เดือน: กันยายน 2014

  • นักศึกษาอยากเห็นอนาคต อุดมศึกษานานาชาติอย่างไร – โลกาภิวัฒน์

    นักศึกษาอยากเห็นอนาคต อุดมศึกษานานาชาติอย่างไร – โลกาภิวัฒน์

    “อนาคตอุดมศึกษาไทยจะเป็นอย่างไร” นั้น เรามักจะมีคำตอบจากกูรูหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา แต่สิ่งที่เป็นคำตอบของนักศึกษาว่าอยากเห็น อยากได้ อยากมี มหาวิทยาลัยในอนาคตอย่างไรนั้น ผู้เขียนมีผลสรุปจากสำนักวิจัยซอกบี้อะนาไลติกส์มาเผยแพร่ในบทความนี้และขอคั่นบทความทุนนิยมอเมริกาด้วยบทความสำหรับพฤหัสนี้น่ะครับซอกบี้อะนาไลติกส์ สำนักวิจัยด้านความคิดเห็นของสหรัฐอเมริกาได้สำรวจนักศึกษาในกลุ่มมหาวิทยาลัยนานาชาติลอรีเอท 37 มหาวิทยาลัย ใน 21 ประเทศ มีนักศึกษาเข้าตอบคำถาม 20,800 คน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการศึกษาสำรวจความคิดเห็นที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลกการศึกษานานาชาติ ซึ่งจากการศึกษาได้พบความชัดเจนว่านักศึกษาต้องการให้อุดมศึกษาในอนาคตนั้น ทำให้บัณฑิตพัฒนามีงานทำและมีความก้าวหน้าในวิชาชีพของตนผลสรุปของงานสำรวจของนักศึกษาแบ่งออกได้เป็น 4 ด้านใหญ่คือ หนึ่ง การเข้าถึงได้ (Accessible) เป็นนักศึกษาเกือบครึ่งคือประมาณ 47% เชื่อว่ามหาวิทยาลัยในอนาคตจะมีเนื้อหาหลักสูตรออนไลน์และให้การศึกษาฟรีสำหรับวิชาออนไลน์ส่วนใหญ่ และนักศึกษาประมาณ 59% จะใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเรียนรู้และก็ติวกันเองสอนกันเอง และมากกว่าสองในสามเดือนหรือ 68% เชื่อว่ามหาวิทยาลัยจะมีห้องสมุดออนไลน์ให้นักศึกษาสามารถเข้าไปอ่านและศึกษาวิชาการต่าง ๆ ในรูปแบบของเอกสาร หนังสือตำรา และหนังสืออ้างอิงสอง มีความยืดหยุ่นได้ (Flexible) นักศึกษาส่วนใหญ่ 52% เชื่อว่าวิชาในหลักสูตรต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน และ 49% เชื่อว่าวิชาเรียนส่วนใหญ่จะเปิดการเรียนการสอนแบบไม่ผูกติดกับตารางเวลาเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ทำงานอยู่แล้วสามารถเข้าเรียน ซึ่งไม่เหมือนกับมหาวิทยาลัยภาคปกติและ 41% ของนักศึกษาเชื่อว่านักศึกษามหาวิทยาลัยในอนาคต จะสามารถเรียนเพื่อที่จะได้รับประกาศนียบัตรสำหรับวิชาชีพโดยเฉพาะตลอดช่วงอายุการทำงานในบริษัทหรือองค์กร และถ้าหากในประกาศนียบัตรเฉพาะวิชาชีพสามารถสะสมและอนุญาตให้มีการลงทะเบียนเป็นเรียนวิชาที่ต่อเนื่องและสะสมไป 2 ปี หรือ 4 ปี เพื่อต่อเนื่องจนเป็นปริญญาบัตรได้ ก็จะมีประโยชน์ต่อวิชาชีพในอนาคตของนักศึกษาสาม นวัตกรรมหรือแนวคิดใหม่ (Innovate) นักศึกษามากกว่า 54% พยากรณ์ว่ามหาวิทยาลัยในอนาคตจะเปิดสอนวิชาเรียน ซึ่งทำให้นักศึกษาเรียนร่วมกันได้ โดยเฉพาะการทำโครงการเป็นกลุ่มโดยช่วยกันคิดช่วยกันทำ และยังเพิ่มเติมอีกว่า 43% เชื่อว่านักศึกษาจะสามารถเข้าเรียนในวิชาที่ตนเองอยากรู้อยากเรียนได้หรือกระทั่งมีการติวหรือสอนเสริมแบบออนไลน์ ซึ่งทำให้การเรียนที่จะต้องมาเจอกันกับอาจารย์ในห้องเรียนน้อยลงสี่ นักศึกษาเห็นว่ามหาวิทยาลัยในอนาคตจะมุ่งสู่การผลิตนักศึกษาที่มีการเตรียมพร้อมสำหรับงานที่ภาคอุตสาหกรรมและสังคมต้องการโดย 61% เชื่อว่าวิชาเรียนส่วนใหญ่ในอนาคตจะต้องได้รับการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม และ 64% ทำนายว่าวิชาเรียนเหล่านี้จะมีมากมายหลายภาษาให้เรียนได้ทุกชนชาติ และมากกว่า 70% คิดว่าทักษะที่มุ่งสู่วิชาชีพในภาคอุตสาหกรรมจะมีการสอนในมหาวิทยาลัยผมเห็นว่าสิ่งที่นักศึกษาต้องการนั้น จะช่วยทำให้เขาเป็นทรัพยากรที่ดีสำหรับสังคมและเศรษฐกิจ เพราะเขาอยากมีงานทำที่ตรงกับวิชาชีพ เขาอยากเรียนรู้วิชาชีพในอุตสาหกรรมเพื่อเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในอนาคตและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศของตนให้ประชาชนส่วนใหญ่ของเขาอยู่ดีกินดีมีความสุขคิดว่ากูรูหรือผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษา คงจะไม่น่าคิดต่างจากนี้เท่าไรนัก.รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล
    อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
    Boonmark@stamford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักศึกษาอยากเห็นอนาคต อุดมศึกษานานาชาติอย่างไร – โลกาภิวัฒน์

