ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • มอบนโยบายคลัง ไขก๊อกจ่ายเงินจำนำข้าว

    มอบนโยบายคลัง ไขก๊อกจ่ายเงินจำนำข้าว

    ที่กระทรวงการคลัง เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 พ.ค.57 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวงการคลังและผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจ  ว่า ขณะนี้ เชื่อว่าการจ่ายเงินให้กับชาวนาที่ค้างอยู่ในดครงการรับจำนำข้าว กรอบวงเงิน 92,000 ล้านบาท จะดำเนินการได้ทันที และจะเป็นแรงหนุนให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปี 57 เติบโตเพิ่มอีก 0.2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 2% เท่านั้น ขณะเดียวกัน เรื่องของการจัดทำงบประมาณ ประจำปี 58 มั่นใจว่าจะสามารถเริ่มใช้ได้ทันในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยล่าสุดสำนักงบประมาณได้จัดทำรายละเอียด โดยจะใช้แบบร่างของงบประมาณปี 57 เป็นรูปแบบในการจัดทำ แต่คาดว่าการจัดทำใช้งบประมาณ ปี 58 คงใช้จำนวนเงินไม่มาก เพื่อไม่ให้มีผลผูกพันในรัฐบาลต่อไป เพราะการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ จะเน้นไปที่ระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน นอกจากนี้ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของ คสช. จะนำข้อมูลที่ได้จากการหารือในครั้งนี้ ไปหารือกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและกระทรวงการคลังเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 31 พ.ค.57 ก่อนนำเสนอความเห็นชอบให้กับคณะทำงานของ คสช. และจะสามารถประกาศแผนเศรษฐกิจได้ภายในสัปดาห์หน้า สำหรับโครงการเร่งด่วนที่กระทรวงการคลังเสนอมี 53 โครงการ แบ่งเป็น โครงการของหน่วยงานที่ไม่สังกัดกลุ่มภารกิจมี 23 โครงการ เช่น การรวบรวมและจัดทำมาตรการสนับสนุนการลงทุนปี 57 การจัดทำประมาณการณ์รายได้ปีงบ 58 การศึกษาผลกระทบของการยกระดับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นสถาบันการเงิน ร่างพรบ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แผนปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจ การศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีปล่อยมลพิษทางน้ำ โครงการประกันนาข้าวปี 57 ขยายเวลาลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ขยายเวลาลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ขยายเวลาลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมศุลกากร 5 โครงการ เป็นต้น นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส. ) กล่าวว่า ธ.ก.ส. เตรียมปิดรับเงินบริจาคและเงินสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวนาภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้ คาดว่าจะได้เงินบริจาคและสมทบประมาณ 15,000 ล้านบาท  เร็วกว่ากำหนดเดิมในเดือน มิ.ย.นี้ คาดว่าจะได้เงิน 20,000 ล้านบาท เนื่องจาก ธ.ก.ส. ได้สำรองสภาพคล่อง 40,000 ล้านบาท และสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ( สบน.)  กู้เงินอีก 50,000 ล้านบาท ใน 2 สัปดาห์ถัดจากนี้  โดยเงินที่จะเอามาใช้คืนกองทุนชาวนา จะมาจากเงินระบายข้าว ไม่ได้กู้เงินมาใช้คืน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มอบนโยบายคลัง ไขก๊อกจ่ายเงินจำนำข้าว

