นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ รมว.คลังเปิดเผยว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ให้นโยบายแก่กระทรวงการคลังให้ไปปรับเปลี่ยนคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีบุคคลที่สามารถเข้ามาเป็นคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง โดยไม่ทราบสาเหตุและเหตุผลทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น เห็นว่าการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการของบริษัทต้องเป็นอำนาจของผู้ถือหุ้น ซึ่งแม้ว่ากระทรวงการคลัง จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ก็ต้องมีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมดด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณจากคสช. ให้ปรับเปลี่ยน กรรมการ ปตท.อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ พล.อ.อ.ประจิน จะเรียกผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทั้งหมดไปหารือ ซึ่งตนจะเข้าร่วมฟังนโยบายด้วย ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างรวมถึงได้ให้ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่เป็นผู้ดูแลกำกับรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ให้เข้าร่วมประชุมด้วยรายงานข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คสช.ได้สั่งให้กระทรวงการคลังทำรายละเอียดผู้ที่เป็นคณะกรรมการในรัฐวิสากิจทั้งหมดทุกแห่ง โดยให้ระบุว่ากรรมการแต่ละคนเป็นใคร ถูกแต่งตั้งจากรัฐบาลไหน หรือใครเป็นผู้แต่งตั้ง เข้าไปเป็นกรรมการ ซึ่งกระทรวงการคลังได้ส่งรายละเอียดทั้งหมดให้ คสช. เรียบร้อยแล้วสำหรับการประชุมผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ทั้งรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น พล.อ.อ.ประจิน ได้กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการปรับเปลี่ยน โยกย้ายตำแหน่งว่า คงจะปรับเปลี่ยนโยกย้ายเฉพาะในตำแหน่งเท่าที่จำเป็น ทั้งตำแหน่งกรรมการ ที่ปรึกษา และเบอร์หนึ่งขององค์กร โดยย้่ำว่าการปรับเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้จะทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.สั่งเปลี่ยนบอร์ดรัฐวิสาหกิจ
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

คสช.สั่งเปลี่ยนบอร์ดรัฐวิสาหกิจ
-

คลังลุยปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้อนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว ที่มีนายกุลิศสมบัติศิริ ผู้ตรวจกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการฯ ดำเนินการต่อไป แม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศแทนรัฐบาลรักษาการชุดเดิม แต่อนุกรรมการฯ นี้ยังมีสภาพการทำงานต่อไปทั้งนี้ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯ ยังไม่ได้มีการประชุมบัญชี จากเดิมที่น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ ปิดบัญชีไว้ถึง 31พ.ค.56 มีผลขาดทุนประมาณ 330,000ล้านบาท ทำให้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวจะจำนวนเท่าไร"การขาดทุนจำนำข้าวต้องเพิ่มขึ้นจากเดิม 330,000 ล้านบาท เพราะล่าสุดเป็นการปิดบัญชีของรอบการผลิตข้าวปี 56 เท่านั้น แต่การปิดบัญชีรอบใหม่ที่สั่งให้ดำเนินการมีรอบการผลิต 56/57 และรอบ 57 ด้วยส่วนจะขาดทุนถึง 500,000 ล้านบาทหรือไม่ ยังไม่ยืนยัน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่สามารถรายงานตัวเลขให้ คสช.รับทราบ เพราะยังทำตัวเลขไม่เสร็จ ส่วนข้าวสารที่หายไปประมาณ 3 ล้านตัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ องค์การคลังสินค้า (อคส.)และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ"รายงานข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า สำหรับผลการจ่ายเงินจำนำข้าว ปี56/57 เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาธนาคารได้จัดสรรให้กับเกษตรกรไปแล้ว 3,544 รายคิดเป็นเงิน 311.94 ล้านบาท ส่วนวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้จัดสรรให้กับเกษตรกร 35,943 ราย คิดเป็นเงิน 4,000.21 ล้านบาท รวมยอดจ่ายสะสมทั้งสิ้น 39,487 ราย คิดเป็นเงิน 4,312.15 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังลุยปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว -

‘สุดยอดเชฟไทย’ ชูจุดเด่นวัตถุดิบลุ่มน้ำโขง
เพราะเราต้องการทำให้วัตถุดิบของประเทศในลุ่มน้ำโขงที่เต็มไปด้วยความหลากหลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทำให้เข้าใจว่าวัตถุดิบที่โดดเด่นอย่างสมุนไพรไม่ใช่เป็นได้แค่เพียงเครื่องปรุงอาหารไทยอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารของชาติอื่นได้ด้วย” เชฟวิลแมน ลีออง ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวถึง Mekong Culinary Challengeแนวคิดหลักของการแข่งขันตลอด 3 ปีที่ผ่านมา การแข่งขัน “สุดยอดเชฟไทยแห่งปี ครั้งที่ 3 Thailand Ultimate Chef Challenge 2014” (TUCC) เพื่อเฟ้นหาสุดยอดเชฟไทยทั้งในระดับมืออาชีพและระดับเยาวชน โดยบริษัท โคโลญ เมสเซ่ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค จำกัด ร่วมกับ สมาคมเชฟประเทศไทย จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 นั้น เป็นส่วนหนึ่งของงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ THAIFEX-WORLD OF FOOD ASIA 2014 จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหอการค้าไทย ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวต่อว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเพราะมีการแบ่งการแข่งขันทั้งหมดออกเป็น 19 ประเภทด้วยกัน โดยไฮไลต์หลักการแข่งขันครั้งนี้ คือ Mekong Culinary Challenge ซึ่งเป็นการแข่งขันการปรุงอาหารในแบบบุฟเฟ่ต์ฟรีสไตล์โดยใช้วัตถุดิบที่มาจากแม่น้ำโขง เพื่อตอกย้ำถึงความอุดมสมบูรณ์ทางด้านวัตถุดิบในแถบของอินโดจีนหรือภูมิภาคอาเซียน โดยมีประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วมในการแข่งขันประเภทนี้หลายประเทศ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของภูมิภาค “การแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์และสร้างพื้นฐานความเข้าใจที่ดีให้กับผู้เข้าแข่งขันเกี่ยวกับการแข่งขันในระดับสากล และทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ในการปรุงอาหาร โดยการนำมาตรฐานระดับโลกเข้ามาปรับใช้ในการคิดค้นเมนูอาหารในสไตล์ของตัวเอง เพื่อใช้ในการแข่งขันและยังได้พัฒนาตนเองอีกด้วย” จากปีแรกที่มีผู้เข้าร่วมแข่งขันเพียง 200 กว่าคนโดยเป็นเชฟคนไทยที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ ขยายเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในปีต่อมาโดยมีเชฟจากชาติอื่น ๆ ทั้งในอาเซียนและเอเชียเข้าร่วม และในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 3 นอกจากจำนวนเชฟที่เข้าร่วมจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวของปีก่อนแล้ว ยังมีชาติในอาเซียนอย่างพม่าและเวียดนามมาร่วมแข่งขัน มร.ไมเคิล เดรเย่อร์ รองประธาน บริษัทโคโลญ เมสเซ่ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค จำกัด เปิดเผยว่า น่ายินดีอย่างยิ่งที่การแข่งขันสุดยอดเชฟไทยแห่งปีได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ทำให้ปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมดถึง 842 คน ทั้งระดับมืออาชีพและเยาวชน ซึ่งมาจากทั่วภูมิภาคเอเชีย 12 ประเทศ ได้แก่ ไทย เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา เมียนมาร์ สโลวาเนีย จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก เชฟ กีเซอร์ กุดมุนสัน นายกสมาคมเชฟโลก (World Association of Chefs Society) ซึ่งเดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมกับคณะกรรมการเชฟที่มีชื่อเสียงในวงการอาหาร ถึง 28 คน จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง กรีซ อังกฤษ และไทย มาร่วมตัดสินการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันรายการนี้มีมาตรฐานในระดับสากล และได้เชฟที่มีฝีมือและมีความสามารถเข้าสู่วงการเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้เผยแพร่ความสามารถสู่สายตาผู้ชมงานชาวต่างชาติอีกด้วย นอกจากจะเฟ้นหาเชฟผู้มากด้วยความสามารถในด้านต่าง ๆ แล้ว บริษัท โคโลญ เมสเซ่ จำกัด ยังได้ทำพิธีลงนามสัญญาข้อตกลงร่วมกันกับสมาคมเชฟประเทศไทยเพื่อจัดงานการแข่งขันสุดยอดเชฟไทยแห่งปีครั้งที่ 4 Thailand Ultimate Chef Challenge 2015 ในงาน THAIFEX 2015 ต่อไป นำโดย เชฟจำนงค์ นิรังสรรค์ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย “เราต้องการให้การแข่งขันดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าแข่งขันได้พัฒนาตนเอง ฝึกทักษะเพิ่มเติมในด้านการทำอาหาร ตลอดจนสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นในวงการอาหารประเทศไทย ทั้งยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสายอาชีพได้อีกด้วย” เชฟจำนงค์ ทิ้งท้าย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘สุดยอดเชฟไทย’ ชูจุดเด่นวัตถุดิบลุ่มน้ำโขง