น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยภายหลังผลการเปิดซองประมูลวงเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพื่อนำไปจ่ายให้โครงการรับจำนำข้าว วงเงิน 50,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ธนาคารออมสิน เป็นผู้ชนะการประมูลเต็มวงเงิน 50,000 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 3 ปี โดยเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยด้านปล่อยกู้ โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ไบบอร์) -0.1% หรือ 2.1792% ต่อปี จากอัตราที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนประมูลที่ไบบอร์เฉลี่ย 6 เดือน หรืออัตรา 2.2792%ทั้งนี้ หลังจากที่ สบน.ได้รับวงเงินกู้ดังกล่าว จะสามารถจัดสรรไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อไปนำเบิกจ่ายให้กับเกษตรกร งวดแรก วันที่ 6 มิ.ย.57 วงเงิน 30,000 ล้านบาท และงวดที่ 2 วันที่ 13 มิ.ย.57 วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารมีสภาพคล่องไปจ่ายให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง“อัตราดอกเบี้ยที่ออมสินเสนอมาเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เท่าที่รัฐบาลเคยออกมา ซึ่งมีอัตราต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาลระยะ 3 ปี ที่ 2.45% และเป็นสถาบันการเงินรายเดียวที่เสนอประมูลเต็มวงเงิน จากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมประมูลทั้ง 12 ราย วงเงินยื่นประมูลรวม 145,000 ล้านบาท โดยชนะผู้ประมูลอันดับ 2 ที่เสนออัตราดอกเบี้ยไบบอร์ปกติ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อการดำเนินนโยบาย”อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้ สบน.จะส่งหนังสือชี้ชวนสถาบันการเงิน ให้เข้าประมูลเงินกู้รอบที่ 2 อีก 40,000 ล้านบาทแบบเทอมโลน และเปิดให้เข้ายื่นซองประมูล วันที่ 12 มิ.ย.57 โดยคาดว่าสถาบันการเงินจะเข้าแข่งขันเหมือนเดิม และคาดว่าจะได้อัตราดอกเบี้ยที่น่าพอใจไม่แพ้รอบแรก เนื่องจากสถาบันการเงินยังมีความเชื่อมั่น และสภาพคล่องจำนวนมาก แต่ สบน.คงไม่กู้เต็มวงเงิน 130,000 ล้านบาท เนื่องคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติวงเงินให้กู้เพื่อจ่ายชาวนาเพียง 92,000 ล้านบาทเท่านั้นนายธัชพล กาญจนกูล รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การเข้าร่วมประมูลวงเงินกู้อีก 40,000 ล้านบาทนั้น คงต้องหารือในที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารอีกครั้ง แต่หากพิจารณาจากสภาพคล่องของธนาคารในปัจจุบัน ที่อยู่ในระดับสูง ก็ยังเพียงพอที่จะเข้าร่วมประมูลในวงเงินดังกล่าวได้อีกรายงานข่าวจาก ธ.ก.ส. กล่าวว่า สำหรับยอดจ่ายเงินให้กับเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว ปีการผลิต 56/57 ช่วง 9 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.-3 มิ.ย.57 ธนาคารได้จ่ายให้เกษตรกรไปแล้ว 382,338 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 38,488.31 ล้านบาท แบ่งเป็น วันที่ 26 พ.ค. จ่ายไป 3,544 ราย วงเงิน 311.94 ล้านบาท, วันที่ 27 พ.ค.จ่ายไป 35,943 ราย วงเงิน 3,272.25 ล้านบาท, วันที่ 28 พ.ค. จ่ายไป 61,661 ราย วงเงิน 6,660.41 ล้านบาท, วันที่ 29 พ.ค. จ่ายไป 84,233 ราย วงเงิน 8,999.85 ล้านบาท, วันที่ 30 พ.ค. จ่ายไป 118,569 ราย วงเงิน 11,633.78 ล้านบาท, วันที่ 31 พ.ค. จ่ายไป 41,697 ราย วงเงิน 3,893.79 ล้านบาท, วันที่ 1 มิ.ย. จ่ายไป 2,737 ราย วงเงิน 260.25 ล้านบาท, วันที่ 2 มิ.ย. จ่ายไป 16,671 ราย วงเงิน 1,777.65 ล้านบาท และวันที่ 3 มิ.ย. จ่ายไป 17,283 ราย วงเงิน 1,678.39 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ออมสิน”ชนะปล่อยกู้จำนำข้าว 50,000 ล้านบาท
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

“ออมสิน”ชนะปล่อยกู้จำนำข้าว 50,000 ล้านบาท
-

ททท.ของบ 200 ล้านจัดถนนคอนเสิร์ต
นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมของบประมาณในฝ่ายสินค้าท่องเที่ยวกว่า 200 ล้านบาท สำหรับจัดโครงการถนนคอนเสิร์ต (สตรีทคอนเสิร์ต) บนถนนสายหลักของกรุงเทพ 3 สาย ได้แก่ ถนนสีลม ถนนอโศก และ ถนนราชประสงค์ เพื่อฟื้นภาพลักษณ์ให้กับแหล่งท่องเที่ยว ภายหลังมีการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาคึกคักสนุกสนานอีกครั้ง โดยเบื้องต้นกำหนดเวลาจัดงานรวมทั้งสิ้น 9 วัน 9 คืนในช่วงเดือน ส.ค.นี้ ขณะเดียวกันจะนำรูปแบบเดียวกันนี้ไปจัดใน 4 จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก คือ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา และหัวหิน“ในส่วนของงบประมาณที่ทาง ททท.ได้เสนอกับ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ไปประมาณ 845 ล้านบาทนั้น ก็จะออกไปเป็นการกระตุ้นตลาดในแต่ละฝ่าย ซึ่งฝ่ายสินค้าก็จะเน้นการออกอีเวนต์แบบบิ๊กอีเวนต์ใหญ่ พร้อมกับจะนำศิลปินทั้งชาวไทย และ หากสามารถจัดสรรงบประมาณก็จะนำศิลปินต่างชาติมาร่วมโชว์ในงานด้วย ซึ่งก็ถือว่าสอดคล้องกับรูปแบบใหญ่ที่ คสช.ได้วางแนวทางไว้ คือ คืนความสุขให้ประชาชน”นอกจากนี้ ยังมีการจัดโครงการเดิม คือ ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ โดยปีนี้ จะเพิ่มความพิเศษ ด้วยการจัดที่ยาวนานขึ้น ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ก.ย. จากปกติจะจัดถึง เดือนส.ค. รวมถึงในปีนี้จะร่วมกับการบินไทย จัดแพ็กเกจลดราคาตั๋วเครื่องบินในราคาพิเศษ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกในรอบ 14 ปี เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย โดยเฉพาะด้านช็อปปิ้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับสูง (ไฮเอนด์) ด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.ของบ 200 ล้านจัดถนนคอนเสิร์ต -

เอกชนมั่นใจ มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของคสช.
วันนี้ (3 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจภายหลังการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างงานแถลงข่าวจัดงานแสดงสินค้าเครือสหพัฒน์ครั้งที่ 18 ว่า ประชาชนมีความมั่นใจในเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากภาคประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น เฉพาะบริษัทฯ ยอดขายในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาพบว่าติดลบโดยลดลงจากเดือน เม.ย. มั่นใจเดือน มิ.ย. ยอดขายรวมของบริษัทจะติดลบลดลงจากเดือน พ.ค. “ส่วนตัวมองว่ามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ คสช. ได้ดำเนินมาถูกทางแล้ว คาดภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 2 จะเติบโตกว่าไตรมาสแรกของปี โดยต่างชาติจะกลับมามั่นใจเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศภายใน 1 เดือน หากเหตุการณ์สงบเร็วก็จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับกิจกรรมของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารด้วย หากยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจะทำให้การเติบโตและความเชื่อมั่นถดถอยลง” นายบุญเกียรติ กล่าาวต่อว่า วิกฤติครั้งนี้หนักว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง วอนอย่าไปเชื่อต่างชาติมากเพราะเขาเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งโรดแมพของ คสช. มาถูกทางแล้ว และอาจกลายเป็นโมเดลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ต่างประเทศนำไปใช้ได้ สำหรับงานแสดงสินค้าเครือสหพัฒน์ครั้งที่ 18 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 มิ.ย.57 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนมั่นใจ มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของคสช.