นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้สั่งการให้กรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบที่ลงโฆษณาตามออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ทั้งเว็บไซต์, เฟซบุ๊ก อย่างเร่งด่วน โดยให้ตรวจสอบรายการเงินเข้าออกแต่ละเดือนของบัญซีธนาคาร (สเตทเม้น) ว่ามีเงินได้เท่าไร มีการเสียภาษีถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ หากตรวจสอบพบว่าหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ก็จะดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มดังกล่าวทันที เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ปัญหาหนี้นอกระบบปรับตัวเพิ่มขึ้น“ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ติดตามปัญหาหนี้นอกระบบอย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันที่กลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบที่ลงโฆษณาตามสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เพื่อป้องกันและปราบปรามไม่ให้ประชาชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินกู้นอกระบบ เนื่องจากจะทำให้ประชาชนต้องรับภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น รวมทั้ง ยังได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษาแนวทางเพิ่มเติม ว่าจะสามารถช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบอย่างไรบ้าง”ด้านนายชนะชัย ประยูรสิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ว่าได้รับความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพ ทั้งหลอกลวงให้ลงทุนในธุรกิจเงินนอกระบบ การเล่นแชร์ลุกโซ่ การขายตรงแอบแฝงแชร์ลุกโซ่ ที่มีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับธุรกิจเงินนอกระบบในรูปแบบต่าง ๆ จึงมีความจำเป็นต้องมีวิทยากรที่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวเป็นผู้ถ่ายทอด โดยได้จัดอบรมสร้างวิทยากรตัวคูณให้ประชาชนมีความเข้าใจไม่ถูกหลอกลวง เพื่อขยายผลและป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม“ปัจจุบันพบว่านายทุนเงินกู้นอกระบบได้พัฒนารูปแบบการให้บริการด้วยการหันมาใช้การลงโฆษณาตามเว็บไซต์และเฟซบุ๊กเพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง จากเดิมที่ใช้แผ่นปลิวติดตามตู้โทรศัพท์ เสาไฟฟ้า บนสะพานลอย ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางในการให้ลูกค้าหรือผู้สนใจสามารถใช้บริการได้ง่ายขึ้น แต่หากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชำระหนี้ สามารถโทรร้องเรียนได้ที่ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ 1359 ได้ทันที”ทั้งนี้ หากประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องการรับความช่วยเหลือสามารถส่งเอกสารเข้ามาที่ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ ซึ่งทางศูนย์ฯจะดำเนินการ โดยให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วิเคราะห์สัดส่วนในการชำระเงินและเรียกนายทุนเงินกู้นอกระบบเข้ามาหารือ ชดใช้หนี้คืน เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าสู่ระบบชำระหนี้กับแบงก์รัฐ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งสรรพากรไล่เช็คสเตทเม้น
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

สั่งสรรพากรไล่เช็คสเตทเม้น
-

พาณิชย์บี้ห้างฯลดราคาอาหารจานด่วน 5-10 บาท
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้ากรมฯจะเชิญผู้ประกอบการห้างฯมาหารืออีกรอบถึงความคืบหน้ากรณีที่ขอความร่วมมือห้างค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด)และห้างสรรพสินค้าให้ลดราคาอาหารที่ขายในฟู้ดคอร์ทของห้างฯลงจากเดิมอีก20%หรือลดลงอีกจานละ5-10บาทเพื่อลดความเดือดร้อนของชาวบ้าน หลังจากห้างสรรพสินค้าหลายๆแห่งยังไม่ให้ความร่วมมือมากนักเพราะอ้างว่ามีค่าเช่าสถานที่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่แพงขณะเดียวกันห้างสรรพสินค้ายังอ้างว่าในทางธุรกิจอาหารที่ขายในฟู้ดคอร์ทมีเป้าหมายจับกลุ่มผู้บริโภคอีกระดับหนึ่ง จึงไม่น่าจะได้รับความเดือดร้อนมากจากการซื้ออาหารที่แพงกว่าที่ขายในโมเดิร์นเทรดอีกประมาณ5-10บาทสำหรับการเชิญครั้งนี้ต้องการสอบถามความคืบหน้าการให้ความร่วมมือทำฟู้ดคอร์ทธงฟ้าร่วมถึงจะสอบถามถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ และค่าเช่าสถานที่ในห้างฯด้วยว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ หรือเอาเปรียบผู้เช่ามากเกินไปหรือไม่ถ้าเห็นว่าเอาเปรียบมากเกินไปก็อาจจะขอความร่วมมือลดราคาลงมาบ้างแต่ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือก็อาจใช้กฎหมายดำเนินการ เพราะการเก็บค่าเช่าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่สูงเกินไป จะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบในที่สุดสำหรับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ และห้างสรรพสินค้า ที่เริ่มประกาศลดราคาอาหารที่ขายในฟู้ดคอร์ทของห้างฯตามนโยบายของกรมการค้าภายใน เช่น ผู้ประกอบการห้างบิ๊กซี ที่พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่โดยจะจัดแคมเปญฟูดคอร์ทธงฟ้า แต่จะลดราคาอาหารเหลือจานละเท่าไรและวิธีการจะดำเนินการอย่างไร ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะถือเป็นความลับทางการค้าคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ปลายเดือนพ.ค.นี้ หรือต้นเดือนมิ.ย.นี้ ส่วนห้างเทสโก โลตัส ได้หารือแล้วเช่นกันแต่ห้างฯยังไม่ได้แจ้งว่าจะดำเนินการอย่างไร“ใครที่พร้อมจะให้ความร่วมมือทำฟู้ดคอร์ทธงฟ้าก็ให้ทยอยทำก่อนได้เลย ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบคู่แข่งด้วยซ้ำเพราะจะสามารถดึงลูกค้าเข้าห้างฯของตนได้ และต้องลดราคาอาหารทุกประเภทไม่ใช่ลดเฉพาะเมนู เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ส่วนห้างสรรพสินค้าคงยาก เพราะมีค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่แพง ก็ต้องเห็นใจร้านอาหารด้วยกรมฯเองก็ไม่อยากไปบีบมาก บางทีผู้ประกอบการก็ทำด้วยความเกรงใจเรา”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์บี้ห้างฯลดราคาอาหารจานด่วน 5-10 บาท -

