เดือน: กันยายน 2014

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 26กันยายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 0.10 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 26กันยายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 0.10 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (26ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนตลอดช่วงเช้า โดยมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นกดดันดัชนีหลังจากปรับตัวขึ้นสูงต่อเนื่องก่อนหน้านี้ แต่ในขณะเดียวกันยังมีแรงซื้อเก็งกำไรภายใต้ความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนักลงทุนรอจับตาการคาดการณ์ขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย 30 ก.ย. นี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,591.89 จุด ลดลง 0.10 จุด หรือ 0.01% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 22,161.65ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 26กันยายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 0.10 จุด

  • ซื้อขายผ่านเว็บไซต์ธุรกิจอาหารไทย

    ซื้อขายผ่านเว็บไซต์ธุรกิจอาหารไทย

    ในยุคดิจิทัล อิโคโนมี การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ก้าวหน้าสู่ตลาดสากล จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสนับสนุนให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว ด้วยระบบออนไลน์ที่เป็นสื่อกลางให้ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทั่วทุกมุมโลกได้ใช้เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายอาหารไทย เกิดการขยายตัวทางธุรกิจและเป็นช่องทางการค้าใหม่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เพิ่มมูลค่าทางการค้าของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม จึงเปิดตัวเว็บไซต์ www.thailandfoodmarket.com เพื่อหวังเป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าอาหารไทยผ่านระบบออนไลน์แห่งแรกในอาเซียนสามารถรองรับผู้ขายจากทั่วทุกมุมโลกด้วยจำนวนผลิตภัณฑ์อาหารไทยมากที่สุด เพิ่มโอกาสทางการตลาดและธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ ให้ตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทางเว็บไซต์ได้คัดเลือกผู้ประกอบการร้าน 100 ราย ภายในเว็บไซต์จะมีการแยกหมวดหมู่ต่างๆอย่างเป็นระบบ สามารถสอบถามข้อมูลกับผู้ขายได้โดยตรง นอกจากนั้นยังมีระบบสารสนเทศต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฎหมายหรือระเบียบต่างๆในอุตสาหกรรมอาหาร สิทธิประโยชน์ต่างๆทางการค้า รวมถึงบทความ บทวิเคราะห์เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภค สถาบันอาหารยังคงมีโครงการ Thailand Food Heritage เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เป็นอันดับหนึ่ง ตามเป้าหมายการเป็นครัวคุณภาพของโลก โดยจะเปิดเป็นทางการ ในปี2558ในช่วงที่ผ่านมามูลค่าการนำเข้าและส่งออกอาหารระหว่างไทยกับอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี2556 ไทยส่งออกอาหารเข้าสู่อาเซียนกว่า 192,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21.5 ของมูลค่าอาหารทั้งหมด มูลค่าการส่งออกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 63 ในขณะที่การนำเข้าก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 5 ปีที่ผ่านมาร้อยละ 68 จากแนวโน้มดังกล่าว จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ไทยจะขยายตลาดสินค้าเข้าสู่อาเซียนมากขึ้น ปัจจุบันมูลค่าส่งออกอาหารของไทย 7 เดือนแรกในปี 2557 มูลค่าส่งออกรวม 586,724 ล้านบาท มีแนวโน้มขยายตัวจากปีที่แล้ว ร้อยละ 10.23 ปริมาณส่งออก 21.35 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 14.88 โดยตลาดส่งออกที่สำคัญส่วนใหญ่ล้วนมีสัญญาณในทางบวกนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การพัฒนาเว็บไซต์ระบบสารสนเทศธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้ประกอบการและบุคลากรในภาคธุรกิจ เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสาร และความรู้ตลอดจนกฎระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องในธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อพัฒนาการเป็นตลาดเสมือนจริงที่ให้ข้อมูลและการเจรจาธุรกิจนี่จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยได้ก้าวเข้าสู่อาเซียนได้มากขึ้น ใครที่ก้าวก่อน จะก้าวไปได้ไกลกว่า กับธุรกิจใหม่ของสถาบันอาหารชนัดดา บุญครอง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซื้อขายผ่านเว็บไซต์ธุรกิจอาหารไทย

  • “กสท” รอความชัดเจนนโยบายควบรวม”ทีโอที”

    “กสท” รอความชัดเจนนโยบายควบรวม”ทีโอที”

    วันนี้ (26 ก.ย.) นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า การที่ นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มีการพิจารณาแผนการดำเนินงานของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ กสท โดยอาจจะมีการควบรวมทั้ง 2 หน่วยงานหรือไม่ในฐานะรัฐวิสาหกิจในสังกัดไอซีที นั้น กสท จะต้องรอนโยบายที่ชัดเจนจากกระทรวงไอซีทีก่อน ซึ่งตามที่เข้าใจ คือ การควบรวมถือเป็นทางเลือกสุดท้ายตามที่ได้รับฟังข่าวมานั้น ซึ่งก็อาจจะไม่เกิดการควบรวมก็ได้ทั้งนี้หากมีการควบรวมหรือให้ทีโอทีและ กสท ดำเนินธุรกิจที่มีความซ้ำซ้อนกันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ในส่วนของการดำเนินธุรกิจที่มีลักษณะที่เหมือนกันใน 6 กลุ่ม ธุรกิจ โดยธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์) ที่ทั้งสององค์กรทำธุรกิจแข่งขันกันเอง ซึ่งอาจจะต้องมีการควบรวมหรือดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยอาจแบ่งเป็นให้ทีโอทีหาลูกค้าทั่วไป ส่วนลูกค้าองค์กรหรือการเช่าวงจรเชื่อมต่อออกต่างประเทศให้ กสท เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งทุกแนวทางต้องรอความชัดเจนจากไอซีทีและรัฐบาลอีกครั้ง โดยในวันที่2ต.ค.นี้ รมว.ไอซีที จะเดินทางมาพบกับพนักงาน ผู้บริหาร และคณะกรรมการ(บอร์ด) และหารือถึงแผนการทำงาน โครงสร้างการบริหารที่ผ่านมาด้วยอย่างไรก็ตามจากการที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)ได้สั่งให้ กสท ดำเนินธุรกิจโดยแยก 6 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม 2.กลุ่มโครงสร้างเสาโทรคมนาคม 3.กลุ่มงานอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และเคเบิ้ลใต้น้ำ 4.กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ 5.กลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)และธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่ (ฟิกซ์ไลน์) และ 6.กลุ่มบริการไอที ไอดีซี และคลาวด์ ส่งให้ สคร.เช่นเดียวกับทีโอที โดยขณะนี้ กสท รอให้สคร.ตอบกลับความคิดเห็นกลับมานายวิโรจน์ กล่าวว่า ธุรกิจมือถือที่ กสท ดำเนินการเองและขายส่ง แบรนด์วิธ ให้แก่ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ภายใต้แบรนด์ทรูมูฟ เอช นั้น คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ราว 27,000 ล้านบาท และรายได้จากบริการ “มาย”ของ กสท เอง มีรายได้ราว 900 ล้านบาท มีลูกค้าใช้งาน 300,000 ราย ส่วนรายได้รวมปีนี้ กสท คาดว่าจะอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท คิดเป็นกำไรราว 600 ล้านบาท สำหรับงบดำเนินการงวด3เดือน สิ้นสุด31มี.ค.ที่ผ่านมามีรายได้แล้ว12,673 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย12,578ล้านบาท เหลือกำไรสุทธิ94.89ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “กสท” รอความชัดเจนนโยบายควบรวม”ทีโอที”