วันที่ 23 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.33น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ19,050 บาท รับซื้อ 18,282.96 บาท ทองแท่งขาย18,650 บาท รับซื้อ18,550 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ19,050 บาท รับซื้อ 18,282.96 บาท ทองแท่งขาย18,650 บาท รับซื้อ18,550 บาท เวลา 09.33น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 23 ก.ย.57
เดือน: กันยายน 2014
-

ราคาทองคำ 23 ก.ย.57
-

ผอ.เนคเทค ชี้รวม ‘ไอซีที’ นโยบายรัฐต้องชัดเจน
ผนึกเนคเทคร่วมกับกระทรวงไอซีที เจ้ากระทรวงทั้งสองต้องมีนโยบายชัดเจนโดยเร็ว ว่าจะปรับโครงสร้างทั้งองค์กรหรือโยกไปบางส่วน งานวิจัยที่ทำอยู่จะหายไปหรือไม่ ย้ำต้องถามความสมัครใจของบุคลากรด้วยดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดเผยว่า แผนการโอนย้ายเนคเทคไปสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นั้น ขึ้นอยู่กับระดับนโยบายเป็นหลัก ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะเน้นการทำงานแบบบูรณา การร่วมกันทั้งหมด ดังนั้น เนคเทคจะสังกัดกระทรวงใดก็ไม่เป็นปัญหา แต่ต้องชัดเจนว่าหน่วยงานใดที่จะโอนย้ายไปบ้างทั้งนี้ ปัจจุบันโครงสร้างของเนคเทคมีทั้งส่วนนโยบาย ส่วนงานวิจัย และส่วนงานดิจิตอล ซึ่งอาจจะโอนย้ายไปทั้งหมด หรือจะดึงเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอล อีโคโนมีไปเท่านั้น เช่น หากกระทรวงไอซีทีต้องการบุคลากรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการวิจัยที่เกี่ยวกับไอซีที ก็จัดสรรบุคลากรดังกล่าวไปอยู่ตามความเหมาะสม หรืออาจเป็นในรูปแบบการขยายความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยีกับกระทรวงไอซีทีให้มากขึ้น ฯลฯอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการปฏิรูป คือ เรื่องคน ดังนั้นนโยบายจะต้องชัดเจนก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าส่วนใดบ้างที่ควรต้องย้ายไป เพราะข้อกังวลของเนคเทคขณะนี้ คือ งานวิจัยที่ทำอยู่จะหายไปหรือไม่ หากย้ายไปอยู่กับกระทรวงไอซีทีแล้วจะตอบโจทย์การบูรณาการของประเทศยังไงบ้าง ซึ่งกระทรวงวิทย์ฯ และกระทรวงไอซีทีจะต้องคุยกันให้ชัดเจนโดยเร็ว แต่ส่วนตัว การจะปรับโครงสร้างทั้งรูปแบบทั้งหน่วยงาน หรือดึงเอาไปเฉพาะบางส่วนก็ต้องเป็นความเต็มใจของบุคลากรด้วย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผอ.เนคเทค ชี้รวม ‘ไอซีที’ นโยบายรัฐต้องชัดเจน -

เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี พบนักลงทุน – ฉลาดสุดๆ
เรียกน้ำย่อย…ก่อนก้าวไปสู่การเฟ้นหาสุดยอดผลงานนวัตกรรมของคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นผู้ชนะเลิศในโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี ประจำปี 2557โดยสามารถคอร์ปอเรชั่น ร่วมกับเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทยหรือซอฟต์แวร์พาร์ค สำนัก งานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เลือก 10 ใน 25 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย และมีความพร้อมที่จะพบปะและนำเสนอแผนทางธุรกิจกับนักลงทุน“นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า จัดงาน “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี พบนักลงทุน” เพื่อให้เกิดการพบปะกัน เจรจาต่อรองทางธุรกิจระหว่างนักลงทุนกับเจ้าของผลงานที่ผ่านเข้ารอบและมีความพร้อมในเชิงพาณิชย์โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี เป็นการกระตุ้นให้เกิดการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้ในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งมีการสนับสนุนตั้งแต่เริ่มเป็นแค่แนวความคิด บ่มเพาะ จนออกมาเป็นต้นแบบและกลายเป็นของจริง ซึ่งสิ่งสำคัญที่คุณเจริญรัฐ ย้ำว่าเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาควรมี ก็คือการคิดใหญ่ และต้องไม่ใช่คิดแค่ในประเทศไทย แต่ต้องทั่วโลก แม้ไม่สำเร็จ แต่นักลงทุนก็พร้อมที่จะร่วมลงทุนงานนี้นอกจากเจ้าของผลงานจะได้พบปะกับนักลงทุนโดยตรงเพื่อโอกาสต่อยอดในเชิงพาณิชย์แล้ว นักลงทุนยังมีโอกาสได้พิจารณาผลงานที่มีศักยภาพเพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจของตน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่มีราคาแพงกว่าอีกด้วยสำหรับผลงานที่ขึ้นไปนำเสนอ 7 นาทีต่อหน้านักลงทุน ปรากฏว่าทีม Course Square หรือคอร์สสแควร์ ศูนย์รวมและตลาดซื้อขายคอร์สออนไลน์คุณภาพของประเทศไทย คว้ารางวัลขวัญใจสื่อมวลชนและการนำเสนอดีเด่น ส่วนทีม lendin หรือเล่นดินเครื่องมือตรวจสอบและพัฒนาดิน คว้ารางวัลถูกใจนักลงทุนไปครองน้อง ๆ เจ้าของผลงาน “เล่นดิน” บอกว่า เล่นดินเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เกษตรกรรู้จักดินของตัวเองได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ซึ่งการรู้จักดินของตัวเอง จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการใส่ปุ๋ยได้เป็นอย่างมาก เป็นการนำเทคโนโลยีไปใช้กับเกษตรกรในวงกว้าง ถูกกว่าการใช้ชุดทดสอบดิน และสามารถต่อยอดไปสู่การวางแผนปลูกพืชได้ง่ายขึ้นส่วน “คอร์สสแควร์” นายณัฐพล วัชรศิริสุข หนึ่งในทีมพัฒนา บอกว่า เป็นเครื่องมือที่จะทำให้การเรียนรู้ของผู้เรียนและการสอนของผู้สอน เป็นเรื่องง่าย ผู้สอนสามารถเปิดสถาบันหรือคอร์สเรียนออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ครบวงจร ไม่ต้องมีความรู้ด้านไอที ไม่ต้องติดตั้งระบบ เพิ่มมูลค่าให้กับความรู้ของครูผู้สอน ปัจจุบันสถาบันเข้าร่วมเป็นพันธมิตรแล้วกว่า 20 สถาบัน และมีรายได้จากการให้บริการแล้วนอกจากนี้ยังมีผลงานที่เรียกความสนใจได้อีกหลายผลงาน เช่น Pub Pub ผลิตภัณฑ์แก้วดักจับแมลงวัน ไอเดียใกล้ตัวที่ขายได้แล้วกว่า 1 หมื่นใบ Auto Avatar ผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการสร้าง avatar อัตโนมัติ หรือ ShopiZine แพลตฟอร์มที่มีระบบสร้างร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจรความสำเร็จครั้งนี้ ถือว่าแค่น้ำจิ้ม แต่รางวัลก็ยังไม่ใช่สิ่งสุดท้าย เพราะที่สำคัญยิ่งกว่า คือการก้าวไปยืนเป็นเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีตัวจริง.นาตยา คชินทร
nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี พบนักลงทุน – ฉลาดสุดๆ