ไทยจัดกิจกรรมโปรโมตข้าวหอมมะลิในญี่ปุ่น
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 15-19 พ.ค. 57 กรมฯจะจัดผู้แทนเดินทางไปเข้าร่วมงานเทศกาลไทยเพื่อจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยที่สวนสาธารณะโยโยงิ เขตชิบุยะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิไทยและข้าวไทยกับผู้บริโภคในงานเทศกาลไทยของญี่ปุ่นเพื่อแนะนำให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นรู้จักข้าวไทยมากขึ้น “กรมฯ จะเข้าร่วมงานเทศกาลไทยซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชฑูต ณ กรุงโตเกียว ณสวนสาธารณะโยโยงิซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนเป็นจำนวนมากโดยจะโปรโมตให้ชาวญี่ปุ่นรู้จักข้าวไทยและข้าวหอมมะลิไทยมากขึ้นซึ่งจะมีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เป็นภาษาญี่ปุ่น ทั้งการแจกเมนูอาหารที่ทำจากข้าวไทย แผ่นพับ ดีวีดีเกี่ยวกับข้าวไทย เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นอย่างแน่นอน” ทั้งนี้กรมฯจะเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นได้เห็นถึงคุณภาพและประโยชน์ของการบริโภคข้าวไทยรวมถึงส่งเสริมให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเห็นว่าข้าวไทยสามารถบริโภคร่วมกับอาหารญี่ปุ่นได้ด้วย นายสุรศักดิ์กล่าวว่า แม้ญี่ปุ่นจะสามารถผลิตข้าวเพื่อบริโภคได้เองภายในประเทศแต่ไทยก็ยังมีโอกาสที่จะขายข้าวหอมมะลิไทยและข้าวไทยเนื่องจากมีชาวเอเชียที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นจำนวนมากซึ่งชาวเอเชียเหล่านี้นิยมบริโภคข้าวหอมมะลิไทยและข้าวไทย ดังนั้น กรมฯ จึงต้องไปจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในตลาดญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯมีกำหนดจะจัดคณะผู้แทนการค้าการลงทุน ซึ่งประกอบด้วยสินค้าของตกแต่งบ้านเฟอร์นิเจอร์ ผัก ผลไม้ เครื่องปรุงรส และธุรกิจบริการ ได้แก่ โลจิสติกส์ สปาและร้านอาหาร ร่วมเดินทางเยือน ประเทศ และ จีน ในระหว่างวันที่ 26-30 พ.ค. นี้ เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรและพบปะหารือกับองค์กรภาครัฐภาคเอกชน ลาวและจีน ผ่านเส้นทาง อาร์ 3 เอโดยมีกำหนดการเยือนเมืองสำคัญ เช่น แขวงหลวงน้ำทา ของลาว และนครคุนหมิง ประเทศจีนเพื่อหาลู่ทางขยายการค้าการลงทุนในสาขาธุรกิจต่างๆ “ในงานยังมีการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับนักธุรกิจลาวและจีนโดยผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความจำนงค์เข้าร่วมได้ที่กองความร่วมมือการค้าและการลงทุนกรมการค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 0-2547-4732 โทรสาร 0-2547-4728 ภายในวันที่ 8 พ.ค.57”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยจัดกิจกรรมโปรโมตข้าวหอมมะลิในญี่ปุ่น