วันนี้(24ก.ย.) ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการร่วมของกระทรวงไอซีทีที่ต้องหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อทำหน้าที่หารือถึงแนวทางและหน้าที่การทำงานของกสทช.และไอซีที ไม่ให้มีความทับซ้อนกันในหลายด้าน ประกอบด้วย นางทรงพร โกมลสุรเดช รองปลัดกระทรวงไอซีที นางอารีวรรณ ฮาวรังษี ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ นายสมศักดิ์ ศุภจิราวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย โดยมีตนเป็นประธานคณะทำงานผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่รายชื่อคณะกรรมการฝั่งสำนักงาน กสทช. ประกอบด้วยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. และผู้เชี่ยวชาญพิเศษของกสทช.โดยคาดใช้เวลา 2 เดือนจะได้แนวทางและข้อสรุป เพื่อนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และภายในต้นปีหน้าจะได้ข้อสรุปในแนวทางการทำงานที่ชัดเจนและการแก้กฏหมายเพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปสำหรับคณะกรรมการร่วมชุดนี้จะดำเนินการแก้กฎหมายต่างๆ ทั้งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553พระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551พระราชบัญญัติประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 อาทิ การแก้พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯกฏหมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีที เผย 4 รายชื่อคณะทำงานร่วมแก้กฏหมาย กสทช.
เดือน: กันยายน 2014
-

ไอซีที เผย 4 รายชื่อคณะทำงานร่วมแก้กฏหมาย กสทช.
-

คต.ให้ความรู้ผู้ส่งออกรับมือถูกตัดจีเอสพี
นายฑิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดสัมมนาเพิ่มความรู้ให้กับผู้ส่งออกไทยแต่ละสาขาเตรียมความพร้อมรับมือการถูกตัดสิทธิจีเอสพีในหัวข้อเรื่อง“ปฏิรูปแนวคิด พลิกชีวิตการค้าไทย : หาตลาดใหม่แข่งได้ไม่พึ่งGSP”ว่า จากการที่ประเทศไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี) ของสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค. 58 เป็นต้นไปและเพื่อให้ผู้ส่งออกไทยแต่ละกลุ่มที่ยังคงสามารถใช้สิทธิจีเอสพีในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้แบบได้ประโยชน์สูงสุดก่อนที่จะถูกตัดสิทธิกรมการค้าต่างประเทศจะเร่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกแต่ละกลุ่มอย่างเต็มที่โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ส่งออกยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าพร้อมเอกสารสำคัญอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบการผ่านพิธีการศุลกากรภายในวันที่31ธ.ค.57ขณะเดียวกันก็จะประสานงานกับกรมศุลกากรในการตรวจปล่อยสินค้าภายในวันที่ 31 ธ.ค. 57เพื่อให้สินค้ายังได้รับสิทธิจีเอสพีซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาขยายเวลาการขอรับเอกสารตรวจปล่อยสินค้าจากเดิมล่วงหน้า3วันเป็น5-7วันแต่ต้องมีหลักฐานสำเนาการส่งออกสินค้าที่ชัดเจนอย่างไรก็ตามในช่วงใกล้สิ้นปีที่จะมีคำสั่งซื้อสินค้าค่อนข้างมาก ดังนั้นกรมการค้าต่างประเทศจะเร่งตรวจปล่อยสินค้าให้หมดเป็นวันต่อวัน รวมทั้งแนะนำให้ผู้ส่งออกควรยื่นเอกสารให้ครบถ้วนก่อนวันที่24ธ.ค. 57 เพราะอาจจะติดขัดในช่วงหยุดยาวคริสต์มาสต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีเพื่อป้องกันความเสี่ยง เพราะหากกรมศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าไม่ทันภายในวันที่ 31ธ.ค. 57 สินค้านั้นจะไม่สามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้กรอบจีเอสพีได้ ดังนั้นการจัดอบรมสัมมนาในครั้งนี้จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมส่งออกไทยเตรียมความพร้อมและปรับตัวได้ทันตามเหตุการณ์สอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ1385ได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คต.ให้ความรู้ผู้ส่งออกรับมือถูกตัดจีเอสพี -

สพธอ.จับมือเนติบัณฑิตยสภาออกหนังสือรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์
นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)หรือสพธอ. เปิดเผยว่า สพธอ.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ระบบให้บริการออกหนังสือรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์(e-Certificate) กับ เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจากข้อมูลสถิติเบื้องต้น พบว่า การออกใบรับรองของเนติบัณฑิตยสภาด้วยกระดาษมีถึง 20,000 ใบต่อปีซึ่งถือว่ามากพอสมควร สพธอ.ซึ่งมีภารกิจหลักในการพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงปลอดภัย จึงได้ให้ความร่วมมือกับเนติบัณฑิตยสภา เพื่อร่วมกันปรับปรุงฐานข้อมูลสมาชิกของเนติบัณฑิตยสภาให้สามารถบริหารจัดการได้ณ จุดเดียวและสามารถขอหนังสือรับรองผ่านระบบให้บริการออกหนังสือรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate)ซึ่งเป็นการขอใบรับรองผ่านช่องทางออนไลน์ และสามารถเลือกได้ว่าจะมารับด้วยตนเองที่เนติบัณฑิตยสภาหรือรับทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่จัดส่งด้านพลตำรวจเอกดรุณ โสตถิพันธุ์ เลขาธิการเนติบัณฑิตยสภาและนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา กล่าวว่าเนติบัณฑิตสภา มุ่งหวังให้ระบบ e-Certificate นี้เป็นรากฐานการพัฒนาโครงสร้างของระบบบริหารจัดการและการให้บริการของหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพสร้างความน่าเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวิชาชีพกฎหมาย รวมทั้งจะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนระบบศาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Court) ที่ทำงานเชื่อมโยงร่วมกันได้ในอนาคตทั้งนี้เนติบัณฑิตยสภาจะดำเนินการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนสมาชิกให้เป็นฐานข้อมูลเดียวที่มีความถูกต้องพร้อมเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลของเนติบัณฑิตยสภากับระบบการออกหนังสือรับรองตลอดจนระบบงานอื่นๆ ที่ สพธอ.จะพัฒนาขึ้นภายใต้ขอบเขตของความร่วมมือนี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สพธอ.จับมือเนติบัณฑิตยสภาออกหนังสือรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์