เดือน: กันยายน 2014

  • เผยเด็กปั้มแสบแอบโกงมิเตอร์น้ำมัน

    เผยเด็กปั้มแสบแอบโกงมิเตอร์น้ำมัน

    นายจรินทร  สุทธนารักษ์  ผู้อำนวยการ สำนักชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ต้องการให้ผู้บริโภคระมัดระวังหรือตรวจสอบในการเติมน้ำมันหรือก๊าซแอลพีจีในปั๊มที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างใกล้ชิดขณะที่เติมเชื้อเพลิง เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนว่าเด็กปั๊มบางแห่งฉวยโอกาสโกงค่าน้ำมัน โดยการไม่เคลียร์มิเตอร์เดิมให้กลับไปอยู่ที่เลขศูนย์ แต่ก็จะแอบไปรวมกับรายจ่ายกับรถยนต์ที่จะเติมน้ำมันในคิวต่อไปโดยเฉพาะคันที่เติมหลังรถจักรยานยนต์ เพราะมิเตอร์จะขึ้นไม่มาก เช่น รถจักรยานยนต์เติมน้ำมัน 50-100 บาทเมื่อรถยนต์รถยนต์คันต่อไปมาเติม 1,000 บาท มิเตอร์ก็จะวิ่งจาก 51-101 บาทจนถึง 1,000 บาท ส่งผลให้ผู้เติมได้น้ำมันเพียง 900-950 บาทเท่านั้นทั้งนี้จากการสอบถามผู้ที่เดือดร้อนพบว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ดูตัวเลขมิเตอร์วิ่ง แต่ผู้ที่ขับรถยนต์มานานก็จะทราบว่าน้ำมันหมดเร็วผิดปกติ ขณะที่บางรายก็จับได้ว่าเด็กปั๊มมีการโกงน้ำมันจริงๆ จึงได้ร้องเรียนไปยังเข้าของปั๊มและในที่สุดเจ้าของปั๊มต้องยอมชดเชยเงินแทน ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็เคยประสบเจอกรณีดังกล่าวด้วยตนเอง โดยพนักงานจะเลือกเฉพาะผู้ที่ไม่สนใจในการดูหรือกำลังโทรศัพท์อยู่ เป็นต้น“ทราบว่าส่วนใหญ่มิเตอร์ของปั๊มที่มีมาตรฐานและไม่มีมาตรฐานจะอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐได้ไปตรวจสอบมิเตอร์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทราบว่าเฉพาะบางปั๊มจะมีเด็กปั๊มที่ฉวยโอกาสเก็บส่วนที่ได้มาเข้ากระเป๋าตัวเองโดยเจ้าของไม่รู้ เนื่องจากปั๊มเล็กๆจะไม่มีสวัสดิการที่ดีเหมือนกับ ปตท. บางจาก เชลล์ และ เอสโซ่  เป็นต้น ประกอบกับปั๊มเล็กหลายแห่งไม่มีกล้องวงจรปิด  ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์โกงได้ง่าย”อย่างไรก็ตามแม้ว่าในปัจจุบันปัญหาดังกล่าวจะลดน้อยลงจากในอดีต แต่ทางกรมการค้าภายในจะต้องดำเนินการป้องกันอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคไม่ให้เกิดความเดือดร้อนจากการฉ้อโกง เบื้องต้นอยู่ระหว่างการทำโครงการสถานีบริการน้ำมันเต็มลิตร  โดยเปิดคัดเลือกสถานีบริการน้ำมันที่ได้มาตรฐาน ทั้งการบริการ ความสะอาด การบริการเติมน้ำมันเต็มลิตร และสถานีบริการน้ำมันที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะได้รับสติ๊กเกอร์ “ปั๊มน้ำมันเติมเต็มลิตร คุ้มค่า เต็มจำนวน” โดยตั้งเป้าครอบคลุมปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เผยเด็กปั้มแสบแอบโกงมิเตอร์น้ำมัน

