เดือน: กันยายน 2014

  • ท่องเที่ยวญี่ปุ่นขอไทยออกคำแถลงการณ์

    ท่องเที่ยวญี่ปุ่นขอไทยออกคำแถลงการณ์

    นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะผู้บริหารระดับสูงของสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวญี่ปุ่น หรือ จาต้า ว่า ผู้ประกอบการอยากให้รัฐบาลของไทย มีคำแถลงการณ์ออกมาอย่างเป็นทางการว่า แม้จะมีกฎอัยการศึกแต่ประเทศก็ยังมีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อให้บริษัททัวร์ของญี่ปุ่นนำประกาศไปชี้แจงให้กับนักท่องเที่ยวได้ โดยหลังจากนี้จะนำข้อเสนอนี้กลับไปหารือกับครม. เพื่อหาแนวทางร่างรายละเอียแถลงการณ์ให้ชาวต่างชาติรับรู้ว่าประเทศไทยปลอดภัยต่อไป  “การได้พบและหารือกับผู้ประกอบการญี่ปุ่น ถือว่าได้มาตอกย้ำให้เขามั่นใจมากขึ้น และอุปนิสัยของคนญี่ปุ่นเมื่อได้มาเจอหน้ากันจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง มากกว่าการส่งเอกสารหรืออีเมล์  การได้พบกันจึงมีความหมายมากๆ และเมื่อได้ทราบว่าแผนส่งเสริมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นตามที่เราวางไว้ตอบโจทย์เขาจริงๆฉะนั้นฝ่ายไทยก็ตอบรับที่จะกลับไปทำให้มากขึ้นด้วย ส่วนเรื่องคำแถลงการณ์ คงต้องไปดูว่าในระดับทางการเราจะทำอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง ซึ่งในเรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจากปัญหาทางการเมืองของไทยได้พูดอยู่เรื่อยๆ แต่คนต่างชาติอาจไม่รู้สึกหรือเปล่า”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ท่องเที่ยวญี่ปุ่นขอไทยออกคำแถลงการณ์

  • จีนสนใจตั้งอุตสาหกรรมของใช้ในครัวเรือน

    จีนสนใจตั้งอุตสาหกรรมของใช้ในครัวเรือน

    นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า นายหลิน หมิง ซิง หัวหน้าคณะสำรวจการลงทุนจากเมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน  เข้าหารือการลงทุนในประเทศไทย โดยสนใจที่จะเข้ามาพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของใช้ในครัวเรือน เช่น ผลิตภัณฑ์จากแก้ว พลาสติก เซรามิค  เบื้องต้นจีนต้องการพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ ในการจัดตั้งนิคมฯ เนื่องจากจีนมองว่า ไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้า การลงทุน การผลิตและส่งออกใน กลุ่มประเทศอาเซียน  รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค  ขนส่ง และโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพ  รวมทั้งมีวัตถุดิบในการผลิตแรงงานที่มีศักยภาพ  และมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน เป็นทิศทางเดียวกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้จีนยังมองว่า กนอ.ได้มอบสิทธิประโยชน์ เช่น สิทธิการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ได้รับอนุญาตนำผู้เชี่ยวชาญ ช่างฝีมือต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศพร้อมการให้บริการขอวีซ่า สามารถนำส่งเงินตราต่างประเทศออกนอกราชอาณาจักรได้ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า-ขาออก ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต สำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือและเครื่องใช้ในการผลิต รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ที่ผ่านการดำเนินงานของสำนักงานบีโอไอในประเทศจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้ามาลงทุนในไทย  สำหรับประเทศที่เข้ามาลงทุนมากที่สุดในประเทศไทย 5 อันดับแรก คือ ญี่ปุ่น สหรัฐ สิงคโปร์ จีน และไต้หวัน ทั้งนี้ กนอ. แนะนำให้จีนเข้ามาขอเช่าพื้นที่ในนิคมฯ ที่มีอยู่แล้ว เพื่อจัดตั้งนิคมฯ เนื่องจากสะดวกในการขออนุญาตประกอบกิจการต่างๆ  เพราะหากจัดตั้งนิคมฯเอง  อาจติดข้อปัญหาในเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน เนื่องจากเป็นชาวต่างชาติ โดยกนอ.ให้ข้อมูลของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ซึ่งมีที่ตั้งทำเลสามารถเชื่อมต่อเส้นทางการค้าไปยัง สปป.ลาว และขึ้นไปยังมณฑลยูนนาน ประเทศจีนได้ ทำให้สะดวกในการขนถ่ายสินค้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จีนสนใจตั้งอุตสาหกรรมของใช้ในครัวเรือน

  • ธปท.หั่นเป้าเศรษฐกิจปีหน้า

    ธปท.หั่นเป้าเศรษฐกิจปีหน้า

    นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.คงประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปีนี้ที่ 1.5%ตามเดิม เพราะการบริโภคภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นแล้ว แต่ได้ปรับลดประมาณการณ์จีดีพีปีหน้าลง จากเดิมที่ 5.5%เหลือ 4.8%จากการส่งออกและการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากปีนี้ แต่อย่างไรก็ดี ธปท.ยังไม่ได้นำปัจจัยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่กำลังจะออกมาในเร็ว ๆ นี้มาประกอบการพิจารณา ซึ่งคงต้องรอดูในรายละเอียดอีกครั้งก่อนทั้งนี้ สาเหตุที่ลดจีดีพีลง เนื่องจากมองว่าการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า ทั้งจากเศรษฐกจคู่ค้าชะลอตัว เทคโนโลยีการผลิตของไทยมีข้อจำกัด การส่งออกรถยนต์ต่ำกว่าที่คาด รวมทั้งราคาสินค้าตกต่ำ ทั้งข้าว ยางพารา จึงได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออก จากเดิม 3%เหลือ 0%หรือไม่เติบโตเลย และปีหน้าลดเหลือ 4%จากเดิมที่คาดว่าจะโตได้ 6% ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวนั้น ได้ปรับเป้าหมายลดลงเช่นกัน จากเดิมที่คาดว่าจะมี 25.5 ล้านคนในปีนี้ เหลือ 25 ล้านคน และปีหน้า จากเดิมที่ 28.5 ล้านคน เหลือเพียง 27 ล้านคนเท่านั้น จากที่หลายประเทศยังคงประกาศเตือนการเดินทางมาไทย ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้ ก็ปรับลดลงด้วย เหลือ 1.6%จากเดิม 1.7%ส่วนปีหน้าลดเหลือ 1.3%จากเดิม 1.4%และเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ลดเหลือ 2.2%จากเดิม 2.6%ปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 2.1%ลดลงจากเดิมที่ 2.5%“ช่วงครึ่งปีหลังนี้ การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น และมีแนวโน้มเข้าใกล้ระดับปกติ โดยคาดว่าปีนี้การบริโภคภาคเอกชนจะดีขึ้น 0.2%เป็น 1.1%ส่วนปีหน้า ลดลงเล็กน้อย จาก 4.7%เหลือ 4%ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนนั้นยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากที่คาดว่าปีนี้จะติดลบ 2.6%เป็น ติดลบ 2.8%และปีหน้า เพิ่มเป็น 10.2%จากที่คาดไว้ 11.2%”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.หั่นเป้าเศรษฐกิจปีหน้า