดยผู้ทำบัญชีสามารถใช้บริการในการแจ้งข้อมูลผู้ทำบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดผ่านทางwww.dbd.go.thเมนูออนไลน์ หัวข้อผู้ทำบัญชี ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า”นอกจากนี้ กรมฯ ได้ออกประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 57โดยมีรายละเอียดสำคัญ คือ 1การแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ทำบัญชีทางอินเทอร์เน็ตที่www.dbd.go.th ,2 แก้ไขรอบการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องของผู้ทำบัญชีจากเดิม 27 ชั่วโมง ภายใน3 ปี เป็น 12 ชั่วโมง ต่อปีปฏิทิน และ 3แก้ไขจำนวนธุรกิจให้ผู้ทำบัญชีสามารถรับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 ราย ต่อปีปฏิทิน“กรมฯได้พัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีของไทยให้มีความเข้มแข็ง และโปร่งใสเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงยั่งยืนบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลพร้อมขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีร่วมผลักดัน ภาคธุรกิจไทยให้เป็นธุรกิจสีขาวทั้งระบบเนื่องจากเห็นว่าผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความโปร่งใสให้เกิดขึ้นแก่ภาคธุรกิจซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนชาวต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุน ในประเทศไทยเป็นการเตรียมความพร้อมทั้งของภาคธุรกิจและผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีของไทย รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปี 58 ที่กำลังจะมาถึง”ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 57)ประเทศไทยมีสำนักงานบัญชีทั่วประเทศ จำนวน 5,603 สำนักงาน เพิ่มขึ้นจากปี 56 จำนวน 401สำนักงาน คิดเป็น 7.71% ผู้ทำบัญชีจำนวน 83,619 รายเพิ่มขึ้นจากปี 56 จำนวน 5,603 ราย คิดเป็น 7.18% และ ผู้สอบบัญชีอนุญาต จำนวน11,792 รายเพิ่มขึ้นจากปี 56 จำนวน 3,034 ราย คิดเป็น 34.64%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เปิดบริการระบบออนไลน์นักบัญชี