ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • นำผู้ประกอบการออกงานแฟร์สิบสองปันนา

    นำผู้ประกอบการออกงานแฟร์สิบสองปันนา

    นางชไมพรเจือเจริญผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครคุนหมิง เปิดเผยว่า ขณะนี้ เขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนามณฑลยูนาน ได้กำหนดจัดงานแสดงสินค้าชายแดนและท่องเที่ยว (สิบสองปันนาแฟร์) ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย. 57 ณ เมืองจิ่งหงโดยในงานจะมีการเจรจาธุรกิจและการจำหน่ายปลีก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค และนำสินค้าไทยไปปรับให้สอดคล้องความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่างของ“ในส่วนของประเทศไทยนั้นกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้นายสุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเข้าร่วมพิธีเปิดงานและเป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าประเทศไทย รวมทั้งมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะ นายหลัว หง เจียง ผู้ว่าการเขตการปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนาและผู้บริหารระดับสูงของเขตฯ ด้วย”นางชไมพร กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าแบ่งการจัดงานเป็น 3 ส่วนคือ แสดงสินค้าภายในอาคาร จำนวน 81 คูหาได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหาร กลุ่มสินค้าสุขภาพและความงามกลุ่มสินค้าแฟชั่น กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ ส่วนที่สอง เป็นการจัดการเจรจาจับคู่ธุรกิจและส่วนที่ 3 เป็นการจัดการแสดงกิจกรรมพิเศษได้แก่ รำไทย เดินแฟชั่น สลับกับการสาธิตทำอาหารไทย เป็นต้นนายเทพทัย สุริยลักษณ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า การจัดงานแฟร์ครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยเพราะจะตรงกับช่วงสงกรานต์และปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเมืองอื่นๆได้เดินทางมาเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์ ที่เมืองจิ่งหงจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสถานที่แห่งเดียวในจีนที่จัดงานนี้คาดว่าจะมีการใช้จ่ายค่อนข้างสูงเหมาะสำหรับสินค้าที่มีคุณภาพ "จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้บริโภคในงานสิบสองปันาแฟร์ที่เมืองจิ่งหงเขตปกครองตนเองฯ ค่อนข้างมีความหลากหลาย ดังนั้นสินค้าไทยไม่จำเป็นต้องมีราคาถูกอีกต่อไปแต่สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องยกระดับสินค้าไทย คือการสร้างความแตกต่าง และ เลือกวางตำแหน่งสินค้า ในกลุ่มตลาดเฉพาะให้ชัดเจนซึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ประกอบการแต่ละตนในการปรับตัวให้เข้ากับตลาดที่เปลี่ยนแปลง"อย่างไรก็ตาม สินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ลาวพม่า เวียดนาม และกัมพูชา รวมทั้งจากจีน มีราคาถูกว่าสินค้าไทย และมีสินค้าบางรายการที่คล้ายคลึงกับสินค้าของไทยจึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องศึกษาสินค้าที่มีความแตกต่างที่เป็นจุดแข็ง ของไทยเพื่อให้ชนะใจผู้บริโภคจีนให้ยอมรับสินค้าไทยในราคาที่สูงกว่าให้ได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นำผู้ประกอบการออกงานแฟร์สิบสองปันนา

  • เร่งปราบหนังแอนิเมชันก๊อบปี้ในไทย

    เร่งปราบหนังแอนิเมชันก๊อบปี้ในไทย

    นางกุลณี อิศดิศัยรักษาการอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการเปิดตัว “โครงการประกวดแอนิเมชั่นอาเซียน2014ว่า ขณะนี้นักลงทุนจากสหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรปให้ความสนใจเข้ามาร่วมทุนรองรับสร้างหนังแอนิเมชั่นในประเทศอาเซียนอย่างมากโดยเฉพาะญี่ปุ่นมองว่าไทยเป็นประเทศน่าลงทุนที่สุดในภูมิภาคนี้เนื่องจากมีทิศทัศน์ที่สวยงามต้นทุนการผลิตต่ำ รวมถึงมีแรงงานและผู้ผลิตที่มีศักยภาพเป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นดังนั้นกรมฯจำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการโดยจะดำเนินการป้องกันและปราบปรามไม่ให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเข้มงวด“ปัจจุบันการละเมิดลิขสิทธิ์เรื่องหนังเพลง และสินค้าทั่วไป โดยการนำมาจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆก็มีอยู่บ้าง ซึ่งกรมฯกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเร่งดำเนินการปราบปรามพร้อมทั้งหามาตรการในการป้องกันไม่ให้กระทำผิดทางกฎหมายโดยเรื่องของแอนิเมชั่นส่วนใหญ่ก็จะมีการโหลดจากอินเตอร์เน็ตนำมาใช้เองหรือนำไปจำหน่ายราคาถูกๆ”ทั้งนี้สาเหตุที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นเนื่องจากในแต่ละปีจะมีมูลค่าการตลาดของแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟฟิศในไทยจำนวนมากและคาดว่าในปี58 จะมีมูลค่า 8,782 ล้านบาทเพิ่มจากปีนี้ 12%และหากปล่อยให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์มากๆเงินก็จะไปอยู่กับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายแทนนายกุลณีกล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานด้านความร่วมมือเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียนได้มอบหมายให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำโครงการประกวดแอนิเมชั่นของอาเซียนเพื่อกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นของอาเซียนมีความตื่นตัวในการสร้างสรรค์ผลงานสำหรับโครงการนี้จะเป็นการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์การผลิตภาพเคลื่อนไหวจากนักคิดในกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน), สำนักงานลิขสิทธิ์ประเทศญี่ปุ่น, คณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี,สมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งสหรัฐ, สมาพันธ์สมาคมดิจิทัลบันเทิงประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจบันเทิงไทย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งปราบหนังแอนิเมชันก๊อบปี้ในไทย

