เดือน: ตุลาคม 2014

  • สดร. เปิด “เทศกาลชมดาว…รับลมหนาว 2557”

    สดร. เปิด “เทศกาลชมดาว…รับลมหนาว 2557”

    รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปีที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งถือว่าสภาพท้องฟ้าเหมาะแก่การดูดาวเป็นอย่างยิ่ง สดร. จัดกิจกรรมดาราศาสตร์สำหรับประชาชนเป็นประจำทุก ๆ ปี ภายใต้ชื่อ “เปิดฟ้า…ตามหาดาว” มีขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม กิจกรรมหลักในแต่ละครั้งจะเป็นการบรรยายให้ความรู้ทางดาราศาสตร์เบื้องต้น แนะนำการดูดาวอย่างง่ายๆ การสังเกตวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจ อาทิ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ กลุ่มดาว กระจุกดาว เนบิวลาต่าง ๆ ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดต่าง ๆ หลากหลายชนิด และที่พิเศษสุด คือ “เปิดบ้านหอดูดาวแห่งชาติ” เป็นช่วงที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ของหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา หอดูดาวแห่งชาติ ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในอาเซียน ตั้งอยู่ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นจุดที่มีทัศนวิสัยของท้องฟ้าดีที่สุดในประเทศไทยส่วนไฮไลท์คือ จะได้ชมความอลังการของวัตถุท้องฟ้า อาทิ ดาวพฤหัสบดี เนบิวลานายพราน เนบิวลาเอสกิโม ผ่านช่องมองภาพ (Eyepiece) ของกล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.4 เมตร อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสห้องปฏิบัติการด้านดาราศาสตร์สำหรับทำงานวิจัยสำหรับกิจกรรม “เปิดฟ้า…ตามหาดาว”ที่จัดขึ้นจะมีทั้งหมด 8 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557 ณ ลานน้ำพุหน้าศูนย์การค้าเมญ่า จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2557 ณ ลานหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557 ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ชม "ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ " ครั้งที่ 4 วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2558 ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 5 วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2558 ณ หอดูดาวสิรินธร ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6 วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 7 วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ลานน้ำพุหน้าศูนย์การค้าเมญ่า จังหวัดเชียงใหม่ และ ครั้งที่ 8 วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2558 ณ หอดูดาวสิรินธร ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่รศ.บุญรักษา กล่าวว่า นอกจากกิจกรรมดาราศาสตร์สำหรับประชาชนทั่วไปแล้ว สดร. ยังจัด “ค่ายเยาวชนคนดูดาวและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ปีที่ 8” เป็นกิจกรรมในรูปแบบของค่ายดาราศาสตร์สำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนได้รับความรู้พื้นฐานและข้อมูลทางดาราศาสตร์จากประสบการณ์ตรง ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้ประกอบการเรียนทางด้านดาราศาสตร์ได้ อีกทั้งยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ในกลุ่มเยาวชนกิจกรรมค่ายเยาวชน ฯนี้ กำหนดจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2557 และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2558 เปิดรับสมัครนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่สนใจจากภูมิภาคต่างๆ ของประเทศเข้าร่วมกิจกรรมครั้งละ 120 คนเท่านั้น เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทางดาราศาสตร์และกิจกรรมเสริมทักษะอื่นๆ ณ ศูนย์บริการสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กม.31 และ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ผู้สนใจดูรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ www.narit.or.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สดร. เปิด “เทศกาลชมดาว…รับลมหนาว 2557”

