เดือน: กันยายน 2014

  • รมว.คลังกางโพยโยกย้ายข้าราชการ

    รมว.คลังกางโพยโยกย้ายข้าราชการ

    นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เป็นไปด้วยความเหมาะสม และมองถึงอนาคตข้างหน้า การแต่งตั้งเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีการข้าม ข้าราชการเลือดใหม่ที่เป็นดาวรุ่ง ก็ต้องอดทนทำงาน โดยระหว่างที่รัฐบาลนี้มีอำนาจอีกอย่างน้อย 1 ปี ก็จะมีพิจารณาความเหมาะสมได้ในปีหน้า ไม่อยากให้คิดเอาแต่ได้ เพราะถ้าเติบโตเร็ว ก็จะตกจากตำแหน่งได้เร็วเช่นกัน“ผมมีแผนมองไปถึงการแต่งตั้งซี 9 ขึ้นมารองรับไว้ในอนาคต หาคนดี ๆขึ้นมาทำงาน ไม่ได้ดูถูกคนสมัยนี้ แต่มันปั่นป่วนไปหมด เพราะคนดีๆก็เกษียณกันไปหมดแล้ว ผมจึงดึงพวกของผมที่เกษียณไปแล้วมาเป็นที่ปรึกษา แต่ผมก็บอกว่า ข้าราชการก็คือข้าราชการ ไม่ให้เข้ามายุ่งย่าม เที่ยวไปล้วงลูก ให้ทำงานแบบมีศักดิ์มีศรี”อย่างไรก็ตาม การโยกย้ายในครั้งนี้ ยังเหลือตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังว่างอยู่ ยังไม่ได้ตั้งเข้ามาทำหน้าที่ เหลือเพียงตำแหน่งเดียว ให้ไปเดากันเอาเองว่างปล่อยว่างเอาไว้ทำไมนายสมหมาย กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ยังไม่ได้พิจารณากระตุ้นเศรษฐกิจ คงต้องรอให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอเอง ซึ่งไม่มีปัญหา มาตรการส่วนใหญ่ก็จะมีมากกว่าที่คลังเสนอ สำหรับนโยบายขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ยืนยันว่าปรับขึ้นแน่ แต่พูดมากไม่ได้ ให้รอทีเดียว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมว.คลังกางโพยโยกย้ายข้าราชการ

  • เล็งเชิญ”บิ๊กตู่”นำทัพ”ปีท่องเที่ยววิถีไทย”

    เล็งเชิญ”บิ๊กตู่”นำทัพ”ปีท่องเที่ยววิถีไทย”

    นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานอำนวยการจัดงานปีท่องเที่ยววิถีไทย ประจำปี 58 เนื่องจากต้องการให้การท่องเที่ยวของไทย มีการบูรณาการจากทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้น เพราะที่ผ่านมาแม้การท่องเที่ยว จะเป็นวาระแห่งชาติ แต่การดำเนินงาน ยังไม่บูรณการจากทุกฝ่ายส่วนมากนัก“ปีหน้า ททท.จะเน้นการท่องเที่ยววิถีไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเน้นวิถีชุมชน กระจายรายได้สร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ เชื่อว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานอำนวยการ ทุกภาคส่วนจะดำเนินงานบูรณาการร่วมกันอย่างเข้มเข้น เช่น ททท. จะเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยว หากผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้านกระทรวงมหาดไทย ก็จะดูแลส่วนท้องถิ่น ในการให้ความรู้ชาวบ้าน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะดูแลในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย”สำหรับแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในด้านการตลาดในปี 58 ในประเทศ ททท. ยังชูนโยบาย หลงรักประเทศไทย ต่อไป โดยจะเน้นแคมเปญการท่องเที่ยววิถีไทย (2015 ดิสคัฟเวอร์ ไทยเนสเบร์ ) ซึ่งจะชูกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีไทย เช่น วัฒนธรรมวิถีชีวิตของท้องถิ่นต่าง ๆ รวมทั้งจะเน้นกิจกรรม 12 เดือน 12 กิจกรรม เช่น เดือน ก.พ. จะเน้นกิจกรรมเกี่ยวกับความรัก เดือนเม.ย. เน้นกิจกรรมผ้าไทย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวรองต่าง ๆ ด้วยส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ยังชูนโยบาย อะเมซิ่งไทยแลนด์ โดยจะเน้นแคมเปญท่องเที่ยววิถีไทย เช่นกัน เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ จะชื่นชอบเสน่ห์ของคนไทย และประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ของไทย รวมทั้งจะเน้นส่งเสริมเมืองท่องเที่ยวรอง นอกจากเมืองท่องเที่ยวหลัก เนื่องจากต้องการกระจายรายได้ในพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งในระยะหลังนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องการท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น เช่น ล่าสุดผู้ประอบการประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า ต้องการเที่ยวจ.น่าน จ.สุรินทร์ เป็นต้นด้านนาย ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐนิยามคำว่า การท่องเที่ยวิถีไทย ให้เป็นแบบเข้าใจง่าย เพื่อที่จะสามารถทำตลาด และขายแพ็กเก็จท่องเที่ยวให้ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากขณะนี้เอกชนจะรับรู้เพียงชื่อแคมเปญ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด ดังนั้น ควรจะต้องหารือร่วมกับระหว่าง ททท.กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชุมหารือร่วมกัน“ต้องยอมรับว่า แนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวิถีไทยที่ ททท.จะเปิดตัวเป็นแคมเปญใหญ่ ถือเป็นการเปิดตัวที่ดี แต่ต้องสร้างการรับรู้ให้กับเอกชนด้วย ในฐานะที่เอกชนเป็นผู้ขายโดยตรงที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้ได้ก่อน อีกทั้งการบูรณาการการทำงานร่วมกับกับหน่วยงานภาครัฐก็ดีแล้ว เพราะภาคการท่องเที่ยวต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”ทั้งนี้ตลาด หลักที่จะขายสินค้าท่องเที่ยวเชิงการท่องเที่ยวรูปแบบวิถีไทยได้นั้น มองว่าจะทำตลาดได้ดีในกลุ่มส่วนใหญ่จะเป็นการ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป และ ตลาดจากประเทศญี่ปุ่น เป็นหลักผู้สื่อข่าวรายงานว่า ททท.เตรียมร่วมกับ กลุ่มโซเชียลออนไลน์รายใหญ่ของโลกจับมือกับออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของโลก เช่น กูเกิล ยูทูป และ หัวเว่ย ถ่ายทอดสดภาพเคลื่อนไหวเน้นสถานการณ์จริง เกี่ยวกับกิจกรรมประเพณีไทย ที่ทั่วโลกนิยม เริ่มต้นจากงานประเพณีสงกรานต์ แล้วต่อด้วยงานประเพณีใหญ่ ๆ เผยแพร่ล่วงหน้าก่อนวันจัดงาน เพื่อสื่อไปถึงกลุ่ม ไทยแลนด์แฟนคลับ และผู้ชมทั่วโลก ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ม.ค. 58 เป็นต้นไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งเชิญ”บิ๊กตู่”นำทัพ”ปีท่องเที่ยววิถีไทย”