  • ทีดีอาร์ไอชงตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา

    ทีดีอาร์ไอชงตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา

    นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ เปิดเผยในงานเสวนาสาธารณะเรื่องปฏิรูประบบการคลังด้วยไทยพีบีโอ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ทีดีอาร์ไอได้ร่วมกับหน่วยงานด้านวิชาการศึกษารูปแบบการจัดตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา (พีบีโอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระจากรัฐบาล ช่วยตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน และวิเคราะห์การใช้งบประมาณจากฝ่ายบริหาร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบทางการคลังและผลกระทบทางเศรษฐกิจของนโยบายรัฐบาลที่สำคัญ โดยการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวคาดว่า จะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 6 เดือนนี้ จากนั้นจึงเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณา“ช่วงที่ไทยกำลังพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปประเทศเป็นอย่างมาตอนนี้ จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดที่เตรียมนำเสนอเรื่องของการจัดตั้งสำนักงานดังกล่าวขึ้น โดยจะต้องเสนอให้ผู้ที่รับผิดชอบรับไปพิจารณา หลังจากได้จัดตั้งรัฐบาลหรือมีการประชุมสภาได้แล้ว อาจจำออกเป็นกฎหมายจัดตั้งสำนักงานใหม่ หรือจะใช้รูปแบบอื่นๆก็ได้ตามความเหมาะสม ซึงการจัดตั้งหน่วยงานนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหลายประเทศทั่วโลกที่พัฒนาได้จัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวแล้ว และการบริหารงานก็ด้านการใช้งบประมาณของประเทศก็มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์ ซึ่งเริ่มเปิดประเทศก็มีหน่วยงานในรูปแบบนี้แล้ว แต่ของไทยเองยังไม่มี”สำหรับ การจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าว ที่ผ่านมาธนาคารโลก ได้ให้การสนับสนุนสถาบันพระปกเกล้าให้ศึกษาแนวทางการจัดตั้งพีบีโอในไทย โดยให้วิเคราะห์งบประมาณ และการคลัง จัดทำผังองค์กร แผนงานรับพนักงาน และคู่มือการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งจัดอบรมให้สมาชิกรัฐสภาและผู้ช่วยรับทราบ ขณะที่ทีดีอาร์ไอเองยังให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ ซึ่งเริ่มงานมาแล้วตั้งแต่ปลายปี 55 ที่ผ่านมา โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากสมาชิกรัฐสภาหลายคน ซึ่งล่าสุดประธานรัฐสภา ได้มีคำสั่งจัดตั้ง กลุ่มงานสำนักงบประมาณของรัฐสภา เมื่อเดือนมี.ค.56 ประกอบด้วย 31 อัตราภายใต้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังไม่ได้มีการบรรจุอัตรา เพราะอยู่ระหว่างกำหนดรูปแบบองค์กร และกำหนดภารกิจทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายของหน่วยงานดังกล่าว จะสามารถสร้างความโปร่งใสและรับผิดชอบในการจัดทำงบประมาณ พร้อมทั้งให้บริการสมาชิดรัฐสภา และประชาชนในการวิเคราะห์ผลกระทบทางการคลัง และผลกระทบทางเศรษฐกิจของการใช้เงินของฝ่ายบริหาร พร้อมทั้งยังช่วยสร้างการถกเถียงสาธารณะเรื่องการใช้งบประมาณโดยมีหลักฐานทางวิชาการรองรับ วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ และมีข้อมูลที่เป็นจริงที่สุด ต่างจากข้อมูลปัจจุบันที่บางหน่วยงานมักใช้ตัวเลขที่เอาใจรัฐบาลเป็นหลัก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีดีอาร์ไอชงตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา