เดือน: ตุลาคม 2014

  • ระบบไอทีในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

    ระบบไอทีในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

    นี่คือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับโรงพยาบาล ที่พัฒนาขึ้นจากความต้องการใช้งานจริง และสามารถใช้งานได้ดีจริง ๆ โดยไม่ต้องพึ่งแต่เทคโนโลยีไฮเทคหรือจ้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากภายนอกให้สิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก เพราะที่นี่ “ฝ่ายเวชสารสนเทศ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์” เขาพัฒนาเอง และทำมาแล้วกว่า 20 ปี ปัจจุบันมีโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ มาดูระบบการทำงานแล้วกว่า 50 ราย “รองศาสตราจารย์ นพ.ธีรสาส์น คีรีรัฐนิคม” รองคณบดีฝ่ายเวชสารสนเทศ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ บอกว่าโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2525 เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นอกจากจะเป็นผู้นำในการให้บริการทางการแพทย์ให้กับประชาชนในจังหวัดภาคใต้แล้ว ยังเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ เป็นโรงเรียนและแหล่งเรียนรู้ทางการแพทย์ และเป็นสถานที่ทำวิจัยของบุคลากรสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพต่าง ๆ อีกด้วย  ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลขนาด 853 เตียง มีแพทย์กว่า 700 คน รองรับผู้มาใช้บริการผู้ป่วยนอกวันละกว่า 3,500 คน โรงพยาบาลเริ่มมีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ HIS (Hospital Information System) ขึ้น ตั้งแต่ปี 2535 โดยเริ่มจากการใช้งานในแผนกผู้ป่วยนอก ก่อนที่จะขยายไปจนครอบคลุมทุกส่วนทั้งแผนกผู้ป่วยใน การใช้งานของแพทย์ผู้ตรวจรักษา พยาบาล แผนกยา การเงิน แม้กระทั่งการสั่งอาหาร สั่งผ้าและขอเปลคนไข้ที่รันตามคิวแบบอัตโนมัติ เรียกว่าข้อมูลเกือบทั้งหมด กว่า 99% อยู่บนระบบดิจิตอล ไม่ต้องใช้กระดาษ ส่วนที่ยังจำเป็นต้องใช้กระดาษก็คือ การสรุปและการเซ็นอนุญาตผ่าตัดของคนไข้ ที่กฎหมายยังไม่รองรับลายเซ็นดิจิตอล จุดเด่นของระบบ HIS ก็คือ การพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาใช้เองทั้งหมด ทำให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานจริง แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเน้นการใช้งานง่าย และคล่องตัว  อย่างเช่น ระบบผู้ป่วยนอก แค่ผู้ป่วยเดินไปแจ้งกับพยาบาลก็สามารถลงทะเบียนในโปรแกรมได้ทันที ที่ห้องตรวจแพทย์จะมีคอมพิวเตอร์แบบ 2 หน้าจอให้ด้านหนึ่งมีโปรแกรม HIS สำหรับดูข้อมูลคนไข้ อีกด้านสำหรับดูข้อมูลเอ็มอาร์ไอ หรือเอกซเรย์ต่าง ๆ  แพทย์แค่ล็อกอินโปรแกรม HIS ตรวจรักษา ลงคำวินิจฉัย การสั่งยา หากคนไข้มีประวัติแพ้ยา จะมีป๊อปอัพเตือนขึ้นมาทันที แถมมีรายละเอียดบอกได้ถึงสิทธิของคนไข้ เรียกดูยาเก่า เมื่อแพทย์สรุปข้อมูลการรักษา แจ้งการนัด แล้วยังสามารถบอกค่าใช้จ่ายหรือค่ายาที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบยาออนไลน์ ที่พัฒนาจากระบบการใช้งานจริง จากการสั่งยาตรงมาจากแพทย์ จะมีการพิมพ์ฉลากยาอัตโนมัติ สอดคล้องกับการจัดสต๊อกยา ซึ่งในฉลากยังบอกได้ถึงขนาดว่ายาชนิดนั้น ๆ วางอยู่ที่ตู้ใด ผลของการนำไอทีมาใช้ในแผนกยานี้ ท่านรองคณบดีบอกว่า ทำให้ผู้ป่วยนอกที่มีถึงวันละ 3,500 คน ได้รับบริการที่เร็วขึ้น โดยเฉลี่ยหลังจากแพทย์สั่งยาแล้วจะได้รับยาภายใน 15 นาที และที่สำคัญก็คือความผิดพลาดในการสั่งยาลดลง เนื่องจากไม่ต้องแกะลายมือแพทย์ ส่วนแผนกผู้ป่วยใน มีการนำไอทีไปใช้แพทย์สามารถสั่งและติดตามผลการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์บนรถเข็นที่ติดตั้งระบบไวไฟ พยาบาลรับคำสั่งและติดตามผลการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์ และจ่ายยาให้ผู้ป่วยด้วยคอมพิวเตอร์บนรถเข็นเช่นกัน ระบบไอทีแบบครบวงจรเหล่านี้ หลายคนคงคิดว่าต้องใช้เงินมหาศาลในการบริหารจัดการแต่ละปี แต่ผู้บริหารที่นี่บอกว่า เสียแค่ปีละประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเช่าเครื่องเดสก์ทอป อุปกรณ์ และเงินเดือนบุคลากร ที่ปัจจุบันมี 27 คน เป็นโปรแกรมเมอร์ 15 คน ล่าสุด ทางโรงพยาบาลมีแนวคิดที่จะนำ BYOD หรือการให้บุคลากรนำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวมาใช้ในการทำงาน เพื่อสนับสนุนการทำงานแบบทุกที่ทุกเวลาของแพทย์ “นายโกเมน เรืองฤทธิ์” นักวิชาการคอมพิวเตอร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ บอกว่า ด้วยนโยบายดังกล่าว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ระบบไอทีได้ติดตั้งผลิตภัณฑ์นูทานิกซ์ หรือ Nutanix Virtual Computing Platform ซึ่งสามารถทำงานกับระบบเวอร์ชวลไลซ์เซชั่น ที่เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่น HIS ที่พัฒนาบนวินโดว์ส เอ็กซ์พี ได้เป็นอย่างดี  โซลูชั่นนี้ช่วยลดความซับซ้อนการเข้าถึงระบบและแอพพลิเคชั่น ทำให้ยูสเซอร์สามารถใช้งานเองได้ จากการอ่านวิธีการใช้ผ่านเว็บบอร์ดของโรงพยาบาล  ปัจจุบันมีแพทย์ประมาณ 100-120 คนต่อวันที่เข้าใช้งานผ่านโซลูชั่นของนูทานิกซ์ เพื่อเข้าไปดูเวชระเบียนคนไข้ ผ่านอุปกรณ์ส่วนตัวจากทุกที่ทุกเวลา โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตใช้งานในปัจจุบันจะสามารถดูข้อมูลได้อย่างเดียว ยังไม่อนุญาตให้ส่งคำสั่งหรือตอบกลับได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลคนไข้ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญ  นอกจากนี้ฝ่ายไอทีกำลังทดลองการทำงานแบบซีโร่ ไคเอนท์ ( Zero Client ) เพื่อการขยายการทำงานแบบเวอร์ชวลไลซ์เซชั่น ไปยังทีมงานอื่น ๆ ในโรงพยาบาลต่อไป ด้าน นายทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการ นูทานิกซ์ (ประเทศไทย) บอกว่า นูทานิกซ์ เป็นผู้ให้บริการเว็บ-สเกล ที่ผสานรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ทั้งเซิร์ฟเวอร์ระบบประมวลผลและระบบสตอเรจที่จัดเก็บข้อมูลไว้ด้วยกัน โดยเน้นการบริหารจัดการที่ง่าย ประหยัดพื้นที่ และประหยัดพลังงานได้มากกว่าการใช้อุปกรณ์แบบเดิม ๆ 40-60 % นอกจากนี้ยังขยายการใช้งานได้ตามต้องการ จึงเหมาะสำหรับการนำมารองรับการใช้งานด้านเวอร์ชวลไลซ์เซชั่น ซึ่งแต่ละองค์กรเริ่มสนใจที่จะนำ BYOD มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น อย่างไรก็ดี ฝ่ายไอทีกำลังสำคัญของระบบนี้ ยืนยันความสมบูรณ์ของระบบ เป็นผลมาจากนโยบายของผู้บริหาร การพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง และที่สำคัญคือการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ไม่ใช่ซอฟต์แวร์แบบที่จะซื้อที่ไหนก็ได้ อยากเรียก…การพัฒนาระบบไอทีแบบนี้ว่าเป็น “ไอทีแบบพึ่งตัวเอง” ซึ่งยั่งยืนกว่าการซื้ออย่างเดียว!!!. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ระบบไอทีในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

