ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • สมอ.ตรวจเข้มวัสดุก่อสร้าง – เครื่องใช้ไฟฟ้า

    สมอ.ตรวจเข้มวัสดุก่อสร้าง – เครื่องใช้ไฟฟ้า

    นายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สมอ. กวดขันเข้มข้นตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานบังคับในท้องตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ในภาวะสถานการณ์การเมืองไม่ปกติ โดยล่าสุดในวันที่ 1 3 – 14 มี.ค. เจ้าหน้าที่สมอ. ได้ตรวจจับเหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐานมอก. ได้กว่า 55,800 เส้น ซึ่งได้ดำเนินการยึดอายัดผลิตภัณฑ์ไว้เพื่อตรวจสอบ และดำเนินคดีต่อไป“ล่าสุดเจ้าหน้าที่สมอ. ได้ตรวจโกดังและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กรายใหญ่ เขตบางขุนเทียน พบเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 20-2543 โดยเป็นเหล็กเบาที่มีค่ามวลต่อเมตรไม่เป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนด และแสดงเครื่องหมาย มอก. ชื่อย่อผู้ผลิต ขนาด และชั้นคุณภาพ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก สมอ. จำนวน 48,600 เส้น และเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 57 ได้เข้าตรวจสอบโกดังและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็ก ย่านเทพารักษ์ สมุทรปราการ พบเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. ชื่อย่อผู้ผลิต ขนาด และชั้นคุณภาพตามที่มาตรฐานกำหนด จำนวน 7,200 เส้น”นายวิรัตน์ อาชาอภิสิทธิ์ รองเลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบโรงงาน โกดังและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็ก เป็นการดำเนินการตามแผนงานปกติ ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ได้เพิ่มความเข้มงวดและความถี่ของการตรวจติดตามในช่วงนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ เกรงว่า ผู้ประกอบการบางส่วนอาจฉวยโอกาสกระทำความผิด กองตรวจการมาตรฐาน 1 จึงจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจติดตามโรงงาน หรือผู้นำเข้าที่ได้รับใบอนุญาต และตรวจสอบโกดัง ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานบังคับ เป็นประจำทุกวัน ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เพื่อป้องปรามการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคและคุ้มครองความปลอดภัยสาธารณะ ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งสถานที่ผลิต สถานที่เก็บ และสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2202 3472

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สมอ.ตรวจเข้มวัสดุก่อสร้าง – เครื่องใช้ไฟฟ้า

  • แบงก์ชาติเตือนใช้บิทคอยน์ เสี่ยงโจรกรรม

    แบงก์ชาติเตือนใช้บิทคอยน์ เสี่ยงโจรกรรม

    รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศกรณีที่มีการใช้หน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าและบริการโดยเฉพาะการซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งโอนเงินให้กันได้ ซึ่งเรียกว่า บิทคอยน์ รวมถึงหน่วยข้อมูลที่ใกล้เคียงกัน เช่น ไลท์คอยน์ เพยร์คอยน์ เนมคอยน์ เป็นต้น ธปท.ขอแนะนำให้ประชาชนทั่วไประมัดระวัง ศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการถือครองหรือใช้หน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เนื่องจาก หน่วยข้อมูลดังกล่าวไม่ถือเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย ดังนั้นการชำระค่าสินค้าและบริการอาจถูกปฏิเสธจากร้านค้าได้นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการที่มูลค่าหน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ผันแปรรวดเร็ว เนื่องจากมูลค่าของหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เกิดจากความต้องการแลกเปลี่ยนในกลุ่มของผู้ใช้ด้วยกัน มูลค่าจึงมีความผันผวนสูง และไม่สัมพันธ์กับสภาพเศรษฐกิจจริง ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่มูลค่าหรือราคาจะลดลงได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันยังพบว่ามีความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูล เนื่องจากจะต้องจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เท่านั้น จึงมีวความเสี่ยงที่ผู้ถือครองอาจสูญเสียหน่วยข้อมูลดังกล่าวได้จากการถูกลักลอบโจรกรรมข้อมูลขณะเดียวกันผู้ใช้ไม่ได้รับการคุ้มครองด้วย เนื่องจากไม่ได้ชำระเงินตามกฎหมาย ดังนั้น หากมีการใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงหรือฉ้อโกง หรือกรณีที่เกิดปัญหาในการใช้งาน เช่น การโอนไปยังผู้รับผิดคนหรือผิดจำนวน หรือโอนไปยังร้านค้าแล้วแต่ไม่ได้รับสินค้า การติดตามข้อมูลการโอน เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานอาจทำได้ยากหากต้องฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งต่างจากการโอนเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์หรือผู้ให้บริการรับชำระเงินภายใต้การกำกับดูแลของทางการที่มีระบบติดตามได้อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีข่าวที่แสดงถึงความเสียหายที่เกิดจากการถือครองหรือใช้หน่วยข้อมูลดังกล่าว เช่น การปิดตัวลงของบริษัทที่เป็นตลาดกลางแลเปลี่ยนบิทคอยน์ ขนาดใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อก.พ.ที่ผ่านมา โดยอ้างสาเหตุจากการถูกลักลอบโจรกรรมหน่วยข้อมูล ทำให้บริษัทต้องยื่นล้มละลายในที่สุด และมูลค่าหรือราคาของบิทคอยน์ได้ลดลงอย่างมากในเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนรที่ทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนกับบริษัทดังกล่าวและผู้ถือบิทคอยน์เสียหายเป็นจำนวนมาก และธนาคารกลางในหลายประเทศเริ่มมีการแจ้งเตือนประชาชนที่เกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆเพิ่มมากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์ชาติเตือนใช้บิทคอยน์ เสี่ยงโจรกรรม

  • หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 18 มีนาคม 2557 ปิดบวก 2.16 จุด

    หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 18 มีนาคม 2557 ปิดบวก 2.16 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (17 มี.ค.) ดัชนีแกว่งตัวผันผวนทั้งในแดนบวกและแดนลบ ตามแรงซื้อขายทำกำไร แต่สามารถกลับมายืนในแดนบวกได้ในช่วงท้ายตลาด เป็นผลจากตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปพลิกกลับมาปิดบวกค่อนข้างแรง หลังผลประชามติของไครเมียผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าชาติตะวันตกหลายแห่งจะปฏิเสธการลงประชามติดังกล่าว และเตรียมคว่ำบาตรผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรัสเซียด้วยก็ตามนอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐด้วย จึงช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ยังคงเปิดทำการในด้านบวก ในส่วนของหุ้นไทยแม้ว่านักลงทุนต่างประเทศยังมีแรงขายต่อเนื่อง แต่ ดัชนียังสามารถแกว่งตัวด้านบวกได้อย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับมีข่าวว่ารัฐบาลเตรียมประกาศยกเลิกการใช้ พรก.ฉุกเฉิน และกลับไปใช้ พรบ.มั่นคงแทน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,379.26 เพิ่มขึ้น 2.16 จุด หรือ 0.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 19,776.41 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 18 มีนาคม 2557 ปิดบวก 2.16 จุด