ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • เสรี อดีตสสร.จี้นายกฯ ลาออก

    เสรี อดีตสสร.จี้นายกฯ ลาออก

    ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน เวลา 14.00 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต สสร. 50 เปิดเผยในงานเสวนาเรื่องทางตันจำนำข้าว : ทางรอดชาวนาไทย ว่า ในฐานะนักกฎหมาย ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ได้ระบุไว้ให้อำนาจไว้ว่า หากรักษาการนายกรัฐมนตรีไม่ประสงค์จะทำหน้าที่ต่อไปก็สามารถทำได้ เนื่องจากปัจจุบันสิ่งทีรัฐบาลดำเนินการอยู่ไม่สามารถบริหารประเทศได้แล้ว เพราะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นชาวนาที่ได้รับเกิดจากโครงการประชานิยม จากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสร้างผลกระทบไม่เพียงแต่ชาวนาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนและประเทศ เนื่องจากเงินที่รัฐบาลนำไปใช้เป็นภาษีอากรของประชาชน ดังนั้น รัฐบาลรักษาการควรลาออก ถือเป็นทางออกที่ดี เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารและสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาทั้งนี้ หากรัฐบาลยืนยันว่า ต้องการรักษาระบบประชาธิปไตยไว้ โดยไม่ลาออกจากรักษาการ แต่ในกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 127 เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วต้องประชุมสภาภายใน 30 วัน และมาตรา 172 ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดประชุมสภาครั้งแรก โดยรัฐบาลรักษาการอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 60 วัน ทำให้รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะครบวาระในวันที่ 1 เม.ย.57 หากรัฐบาลนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ชาวนาได้ก็ต้องลาออกไป หรือ ต้องรอ ปปช.ชี้มูลว่านายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนครีกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่นายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชน ภาคตะวันตก กล่าวว่า การที่ชาวนาออกมาในครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง แต่ต้องการออกมาเรียกร้องเงินที่ชาวนาควรได้รับจากโครงการจำนำข้าว เพราะชาวนารอคอยมานานแล้ว และการที่รัฐบาลได้ออกมาบอกว่าไม่สามารถจ่ายเงินได้เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะโครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ 1 ต.ค.56 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลยังมีอำนาจอยู่ก่อนยุบสภาทำไมถึงไม่จ่าย โดยปัจจุบันยังมีชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินอยู่ประมาณ 120,000 ล้านบาทส่วนกรณีที่กลุ่ม กปปส.เดินขบวนรับบริจาคและนำมาให้ชาวนาเป็นเงินทุนเพื่อต่อสู้นั้น ยินดีรับเงินสนับสนุนจากทุกกลุ่มที่จะเข้ามาสนับสนุน แต่ต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ หากมีการทวงบุญคุณเกิดขึ้น ทางกลุ่มชาวนาก็พร้อมที่จะคืนเงินดังกล่าวให้ทันที

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เสรี อดีตสสร.จี้นายกฯ ลาออก

  • ราคาทองคำ 8 ก.พ.57 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท

    ราคาทองคำ 8 ก.พ.57 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.12น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,100 บาท รับซื้อ 19,313.84 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 19,600 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,100 บาท รับซื้อ 19,313.84 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 19,600 บาท เวลา 09.12 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 8 ก.พ.57 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท

  • ฉลากสินค้าสำคัญอย่างไร – ไขปัญหาผู้บริโภค

    ฉลากสินค้าสำคัญอย่างไร – ไขปัญหาผู้บริโภค

     เมื่อพูดถึง “ฉลากสินค้า” ทุกท่านที่เป็นผู้บริโภคคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ไม่รู้จักฉลากสินค้า เพราะในชีวิตประจำวันผู้บริโภคสามารถพบเห็นฉลากสินค้าได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นฉลากยา ฉลากอาหาร ฉลากเครื่องสำอาง ฉลากเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือฉลากสินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วฉลากสินค้ามีความสำคัญกับผู้บริโภคอย่างไร พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ได้กำหนดให้ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองไว้ 5 ประการ คือ 1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ  2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ  3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ 4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา 5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย โดยพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดว่า “ฉลาก” หมายถึง รูป รอยประดิษฐ์ กระดาษหรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ปรากฏข้อความเกี่ยวกับสินค้าซึ่งแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุสินค้าหรือสอดแทรก หรือรวมไว้กับสินค้า หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุสินค้า และหมายความรวมถึงเอกสารหรือคู่มือสำหรับใช้ประกอบสินค้า ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้านั้น “ฉลากของสินค้า” จะต้องระบุข้อความดังนี้  – ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร กรณีที่เป็นสินค้าที่สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อขาย จะต้องระบุประเทศที่ผลิตด้วย เช่น โทรทัศน์สี คอมพิวเตอร์ สมุดพิมพ์เขียน น้ำหอมปรับอากาศ ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ผลิตในประเทศมาเลเซีย ฯลฯ  – ชื่อผู้ประกอบการหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย – ชื่อผู้ประกอบการหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย -สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขายหรือของผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย – ต้องแสดงปริมาณ หรือขนาด หรือปริมาตร หรือน้ำหนักของสินค้า – ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้านั้นใช้เพื่อสิ่งใด เช่น ใช้ทำความสะอาดพื้นไม้หรือพื้นกระเบื้อง  ภาชนะเคลือบใช้ตั้งบนเตาไฟ ฯลฯ – ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้ เพื่อความถูกต้องในการใช้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค เช่น ห้ามใช้ของมีคมกับการแซะน้ำแข็งในตู้เย็น  ควรเก็บสินค้าไว้ในที่ร่มและไม่เปียกชื้น ฯลฯ – คำเตือน  (ถ้ามี) – วัน เดือน ปี ที่ผลิต หรือวัน เดือน ปีที่หมดอายุ หรือวัน เดือน ปี ที่ควรใช้ก่อน (ถ้ามี) – ราคาต้องระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นด้วยก็ได้ นอกจากนี้สินค้าที่ควบคุมฉลากตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้แก่ สินค้าที่ผลิตเพื่อขายโดยโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (กรณีจะเข้าข่ายเป็นโรงงานก็คือใช้แรงงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป หรือใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป) สินค้าที่สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายและคณะกรรมการว่าด้วยฉลากยังมีอำนาจออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก กำหนดให้สินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย หรือจิตใจ เนื่องในการใช้สินค้าหรือโดยสภาพของสินค้านั้น หรือสินค้าทั่วไปใช้เป็นประจำ  การกำหนดฉลากของสินค้านั้นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค ในการที่จะทราบข้อเท็จจริงในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้านั้น เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากได้ สำหรับการแสดงข้อความในฉลากสินค้าต้องใช้ข้อความที่ตรงต่อความเป็นจริง และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ ในกรณีที่สินค้านั้น ๆ มีกฎหมายของหน่วยงานราชการอื่นควบคุมในเรื่องฉลากอยู่แล้ว ก็ให้จัดทำฉลากตามกฎหมายนั้น ๆ เช่น อาหารต้องจัดทำฉลากตามพระราชบัญญัติอาหาร ฯลฯ เมื่อฉลากสินค้าเป็นแหล่งข้อมูลในการอุปโภค และบริโภคของผู้บริโภค ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้กำหนดสิทธิที่ผู้บริโภคจะต้องได้รับข่าวสาร ดังนั้นไม่ว่าจะก่อนซื้อหรือก่อนใช้สินค้าหรือบริการ หยุดให้ความสำคัญอ่านฉลากสักนิดเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฉลากสินค้าสำคัญอย่างไร – ไขปัญหาผู้บริโภค