  • ‘แอปเปิลเพย์’พลิกโฉมระบบจ่ายเงินผ่านมือถือ

    ‘แอปเปิลเพย์’พลิกโฉมระบบจ่ายเงินผ่านมือถือ

    มาสเตอร์การ์ดจับมือแอปเปิล เปิดตัวระบบจ่ายเงินผ่านมือถือ แอปเปิลเพย์ เน้นให้ผู้ใช้สัมผัสประสบการณ์การชำระเงินผ่านมือถือ ที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวแอปเปิล ได้เปิดตัวบริการการชำระเงินผ่านระบบอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ โดยเรียกบริการนี้ว่า แอปเปิลเพย์ ทำให้ผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดสามารถซื้อสินค้าและบริการผ่าน ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัส และแอปเปิล วอทช์ มั่นใจได้ในด้านความปลอดภัย รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์และหลักประกันต่าง ๆ เช่นเดียวกับการทำธุรกรรมผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดรูปแบบอื่น ๆแอปเปิลเพย์ ได้พลิกโฉมวงการการชำระเงินผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ด้วยขั้นตอนการชำระเงินที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว แอปเปิลเพย์ เป็นการผสมผสานระหว่างฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการต่าง ๆ ของ แอปเปิลผู้ใช้ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัส และแอปเปิล วอทช์ สามารถใช้บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตมาสเตอร์การ์ดจากทุกธนาคารที่ร่วมรายการได้โดยตรงผ่านแอพ แอปเปิลเพย์ เพียงนำไอโฟนไปสแกนกับเครื่องอ่าน ณ ร้านค้าต่าง ๆ ที่ร่วมรายการ โดยวางนิ้วมือไปที่ปุ่ม ทัชไอดี เพื่อพิสูจน์ตัวตน และอนุมัติการทำธุรกรรมการเงิน สำหรับในการซื้อสินค้าและบริการผ่านแอพ ผู้ใช้ก็สามารถทำรายการได้ เพียงแค่แตะและจ่ายเงินด้วยรอยนิ้วมือ หรือรหัสผ่านเพื่อให้การชำระเงินเป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องระบุหมายเลขบัตร หรือออกจากแอพแต่อย่างใดเอ็ด แมคลาฟลิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการชำระเงินรูปแบบใหม่ (Emerging Pay ments) ของมาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า แอปเปิล คือแบรนด์ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ระบบ แอปเปิลเพย์ ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีการใช้จ่ายเงินของมาสเตอร์การ์ด ก็ทำให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินสะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นแอปเปิลเพย์ จะเปิดให้บริการในสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคมนี้ ผ่านทางการอัพเดทระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส 8 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ด รวมถึงลูกค้าที่ต้องการชำระเงินแบบไร้สัมผัสจะสามารถชำระเงิน ผ่านแอพของร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร ขนส่งมวลชน สถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อชั้นนำ และแอปเปิล สโตร์ ทุกสาขา.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘แอปเปิลเพย์’พลิกโฉมระบบจ่ายเงินผ่านมือถือ

