เดือน: กันยายน 2014

  • รมว.ไอซีที ย้ำ รวม “ทีโอที-กสท” เป็นตัวเลือกสุดท้าย

    รมว.ไอซีที ย้ำ รวม “ทีโอที-กสท” เป็นตัวเลือกสุดท้าย

    วันนี้ (24 ก.ย.) ที่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายพรชัย รุจิประภารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที) กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงไอซีที และกระทรวงงการคลัง ร่วมกำหนดแนวทางการทำงานของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้น100% ซึ่งอาจจะเป็นการพิจารณาแนวทางการสนับสนุนหรือการส่งเสริมธุรกิจร่วมกันหลังสัมปทานที่ให้กับเอกชน จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย.2558 อย่างไรก็ตามทั้งกระทรวงไอซีทีและกระทรวงการคลังได้มีการหารือแผนดำเนินธุรกิจของ ทีโอที และกสท อย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องคำนึงถึงการดำเนินธุรกิจให้มีผลกำไรซึ่งปีนี้รายได้จากสัมปทานมือถือจะต้องส่งให้กับกระทรวงการคลังทั้งหมด โดยจะไม่นำมาเป็นรายได้ของทั้ง2 องค์กรอีกต่อไป ส่วนการจะรวมทั้ง 2 องค์กรไว้ด้วยกันหรือไม่นั้น จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ทีโอที และกสท แต่ยังยืนยันว่าการควบรวมจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายทั้งนี้ หลังจากสรุปแนวทางได้ กระทรวงไอซีที จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบต่อไป   “กระทรวงไอซีที และกระทรวงการคลังจะต้องทำงานร่วมกันเพราะทั้ง 2 องค์กร ถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เมื่อรายได้สัมปทานมือถือไม่มี และสิ้นสุดสัญญาสัมปทานการดำเนินงานของทั้ง 2 องค์กรจะต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้สามารถแข่งขันกับเอกชนได้”นายพรชัย กล่าว  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมว.ไอซีที ย้ำ รวม “ทีโอที-กสท” เป็นตัวเลือกสุดท้าย

  • เคเบิล ดาวเทียมรับมือช่อง 3จอดำ คืนชีพเสาก้างปลา

    เคเบิล ดาวเทียมรับมือช่อง 3จอดำ คืนชีพเสาก้างปลา

    วันนี้(24 ก.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายวิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเจริญยิ่ง (8888) เปิดเผยว่า ยื่นหนังสือต่อนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เพื่อขอขยายเวลาการยุติการนำเอาช่อง3 อนาล็อกออกจากเคเบิลออกไปอีก 30 วัน จากเดิมที่จะครบกำหนดจดดำในวันที่ 30ก.ย.นี้ เนื่องจากเจริญเคเบิลไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์จอดำแต่ต้องดำเนินการตามคำสั่งของกสท.ซึ่งเป็นผู้ให้ใบอนุญาตดังนั้นเจริญเคเบิลจึงเยียวยาสมาชิกซึ่งมีจำนวนกว่า 5แสนราย โดยการให้สมาชิกซื้อเสาก้างปลา ในราคา 350 บาท ไปติดตั้งเอง หรือ ซื้อเสาก้างปลา พร้อมบริการติดตั้งในราคา 500 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า โดยในขณะนี้มีลูกค้าประสงค์ต้องการติดตั้งจำนวนหลักหมื่นด้านนายมานพ โตการค้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอพีเอ็ม เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส ผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียม เปิดเผยว่า เตรียมฟื้นกำลังผลิตเสาก้างปลา เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับผู้ชมที่เป็นสมาชิกโครงข่ายดาวเทียม ถือเป็นหนึ่งในแผนการรับมือหากช่อง 3 อนาล็อก จะต้องจอดำบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลตั้งแต่ 30 ก.ย. เป็นต้นไปทั้งนี้ บริษัทมีโรงงานผลิตเสารับสัญญาณทีวีดิจิทัล ที่ได้เตรียมผลิตไว้รองรับกับกล่องทีวีดิจิทัล 690 บาท ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนมาผลิตเสาก้างปลาก่อนได้ให้ทันกับความต้องการของตลาด โดยมีกำลังผลิตเฉลี่ย 2 แสนชุดต่อเดือน และคาดว่าจะจำหน่ายที่ราคาประมาณ 300 บาทนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เปิดเผยว่า ขณะนี้กสทช.ได้ให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายไปศึกษาข้อกฎหมายตามที่ช่อง 3 ได้ยื่นขอทบทวนติกสท. และมาตรการคุ้มครองหากช่อง 3 จอดำที่จะประขุมกันได้ในวันที่ 29 ก.ย.นี้ โดยจะทำงานคู่ขนานไปพร้อมกับกสท.ที่เจรจากับช่อง3 หากยังไม่มีข้อสรุปกสทช.จะเรียกประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 30 ก.ย.ต่อไปอย่างไรก็ตามกสทช.ยังรับหนังสือจากชมรมโครงข่ายทีวีดาวเทียม ที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านมติกสท.ที่ให้มีการจัดเรียงช่องใหม่โดยกำหนดให้ช่อง 1-36 เป็นทีวีดิจิตอลจากนั้นเป็นช่องดาวเทียม ซึ่งทางชมรมเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ได้ลงทุน โดยกสทช.จะนำไปประกอบรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เคเบิล ดาวเทียมรับมือช่อง 3จอดำ คืนชีพเสาก้างปลา

  • 5 อุตสาหกรรมไทย ครองอันดับ 1 ของอาเซียน

    5 อุตสาหกรรมไทย ครองอันดับ 1 ของอาเซียน

    นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช. พาณิชย์ เปิดเผยว่าขณะนี้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา(องค์กรมหาชน) สถาบันนานาชาติเพื่อเอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บริษัทโบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดการสัมมนาเรื่อง“ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน” เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาการประเมินความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมหลักของไทยภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งนี้ ได้มีการศึกษาสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญจำนวน9 อุตสาหกรรม ได้แก่1 อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป 2. อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, 3อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน, 4อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ, 5อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, 6 อุตสาหกรรมเคมีภัณท์และพลาสติก, 7อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า,8 อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และ 9อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณท์ยาง ทั้งนี้ผลการศึกษาในด้านการส่งออกของไทยเมื่อเทียบกับสมาชิกอาเซียนอื่นพบว่า ไทยจะอยู่อันดับแรก5อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนอันดับสอง คืออุตสาหกรรมเคมีและพลาสติก อันดับสาม คือ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และอันดับสี่ คืออุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ตามหากคำนวณขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยเทียบกับอาเซียนเมื่อประเมินจากปัจจัยต่างๆ เช่น ภาพรวมอุตสาหกรรม ความสามารถในการแข่งขันความสามารถผู้ประกอบการ ปัจจัยการผลิต อุตสาหกรรมสนับสนุน อุปสงค์ภายในประเทศและการส่งเสริมจากภาครัฐ พบว่า ไทยอยู่อันดับ 1 มี 2 อุตสาหกรรม คืออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง อันดับ2มีอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อันดับ3มีอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 5 อุตสาหกรรมไทย ครองอันดับ 1 ของอาเซียน