  • คลังจี้ธนารักษ์ตรวจราคาที่ดินทั่วประเทศ

    คลังจี้ธนารักษ์ตรวจราคาที่ดินทั่วประเทศ

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลออกกฎหมายจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของรัฐบาล เพราะต้องการแก้ปัญหาโครงสร้างภาษีด้านการถือครองทรัพย์สิน ลดการกักตุน และเก็งกำไรที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินมากขึ้น รวมทั้ง ช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างความเป็นธรรม ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการมีส่วนรวมของประชาชนทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์เร่งดำเนินการ และตรวจสอบราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งประเทศ เพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันสำรวจที่ดินได้เพียง 7 ล้านแปลง จาก 30 ล้านแปลงทั่วประเทศเท่านั้น ทำให้ข้อมูลในปัจจุบันที่มีอยู่ ยังไม่สามารถเชื่อมโยงและครอบคลุมที่ดินได้ทุกแปลง หากกรมธนารักษ์ทำไม่ได้ก็ต้องจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการแทนทันทีอย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังกำลังเตรียมความพร้อม ทั้งข้อมูลทรัพย์สิน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด โดยจะพัฒนาข้อมูลที่ดินทั้งประเทศ ให้เป็นแผนที่ดิจิตอล เชื่อมโยงข้อมูลที่ดินทะเบียนทุกแปลงทั้งประเทศ การจัดทำรายการบัญชี และประเมินมูลค่าที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง การกำหนดอัตราภาษีที่เก็บจริง ออกกฎหมายรองที่เกี่ยวข้อง และเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน เบื้องต้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะแบ่งจากการใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบเกตรกรรม เพดานภาษี 0.5%, ที่อยู่อาศัย 1% และพาณิชกรรม 4% เป็นต้นขณะที่การเก็บภาษีมรดกเพื่อกระจายความมั่งคั่งของคนในประเทศ เพราะคนในประเทศ 20% ที่มีฐานะรวย หรือ 14 ล้านคน ถือครองทรัพย์สิน 70% ของประเทศ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และยังเพิ่มรายได้เพื่อไปใช้ในการพัฒนาประเทศ ทำให้สัดส่วนเก็บภาษีจากฐานทรัพย์สินที่ปัจจุบัน 1% เพิ่มขึ้นสูง ขณะเดียวกันการเก็บภาษีมรดกจะมีการกระจายทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินทำให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจมากขึ้นสำหรับการเก็บภาษีมรดก จะเก็บจากผู้รับ และจะเก็บอัตราเดียว 10% ในส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท ขึ้นไป ตามที่นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ จะเก็บภาษีมรดกอัตราเดียวไม่ได้เก็บแบบอัตราก้าวหน้า โดยกรมสรรพากรเป็นผู้จัดเก็บ โดยทรัพย์มรดกที่ต้องเสียภาษี จะเป็นทรัพย์ที่จดทะเบียน ได้แก่ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ หุ้น เงินฝากตราสารทุน ตราสารหนี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังจี้ธนารักษ์ตรวจราคาที่ดินทั่วประเทศ