  • นาซาระบุโลกมืด6วัน!ข่าวลวง

    นาซาระบุโลกมืด6วัน!ข่าวลวง

    นายมติพล ตั้งมติธรรม เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า เรื่องนี้เผยแพร่มาจาก "สำนักข่าว huzlers" แท้จริงแล้ว huzlers ไม่ใช่สำนักข่าวจริงๆ แต่เป็นสำนักข่าวที่เขียนข่าวขำขัน เขียนเรื่องสร้างความตื่นตระหนกให้คนตกใจเล่นๆ แม้กระทั่งตัวเพจเองก็เขียนเอาไว้ด้านล่างว่า"Huzlers.com is a combination of real shocking news and satirical entertainment to keep its visitors in a state of disbelief.""เว็บไซต์ Huzlers.com เป็นเว็บที่ผสมระหว่างข่าวจริงและเสียดสีที่น่าตื่นเต้นเพื่อสร้างความบันเทิงและน่าทึ่งให้กับผู้ชม"ในข่าวลวงโลกนี้ ได้กล่าวว่า วันที่ 16-22 ธันวาคม เป็นเวลาทั้งสิ้นสามวัน โลกจะตกอยู่ในความมืดสนิท เพราะพายุสุริยะจะทำให้เกิดฝุ่นและขยะอวกาศมาบดบังจนโลกอยู่ในความมืดสนิทนายมติพล อธิบายเพิ่มเติมและให้เหตุผลในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า การบอกว่า "พายุสุริยะทำให้เกิดฝุ่น" นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากพายุสุริยะไม่ได้ทำให้เกิดฝุ่นหรืออะไรทั้งส้ิน แล้วก็ไม่ได้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวด้วย อย่างมากพายุสุริยะก็จะทำให้ดาวเทียมใช้งานไม่ได้ แล้วก็อาจจะทำให้เห็นออโรร่าสวยๆ ในประเทศแถบขั้วโลกเท่านั้นส่วนที่ว่า "ฝุ่นและขยะอวกาศจะมาบดบังโลกให้อยู่ในความมืดสนิท " ก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการที่ขยะอวกาศจะสามารถบดบังโลกให้อยู่ในความมืดสนิทได้นั้น เราจะต้องมีขยะอวกาศมากกว่าดาวเทียมที่มีอยู่ทั้งหมดนี้หลายเท่า และถ้าเป็นเช่นนั้นดาวเทียมเราทุกดวงคงร่วงไปหมดแล้ว ฝุ่นสามารถบดบังแสงอาทิตย์ได้ก็จริง แต่สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะในชั้นบรรยากาศ เช่น กรณีที่ภูเขาไฟลูกใหญ่ หรืออุกกาบาตขนาดมหึมา ทำให้ฝุ่นกระจายไปในชั้นบรรยากาศ ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์สูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ แต่แม้กระนั้นก็ไม่ได้อยู่ในความมืดสนิทอย่างที่กล่าวอ้างในข่าวนายมติพล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสังคมออนไลน์ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้นตอข่าวลือต่างๆ ไม่ได้มาจากไหน แต่วนเวียนอยู่ในโลกไซเบอร์ที่มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่ต้องอาศัยวิจารณญาณในการรับรู้ จึงขอให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ศึกษาข้อมูลและความเป็นไปได้ด้วยเหตุและผล ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิง และควรระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้วยหมายเหตุ : ภาพจากhttp://huzlers.com/nasa-confirms-earth-will-experience-6-days-total-darkness-december-2014/

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นาซาระบุโลกมืด6วัน!ข่าวลวง

  • จี้ททท.หามาตรการเพิ่มรายจ่ายนักท่องเที่ยว

    จี้ททท.หามาตรการเพิ่มรายจ่ายนักท่องเที่ยว

    นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายการบริหารงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่า ต้องการให้ ททท.เร่งหากลยุทธ์ในการนำนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ เข้ามาในประเทศไทย และเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวให้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของการตั้งเป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยวที่ 2.2 ล้านบาทในปี 58โดยรายได้ทางการท่องเที่ยวที่ได้มานั้น ยังต้องกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนเพื่อลดปัญหาความเลื่อมล้ำ ตามนโยบายของรัฐบาลด้วยทั้งนี้ในด้านการบริหารงานของหน่วยงานต่างๆภายในกระทรวงช่วงที่ผ่านมาถือว่าดีโดยเฉพาะททท.ที่เชี่ยวชาญเรื่องมาร์เก็ตติ้งเป็นอย่างมาก แต่กระบวนการทำงานอาจมีขั้นตอนหลายลำดับซับซ้อนมากไป การสื่อสารระหว่างกันยังน้อยส่งผลให้การทำงานไม่ราบรื่น ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจะต้องมีการพูดคุยและชี้ให้เห็นปัญหาชัดเจน ต้องสื่อสารระหว่างกันมากขึ้น“สิ่งสำคัญในการทำงานของหน่วยงานต่างๆในกระทรวงคือ จะต้องทำงานร่วมกับแบบบูรณการร่วมกันทั้งกับหน่วยงานภายในกระทรวง และหน่วยงานอื่นๆเพราะถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการทำงานได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้กระทรวงถูกมองว่ามีกลุ่มนักการเมือง หรือ เป็นกระทรวงของนายบรรหาร ศิลปะอาชา เข้ามาแทรกแซงการทำงานแต่ตอนนี้ยืนยันว่าการบริหารงานปลอดการเมือง เพราะตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งมาก็ไม่มีการเมืองเข้ามาข้องเกี่ยวซึ่งทุกวันนี้ตั้งใจให้การบริการงานแบบเอกชนมากที่สุด เพื่อให้เกิดความคล่องตัว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้ททท.หามาตรการเพิ่มรายจ่ายนักท่องเที่ยว