ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 มี.ค. ดัชนีแกว่งตัวผันผวน โดยส่วนใหญ่ยืนอยู่ในแดนลบ ตามกระแสตลาดหุ้นต่างประเทศที่แดงทั้งกระดาน หลังได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในจีนและญี่ปุ่น ที่ออกมาน้อยกว่าที่คาดไว้ ขณะที่การไม่รับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท รวมถึง การปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. นั้นเป็นไปตามคาดการณ์ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนมากนัก ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,356.41จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,364.92 จุด จนมาปิดตลาด 1,356.42 จุด ลดลง 7.86 จุด หรือ 0.58 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 30,287.76 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. เอไอเอส ปิดที่ 210.00 บาท ลดลง 3.00 บาท 2. ทอท. ปิดที่ 193.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 3. ซีพีเอฟ ปิดที่ 29.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 4. ซีพีออลล์ ปิดที่ 41.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 5. พีทีพีจีซี ปิดที่ 72.00 บาท ลดลง 1.50 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทย 12 มีนาคม 2557 ปิดลบ7.86จุด
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ดัชนีหุ้นไทย 12 มีนาคม 2557 ปิดลบ7.86จุด
-

หวั่นลักลอบถังแก๊สเติมปั๊มแก๊ส
นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) เปิดเผยว่า เตรียมหารือร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เพื่อสรุปภาพรวมการปรับขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงจะเสนอให้ธพ.หามาตรการคุมการลักลอบใช้แอลพีจีผิดประเภท เนื่องจากแอลพีจีครัวเรือนที่จะปรับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม (กก.) จนถึง 24.82 บาทต่อกก. ส่งผลให้ส่วนต่างราคาสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับแอลพีจีขนส่งที่ตรึงไว้ระดับ 21.38 บาทต่อกก. เกรงว่า จะทำให้เกิดการนำถังแอลพีจีครัวเรือนไปเติมตามปั๊มแก๊สได้ ซึ่งจะส่งผลอันตรายมาก “ เราพยายามทำหนังสือติดต่อขอหารือกับธพ.อยู่ เพราะเดือนมี.ค.นี้ แอลพีจีครัวเรือนอยู่ที่ 21.63 บาทต่อกก. แอลพีจีขนส่งตรึงไว้ที่ 21.38 บาทต่อกก. แต่จากนี้ไปแอลพีจีครัวเรือนยังคงต้องทยอยขึ้นอีกเดือนละ 50 สตางค์ต่อกก.ก็จะยิ่งทำให้แอลพีจีครัวเรือนสูงกว่าขนส่งมากขึ้นซึ่งเห็นว่าระดับ 1 บาทต่อกก.อาจจะเห็นการลักลอบนำถังครัวเรือนไปเติมที่ปั๊มแก๊สได้เพราะจะเติมเท่าใดก็ได้ไม่ต้องซื้อเต็มถังเหมือนที่ร้าน จึงเห็นว่า แนวทางการปรับราคาให้เท่ากันจะเป็นทางที่ดีสุด” นอกจากนี้จะหารือถึงปัญหาที่ร้านค้าหลายแห่งที่เข้าร่วมโครงการลดผลกระทบต่อผู้ใช้แอลพีจีที่มีรายได้น้อย 7.7 ล้านรายให้ได้ใช้สิทธิ์ซื้อแอลพีจีเดิมร้องเรียนว่าธพ.จัดระเบียบการรับเงินชดเชยไม่ตรงกับความต้องการของร้านค้า กล่าวคือ ร้านค้าที่ซื้อก๊าซจากผู้ค้ามาตรา 7 รายหนึ่ง แต่กลับต้องไปรับเงินชดเชยจากอีกรายหนึ่งดังนั้นจึงจะขอให้ช่วยดูแลปัญหาดังกล่าวด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นลักลอบถังแก๊สเติมปั๊มแก๊ส -

อัด20ล้านงบจัดสงกรานต์13พื้นที่ทั่วไทย
นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงการประเมินภาพรวมของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ว่า จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวสะพัดกว่า 4,300 ล้านบาทมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติประมาณ 1.48 ล้านคน โดยแบ่งเป็นนักท่องเที่ยวไทย 1.3ล้านคนเติบโต 5% และเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 100,000 คน เติบโต 1.2% ทั้งนี้กรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตน้อยนั้นเนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันเท่าใดนัก แต่กลับกันจำนวนนักท่องเที่ยวไทยยังเติบโตได้ดีเพราะปรับสภาพเหตุการณ์ต่างๆได้ และเป็นเทศกาลที่ต้องท่องเที่ยวอยู่แล้ว “ททท.ได้ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาทในการจัดงาน ทั้ง 13 พื้นที่หลักระหว่าง วันที่ 6-20 เม.ย.นี้ ดังนั้นการประเมินในครั้งนี้จึงเป็นเพียงในเบื้องต้นเฉพาะ 13 พื้นที่ก่อน เพราะรายได้หลักๆช่วงสงกรานต์ก็มาจาก กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, สุโขทัย, ชลบุรี, สุพรรณบุรี, อยุธยา, นครพนม, ขอนแก่น, หนองคาย, หาดใหญ่, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต และสมุทรปราการ แต่คาดว่าพื้นที่ๆ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปมากที่สุดในระดับ 200,000 คนขึ้นไป จะมีอยู่ 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ขอนแก่น และชลบุรี” นางวิไลวรรณ ยังกล่าวด้วยว่า ปีนี้ ททท.จะแบ่งเส้นทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ไทยให้มีความชัดเจน ได้แก่ แบบสงกรานต์ในเชิงวัฒนธรรมที่มีอยู่ประมาณ 8 พื้นที่ เพื่อตอบสนองกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนาน อาทิ สงกรานต์มอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีวิธีการละเล่นตามคติความเชื่อแบบดั้งเดิมและหาชมได้ยากในปัจจุบัน และแบบการเล่นน้ำเพื่อความชุ่มฉ่ำ ซึ่งที่ผ่านมาสร้างชื่อเสียงและทำให้ชาวต่างชาติต้องการเดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมากในแต่ละปีนั้น จะเพิ่มการให้ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมในเชิงให้สร้างการรับรู้ให้ทราบถึงวิธีการละเล่นที่ถูกต้องเพื่อให้มีความปลอดภัยกับตัวนักท่องเที่ยวเอง พร้อมกับนำเสนอแง่มุมของกิจกรรมในเชิงประเพณีอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การทำบุญตักบาตร การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และการสรงน้ำพระพุทธรูป เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อัด20ล้านงบจัดสงกรานต์13พื้นที่ทั่วไทย