วันนี้ (28 ก.ย.) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 29 ก.ย.57 การประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะมีวาระแนวทางในการดำเนินการออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบอนาล็อก ภายหลังจากศาลปกครองมีคำสั่ง วันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ทุเลาการบังคับตามมติ กสท.ครั้งที่ 37 วันที่ 8 ก.ย. 57 เรื่องมีคำสั่งทางปกครองให้โครงข่ายเคเบิล – ดาวเทียม มิให้นำสัญญาณโทรทัศน์อนาล็อก ที่กสท.มีมติให้สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือกฎ Must Carry ภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับคำสั่ง ไปจนถึงวันที่ 11 ต.ค. 57 เวลา 16.30 น. ตามที่ บ.บางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด หรือช่อง 3 อนาล็อกได้เป็นผู้ฟ้อง สำนักงาน กสทช. กสทช. และกสท. โดยช่อง 3 ในฐานะผู้ฟ้องคดี และ กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดี ได้แถลงต่อศาลว่า จะไปตกลงทำความเข้าใจกันเพื่อหาข้อยุติพิพาทในคดีนี้ โดยจะแจ้งผลความคืบหน้าผลการหารือดังกล่าวให้ศาลทราบภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ตนน้อมรับแนวทางออกของศาลและขอบคุณสำหรับบทสรุปเรื่องนี้ โดยจากนี้ไปต่างฝ่าย ต่างมีภาระหน้าที่ตนเองต้องกลับมาจัดการแก้ปัญหา เพื่อรักษากติกาให้ระบบโทรทัศน์ไทยเดินไปข้างหน้าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ขอให้ บ.บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ผู้รับใบอนุญาตช่อง 3 ดิจิตอล ส่งเอกสารข้อเสนอการออกอากาศคู่ขนานให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาตมา ทาง กสท.จะเร่งพิจารณาโดยเร็วที่สุด “ส่วนกรณีแก้ ประกาศ กสทช.ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 9 ของพ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 นั้น หลักสำคัญของมาตรานี้เพื่อเน้นให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการด้วยตนเองหมายถึงไม่ให้เวลาไปเช่าช่วง ซึ่งประเด็นนิติบุคคลไม่สำคัญเท่ากับว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจและควบคุมการบริหาร เพราะฉะนั้น กสทช.ต้องมีหลักคิด และดูว่า แม้คนละนิติบุคคล แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าผู้มีอำนาจบริหารคือกลุ่มเดียวกัน การบริหารจัดการทั้งหมดเป็นของ บ.บีอีซีมัลติมีเดีย ซึ่งเป็นผู้รับผิดรับชอบจึงอยู่ในข่ายการพิจารณาได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ประกาศขยายเวลาให้ผู้อื่นเช่าช่วงได้ทั้ง 100 % เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบในภาพรวม” นางสาวสุภิญญา กล่าว นอกจากนี้ กสท. เตรียมพิจารณา “ร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์” หรือกองทุนUSO ด้านบรอดแคส
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นถกบอร์ดกสท.จันทร์นี้ กรณ๊ศาลสั่งทุเลามติช่อง3 จอดำ
เดือน: กันยายน 2014
-

ลุ้นถกบอร์ดกสท.จันทร์นี้ กรณ๊ศาลสั่งทุเลามติช่อง3 จอดำ
-

ทีเซลหนุนพัฒนาเครื่องสำอางสารสกัดจากยางพาราครบวงจร
ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือทีเซล (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทีเซลได้ลงนามความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาวิทยาลัยนเรศวร เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดเครื่องสำอางกลุ่มประทินผิวและบำรุงเส้นผมหนังศีรษะอย่างครบวงจร ทั้งนี้ มูลค่าการตลาดของไวเทนนิ่งในระดับเอเชียแปซิฟิก จะสูงถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท ในปีหน้า เครื่องสำอางชะลอวัยจากสารสกัดยางพารา ที่มีครีมหน้าใส เจลล้างหน้า เซรั่มบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผม ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นสามารถเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีการค้นพบและนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางแล้ว อีกทั้งการออกสู่ตลาดก็ได้รับการตอบรับดีมาก ดังนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดยางพาราได้อย่างครบวงจร และสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรด้านชีววิทยาศาสตร์ในสาขาที่ขาดแคลน การจัดทำเครือข่ายฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ต้นแบบ เครื่องสำอาง ยา ชีววัตถุ ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการและพร้อมเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ร่วมกันอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีเซลหนุนพัฒนาเครื่องสำอางสารสกัดจากยางพาราครบวงจร -