  • ธุรกิจประกันภัยครึ่งปีหลังแข่งเดือด

    ธุรกิจประกันภัยครึ่งปีหลังแข่งเดือด

    นายชาติชาย ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะมีผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยอีก 6เดือนข้างหน้า หรือในช่วงไตรมาส 3/57 และไตรมาส 4/57 ของปีนี้  โดยส่งผลให้ตัวเลขเบี้ยประกันภัยแต่ละบริษัทปรับตัวลดลง  ดังนั้นทำให้แต่ละบริษัทจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์แข่งขันด้านราคามากขึ้น เพื่อรักษาเบี้ยประกันให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนี้ผู้ทำประกันภัยลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยการทำประกันรถประเภท3 พลัสแทนการทำประกันภัยชั้น 1 มากขึ้น  เนื่องจากมีราคาถูกกว่าและต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายขณะที่ธุรกิจประภันภัยรถยนต์เริ่มหดตัว หลังจากหมดโครงการรถยนต์คันแรก  โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์มือสองเติบโตในอัตราที่ชะลอลง  สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรวมในไตรมาส 2/57คาดว่ายังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  เนื่องจากการติดตามตัวเลขล่าสุดเมื่อกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมายังไม่มีสัญญาณที่ผิดปกติเกิดขึ้น โดยในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเบื้ยประกันรับรวมไว้ที่4,400 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 10 %  ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/57 ที่ผ่านมา มีเบี้ยประกันรับรวม 1,024 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 26 % และมีกำไรสุทธิ 50.63ล้านบาท   “ยังไม่ทบทวนเป้าหมายใหม่เนื่องจากบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดที่ไม่มาก การทำเบี้ยประกัน 1,500 ล้านบาทต่อไตรมาส เป็นเรื่องที่ไม่ยาก และในช่วงที่ตลาดประกันภัยแผ่วบริษัทมีแผนทำตลาดช่วงไตรมาส3/57 และไตรมาส 4/57  อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต่างจังหวัดซึ่งในเดือนก.ค.นี้จะเปิดสาขาที่มุกดาหารอีก 1 แห่ง  ถือเป็นสาขาที่ 18 จากปัจจุบันมี 17  สาขา ส่วนศูนย์บริการลูกค้ามีอยู่ 13 แห่ง ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคอยู่แล้ว” อย่างไรก็ตาม  บริษัทจะพัฒนาประสิทธิภาพงานด้านบริการมากขึ้นเพราะต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานการบริการของอู่ซ่อมในโครงการ“อู่นี้เทเวศเชียร์”เพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง เพื่อรับรองคุณภาพของอู่ซ่อม  นอกเหนือไปจากการนำ สมาร์ทโฟน มาใช้ในการให้บริการตรวจสอบอุบัติเหตุ”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจประกันภัยครึ่งปีหลังแข่งเดือด

  • แจงนักลงทุนญี่ปุ่น

    แจงนักลงทุนญี่ปุ่น

    พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในการหารือระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนักธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา หัวหน้าคสช.ได้ชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นของการดำเนินการของคสช.ในช่วงที่ผ่านมาให้กับนักธุรกิจญี่ปุ่นรับทราบ โดยยืนยันถึงความสัมพันธ์ของประเทศไทยและญี่ปุ่น ทั้งทางราชการและด้านธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปทุกทิศทาง และยังได้สร้างความเชื่อมั่นว่า คศช.จะปกป้องผลประโยชน์ของนักธุรกิจญี่ปุ่นที่มีอยู่ในไทยอย่างเต็มที่ “นักธุรกิจญี่ปุ่นได้แสดงความเห็นว่า เข้าใจในสถานการณ์ของไทยแล้ว และคิดว่า สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ รวมทั้งเรื่องของธุรกิจการค้าระหว่างกัน และจากนี้ก็พร้อมที่จะร่วมมือกันพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศด้วย ขณะเดียวกันทางญี่ปุ่นเองก็ยังเสนอให้คสช. เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องของอุทกภัยร่วมกัน โดยสานต่อโครงการความร่วมมือที่เคยหารือกันไว้ในอดีต และยังขอให้ช่วยดูอุตสาหกรรมยานยนตร์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการอุปโภคบริโภค รวมถึงอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งธุรกิจดังกล่าวได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา” ทั้งนี้ในเรื่องของการลงทุนของญี่ปุ่น โดยเฉพาะโครงการที่นักลงทุนเสนอขอรับการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอนั้น ในการหารือครั้งนี้ยังไม่ได้ลงรายละเอียดถึงประเด็นดังกล่าว รวมถึงเรื่องของการใช้งบประมาณลงทุนในโคการที่เกี่ยวข้องร่วมกัน โดยหัวหน้าคสช. ได้มอบหมายให้พล.อ.อ.ประจิน รองหัวหน้าคสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาอีกครั้ง พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ในส่วนของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในภาพรวมนั้น หัวหน้าคสช.ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของนักธุรกิจต่างชาติที่ยู่ในไทย รวมทั้งโครงการหรือข้อตกลงของประเทศต่างๆ ที่ได้ดำเนินการอยู่ก่อนหน้านี้ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยให้สานต่องานที่ยังค้างอยู่ทันที ส่วนโครงการเริ่มใหม่ก็คงต้องมาหารือกันอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือในครั้งดังกล่าว ทางหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เชิญนักธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งหอการค้าญี่ปุ่น กรุงเทพฯ (เจซีซี) และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) รวมทั้งเอกชนจากบริษัทที่มีชื่อเสียง ทั้ง ผู้บริหารจากโตโยต้า มิตซูบิชิ มิตซุย ซูมิโตโม่ และพานาโซนิค เข้าร่วมชี้แจงทำความเช้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจุบัน 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แจงนักลงทุนญี่ปุ่น