  • ‘Beamify’เครือข่ายส่วนตัวไม่ง้อ3จี – ฉลาดคิด

    ‘Beamify’เครือข่ายส่วนตัวไม่ง้อ3จี – ฉลาดคิด

    ได้รับมาแล้วหลายรางวัล สำหรับแอพพลิเคชั่น “ Beamify” (บีมมิไฟ) หรือโปรแกรมสร้างเครือข่ายส่วนตัวผ่านมือถือ โดยไม่ต้องใช้บริการสัญญาณมือถือจากโอปเรเตอร์ หรือบริการอินเทอร์เน็ตใด ๆผลงานของ 2 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล “นายคุณาภาส คงกิติมานนท์” และ“นายภาคิน แจ้งกระจ่าง”พัฒนาแอพพลิเคชั่นบีมมิไฟขึ้น เพื่อให้สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่อยู่ใกล้เคียงกันสามารถสื่อสารและส่งข้อมูลระหว่างกันได้บนระบบเครือข่ายส่วนตัวเดียวกัน โดยไม่ต้องพึ่งผู้ให้บริการทางโทรศัพท์มือถือ และไม่ต้องเสียค่าบริการสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในสถานการณ์ที่ระบบเครือข่ายส่วนกลางไม่สามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่ระบบไฟฟ้าชำรุด หรือมีปัญหาในระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการส่วนกลาง เช่น กรณีภัยพิบัติต่าง ๆส่งได้ทั้งข้อความสนทนา หรือการแชตการแลกเปลี่ยนไฟล์ ข้อความเสียงและวิดีโอ และการติดต่อสื่อสารแบบเรียลไทม์ โดยมีสโลแกนว่า “Anything Anywhere Any time”แอพพลิเคชั่นนี้สามารถรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะไม่เกิน 200 เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและลักษณะของสถานที่มาคราวนี้ … น้อง ๆ บอกว่า มีการต่อยอดพัฒนาในโครงการ “ต่อกล้าให้เติบใหญ่”ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบให้พร้อมที่จะนำขึ้นสู่กูเกิลเพลย์ และเพื่อพัฒนาระบบไฟล์แชร์ริ่ง ให้สามารถทำการส่งไฟล์หาโดยตรงได้ แม้ในระหว่างที่ผู้ใช้มีการเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตและเพิ่มความสามารถในการทำให้ระบบการแลกเปลี่ยนไฟล์ มีความสะดวกขึ้น โดยผู้ใช้จะเป็นได้ทั้งผู้รับและผู้ส่ง นอกจากนี้ จะมีการพัฒนายูเซอร์ อินเทอร์เฟซ ให้น่าใช้และใช้งานง่าย สามารถเพิ่มเพื่อนได้ และมีระดับการเข้าถึงข้อมูล เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้นกลุ่มเป้าหมายแอพนี้ ก็คือประชาชนทั่วไป ที่มีความต้องการแลกเปลี่ยนไฟล์ร่วมกันในสถานการณ์ที่ไม่มีระบบเครือข่ายพื้นฐานหรือเป็นผู้ใช้ที่อยู่ในระยะใกล้ๆ กันน้อง ๆ บอกอีกว่า หากบีมมิไฟ พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ นอกจากจะมีแผนโปรโมต ทำให้แอพเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแล้วยังคิดที่จะนำ ไปเสนอขายต่อบริษัทกรุ๊ปทัวร์ เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารในกรุ๊ปกับนักท่องเที่ยวหรือนักท่องเที่ยวด้วยกันเอง เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านการโรมมิ่งในต่างประเทศหรือเสนอต่อองค์กร เพื่อใช้ในการสื่อสารกันภายในองค์กร และสุดท้ายมีแผนจะนำโปรแกรมดังกล่าวไปหารือกับบริษัทที่ผลิตมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เช่น ซัมซุงหรือโซนี่ เพื่อนำแอพพลิเคชั่นนี้ไปติดตั้งเป็นแอพ
    พลิเคชั่นพื้นฐาน บนมือถือสมาร์ทโฟนอีกด้วยต่อยอดและพัฒนาต่อเนื่องแบบนี้ดูแล้ว..น่าสนใจจริง ๆ.นาตยา คชินทร
    nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘Beamify’เครือข่ายส่วนตัวไม่ง้อ3จี – ฉลาดคิด