  • ผลไม้อบไทยเอ้าฉีฟรุ๊ตส์ ลูกค้าหลักขายผ่านออนไลน์

    ผลไม้อบไทยเอ้าฉีฟรุ๊ตส์ ลูกค้าหลักขายผ่านออนไลน์

    แฮเรียต จู นักธุรกิจสาวชาวจีน อยู่เมืองไทยหลายสิบปีจนพูดภาษาไทยคล่อง เจ้าของบริษัทไทย เอ้า ฉี ฟรุ๊ตส์ จำกัด  ทำธุรกิจผลไม้อบแห้งส่งออก มีโรงงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันมียอดขายปีละ 32 ล้านบาท ส่งออกต่างประเทศเป็นหลัก มีเพียง 10% ที่ขายในประเทศ ช่องทางการจำหน่ายของบริษัทขายผ่านเว็บไซต์อาลีบาบาถึง 60% ของยอดขายทั้งหมด บริษัท ไทยเอ้า ฉี ฟรุ๊ตส์ ค้าขายผ่านเว็บไซต์อาลีบาบา มากว่า 10 ปีแล้ว ช่วงแรกค่อนข้างเงียบ ขายไม่ค่อยได้ จนกระทั่งธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นที่รู้จักมาก ๆ 3 ปีที่แล้ว และคนทั่วโลกรู้จักเว็บไซต์อาลีบาบา ทำให้ได้ลูกค้าใหม่มากขึ้น และมียอดขายจากลูกค้าจากทั่วโลก ปัจจุบันจะได้รับอีเมลจากลูกค้าทางออนไลน์วันละไม่ต่ำกว่า 30 ฉบับ คุณแฮเรียต แนะนำว่า เทคนิคการขายของบนตลาดออนไลน์ ต้องขยันอัพเดทข้อมูลสินค้าอยู่เสมอ ๆ ยิ่งอัพเดทบ่อย จะทำให้ลูกค้ารู้จักและเห็นสินค้าบ่อยขึ้น  ต้องขยันหาลูกค้า และคอยดูว่ามีใครสนใจสินค้า สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ลูกค้าที่มีลักษณะแปลก ๆ เคยเจอลูกค้าจากแอฟริกาใต้ ประเทศไนจีเรีย ติดต่อสั่งซื้อสินค้า โดยเริ่มซื้อจากน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ระบุว่า ให้ทางบริษัทเป็นผู้จ่ายค่าใบอนุญาตขายสินค้าในประเทศไนจีเรีย เมื่อตรวจสอบก็พบว่า ไม่ใช่ หากใครคิดว่า ยอมจ่ายเงินกับการได้รับออร์เดอร์ หรือคำสั่งซื้อชุดใหญ่ ก็คงถูกหลอก ต้องดูให้แน่ใจว่า ลูกค้ามีความน่าเชื่อถือ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลไม้อบไทยเอ้าฉีฟรุ๊ตส์ ลูกค้าหลักขายผ่านออนไลน์

  • ราคูเท็นตลาดฯ คาดปีนี้ได้ผู้ใช้ 60 ล้านคน

    ราคูเท็นตลาดฯ คาดปีนี้ได้ผู้ใช้ 60 ล้านคน

    ราคูเท็นตลาดดอทคอม โชว์ 5 ปี ประสบความสำเร็จ ต่อยอดแพลตฟอร์มรองรับใช้งานมือถือโตกว่า 50% ของผู้ใช้งาน เตรียมรีแบรนด์เป็นราคูเท็นมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่น เข็นร้านค้า เปิดตลาดต่างประเทศ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ราคูเท็น ตลาดดอทคอม กล่าวว่า สำหรับช่วงเวลา 5 ปี ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ประสบความสำเร็จและเติบโตมาก เนื่องจากได้สร้างพื้นที่การทำธุรกิจที่ปลอดภัยและมั่นคงให้กับร้านค้า แลกเปลี่ยนประสบการณ์การชอปปิง ออนไลน์ให้เป็นความบันเทิงให้กับผู้ซื้อ โดยเน้นความสะดวกในการค้นหาและเชื่อมโยง ดูแลส่งเสริมร้านค้าโดยการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมการขายด้วยบริการ สร้างโอกาสให้กับผู้ค้าในการจับมือกับบริษัทชั้นนำเพิ่มยอดขาย ทั้งการเงิน ความบันเทิง หรือเทคโนโลยี นอกจากนี้ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ยังได้พัฒนาการตลาดแพลตฟอร์มรองรับการใช้งานสมาร์ทโฟน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้ใช้บริการ และผู้ประกอบการร้านค้า โดยมีจำนวนผู้เข้าใช้เว็บไซต์ราคูเท็น ตลาดดอทคอมบนมือถือ นับเป็น 50%ของผู้ใช้ทั้งหมดต่อเดือน จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ใช้งานอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นายภาวุธ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการเว็บราคูเท็น ตลาดดอทคอมถึง 60 ล้านคน หรือประมาณ 5 เท่าของปีแรกที่เปิดบริการในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่า ตลาดดอทคอม เข้าใจความต้องการของคนไทย และมีส่วนช่วยในการผลักดันร้านค้าให้มียอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันยังผลักดันให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโต สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศในอนาคตได้ โดยที่ผ่านมาร้านค้าที่อยู่กับ ราคูเท็น ตลาดดอทคอม สามารถสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท ต่อปี.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคูเท็นตลาดฯ คาดปีนี้ได้ผู้ใช้ 60 ล้านคน