รอบคอบก่อนกินเจ – ไขปัญหาผู้บริโภค
หากช่วงเวลานี้หลาย ๆ ท่านมีโอกาสเดินจับจ่ายซื้อของตามท้องตลาดก็จะเห็นธงสีเหลืองติดเป็นริ้วรายรอบไปทั่วอาหารสำเร็จรูปที่วางจำหน่ายทั่วไปต่างมีวัตถุดิบปราศจากเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า “เทศกาลกินเจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว”เมื่อถึงเทศกาลกินเจ เชื่อว่าผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่หันมาทำบุญรักษาศีล โดยงดบริโภคเนื้อสัตว์ และหันมาบริโภคอาหารจำพวกผักและผลไม้มากขึ้น
ผู้บริโภคส่วนใหญ่…อาจมองว่า ’อาหารเจ“ เป็นอาหารที่ปราศจากส่วนผสมของเนื้อสัตว์โดยแท้ แต่ไม่ควรชะล่าใจ แต่ทว่า…ควรระมัดระวังการปลอมแปลงฉวยโอกาสของผู้ประกอบธุรกิจที่มีการนำเนื้อสัตว์ มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารเจ แล้ววางจำหน่ายอย่างหน้าชื่นตาบาน สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตรวจสอบและเฝ้าระวังตลอดจนติดตามและสอดส่องพฤติกรรมของพ่อค้าแม่ขาย เพราะหวั่นเกรงผู้บริโภคถูกหลอกเป็นบาปซ้ำเติมมากกว่าได้บุญ
จากข้อมูลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า การตรวจสอบเบื้องต้นว่า อาหารเจที่วางขายตามท้องตลาดนั้นจะมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ปะปนอยู่หรือไม่นั้น ผู้บริโภคแทบไม่ทราบเลย ซึ่งต้องใช้เวลาการทดสอบผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 5 วัน อย่างไรก็ตามผู้บริโภคอาจตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารที่ซื้อกลับไปจะปลอดเนื้อสัตว์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยการเลือกซื้อวัตถุดิบหรืออาหารเจจากร้านที่เชื่อถือได้ และที่สำคัญการอ่านฉลากสินค้าถือว่าเป็นส่วนที่สามารถช่วยให้ท่านทราบข้อมูลเบื้องต้นของวัตถุดิบเหล่านั้นว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง สัดส่วนอยู่ในปริมาณเท่าไหร่ และผู้ผลิตคือใคร วันผลิตและวันหมดอายุที่แสดงบนสินค้า เหล่านี้จะสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคได้ นอกจากความกังวลเรื่องการปลอม ปนของเนื้อสัตว์ที่อาจพบในช่วงเทศกาลกินเจ อีกหนึ่งความมุ่งหมายที่ สคบ. อยากให้ผู้บริโภคได้อิ่มบุญและทานอาหารเจอย่างมีความสุขแล้ว นั่นคือเรื่อง
“ความปลอดภัยของผักและผลไม้” เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเลือกผักที่สด ใหม่ และสะอาด สังเกตที่ไม่มีรอยหรือคราบสีขาวจากสารฆ่าแมลง ล้างผักและผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนนำไปปรุงอาหาร เพื่อลดอันตรายจากสารเคมีตกค้าง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
ทั้งนี้ สคบ. ขอย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอาหารเจพึงมีจริยธรรมในการขายสินค้าที่มีคุณภาพไม่เอาเปรียบผู้บริโภค และขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพจากร้านที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การทำบุญและถือศีลให้ทานนั้นได้บุญอย่างแท้จริง.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รอบคอบก่อนกินเจ – ไขปัญหาผู้บริโภค