  • ชาวนาชง”ฉัตรชัย”ดันข้าวเปลือกตันละหมื่น

    ชาวนาชง”ฉัตรชัย”ดันข้าวเปลือกตันละหมื่น

    นายระวี รุ่งเรือง นายกสมาคมเครือข่ายชาวนาไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะหารือด้านข้าวระหว่างกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนชาวนานัดแรกวันที่ 26 ก.ย. นี้ ที่มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมร่วมกับตัวแทนชาวนาจาก 5 สมาคม  ทางกลุ่มจะเสนอให้ผลักดันราคาข้าวเปลือกเจ้าให้ขายได้ตันละ 10,000 บาท ข้าวหอมปทุมฯราคาตันละ 11,000 บาท และข้าวหอมมะลิตันละ 15,000 บาท“ข้อเสนอดังกล่าวเป็นราคาที่ชาวนาของกลุ่มต้องการ ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมและชาวนาพอมีกำไร แม้ว่านโยบายของรัฐบาลจะเร่งลดต้นทุนปัจจัยการผลิต จัดโซนนิ่งพื้นที่ปลูกข้าว และพัฒนาผลผลิตต่อไร่ให้เพิ่มสูงขึ้น แต่ต้องใช้ระยะเวลา หรือฤดูกาลหน้าถึงจะเห็นผล จึงอยากให้รัฐลงมาช่วยเยียวยาข้าวในฤดูกาลนี้ก่อน”ทั้งนี้ หากนำต้นทุนการปลูกข้าวมาเปรียบเทียบกับราคาที่ได้ โดยต้นทุนปลูกข้าวเฉลี่ยที่ไร่ละ 5,000 บาท ซึ่งการปลูกข้าวต่อไร่ได้ข้าวเปลือกประมาณ 750 กก.เท่านั้น หรือเท่ากับต้องปลูกข้าว 3 ไร่ ถึงจะได้ข้าว 2 ตัน  หากราคาข้าวเปลือกขายได้ตันละ 8,000 บาท เท่ากับว่าชาวนาจะได้เงิน  16,000 บาท จากการปลูกข้าว 3 ไร่ หรือชาวนาขายข้าวได้กำไรเพียงไร่ละ 300 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะยังถูกหักค่าความชื้น ยิ่งจะทำให้ชาวนาขายข้าวได้ในราคาต่ำลงกว่านี้อีก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนาชง”ฉัตรชัย”ดันข้าวเปลือกตันละหมื่น

  • หม่อมอุ๋ย เล็งชงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ‏สัปดาห์หน้า

    หม่อมอุ๋ย เล็งชงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ‏สัปดาห์หน้า

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัลสุดยอด เอสเอ็มอีแห่งชาติ  จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล อยู่ระหว่างหารือกำหนดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ บนหลักการทำให้เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชาชน และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบ ภายในสัปดาห์หน้า  จากนั้นจะนำเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงอย่างเป็นทางการ  โดยเชื่อว่า เศรษฐกิจปีหน้าจะดีกว่าปีแน่นอน  “ใครจะว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไทยต่ำสุดในอาเซียนก็ไม่เป็นไร เพราะเราต้องเชื่อมั่นในตัวของเราเอง ซึ่งผมมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ และที่สำคัญคือผมจะไม่ทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบประชานิยมเหมือนที่คนเก่าๆ เคยทำกันมาก่อนหน้านี้ “อย่างไรก็ตามต่อไปจะต้องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีระดมทุนผ่านตลาดทุนด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอมากขึ้น และหาแนวทางดึงกองทุนร่วมลงทุนของ สสว. เข้ามามีบทบาทในการร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอี ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีเงินทุนหมุนเวียนและมีสภาพคล่องมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอีทั้งประเทศที่มีกว่า 2.7 ล้านรายอย่างมาก 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หม่อมอุ๋ย เล็งชงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ‏สัปดาห์หน้า