หลายคนที่หันกลับมาขี่จักรยาน เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว นอกจากเหตุผลเบื่อรถติดในเมืองใหญ่ และปั่นเพื่อออกกำลังกายแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เหมือนได้ย้อนกลับไปวันวานสมัยยังเด็ก เมื่อปั่นกันจนเก่ง มีก๊วนร่วมแก๊ง ก็จะขยับขยายสู่การปั่นเพื่อการท่องเที่ยว เริ่มจากใกล้บ้านก็ขยับขยายไปต่างจังหวัด จากนั้นก็ไปขี่ข้ามประเทศกันเลย กลุ่มระรี อุดรธานี ซึ่งมีสมาชิกนับสิบคน ชักชวนกันไปปั่นจักรยานข้ามประเทศ เริ่มจากลาวตอนใต้ เมื่อปลายปีที่แล้ว จากนั้นก็ตามด้วยลาวทางเหนือ ซึ่งแต่ละทริปของกลุ่มนี้ ล้วนสวยงามและน่าสนใจ กานต์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รับหน้าที่ตัวแทนกลุ่ม บอกเล่าเรื่องราวของการเดินทางปั่นจักรยานไปท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ว่า สมาชิกของกลุ่มที่ร่วมทริปปั่นจักรยานครั้งนี้ ประกอบด้วย ญาดา วชรเนตร วารีพร ลี้ฤทธิกุลชัย สายใจ ศศิพงศ์ปรีชา นคินทร์ ปิยารมย์ ศิวาพร กังวานคุณากร พลภัทร วงศ์มาศา วัชระ ชวนะนันท์ ฤกษ์ เชาวนะกวี ปิยาภรณ์ ตันกิตติวนิตกุล กฤติน กาญจนาภา ประทีป รัตตัญญู ชลบุทธ สุรเชษฐพงษ์ สหรัตน์ เพ็ญกุล พี่เม้งและพี่เจท โดยมีฤกษ์ เชาวนะกวี เป็นทริปมาสเตอร์ (Trip Master) ทำหน้าที่หาเส้นทาง วางแผนการเดินทาง จองที่พัก และ เป็นผู้นำทริป ฯลฯ กานต์ เล่าว่า เป็นครั้งแรกของกลุ่มที่ปั่นในประเทศอาเซียน เริ่มเมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา จุดหมายปลายทางที่ปากเซ จำปาสัก ใช้เวลา 3 คืน 4 วัน โดยบรรทุกจักรยานใส่รถกระบะไปรอที่ช่องเม็ก ส่วนสมาชิกนั่งเครื่องบิน เริ่มออกเดินทางจากช่องเม็ก ขี่ตามเส้นทางไปสู่น้ำตกตาดฟาน แล้วกลับมานอนปากเซ ระยะทาง ประมาณ 100 กิโลเมตร แล้วปั่นกลับเข้าไทยทางเดิม จากนั้นได้นัดแนะกันต่อด้วยการปั่นจักรยานไปเที่ยวลาวตอนเหนือ สมาชิกนั่งเครื่องบินไปลงอุดรธานี เส้นทางปั่นจักรยานเริ่มจากชายแดนไทย มุ่งสู่น้ำงึม น้ำลิก และสุดท้ายคือ วังเวียง เมืองท่องเที่ยวอันสวยงามระหว่างเส้นทางสู่หลวงพระบาง แต่ละจุดจะห่างกันประมาณ 70-80 กิโลเมตร แต่วันแรกปั่นกันไกลถึง 100 กิโลเมตร เส้นทางลาวตอนเหนือ เป็นภูเขาสูง โดยเฉพาะช่วงเข้าสู่วังเวียง จะต้องขึ้นภูเขาถึง 2 ลูก เลยใช้เวลาค่อนข้างนาน “ทั้งสองทริปที่ปั่นจักรยานในลาว ตลอดเส้นทางพบเจอแต่ผู้คนที่เป็นมิตร คนลาวจิตใจดีและมีน้ำใจมาก ถนนของลาวขี่สบาย รถยังไม่มาก ยกเว้นเส้นทางเวียงจันทน์ วังเวียง ซึ่งเป็นทางสู่เมืองหลวงพระบาง รถจะมาก แต่ก็น้อยกว่าบ้านเรา ที่สำคัญรู้สึกปลอดภัย” นอกจากน้ำใจอันงดงามของผู้คนแล้ว ยังได้ลิ้มลองอาหารป่าแปลก ๆ ที่วางจำหน่ายข้างทางอีกด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งสองทริป เฉลี่ยทริปละ 12,000-16,000 บาท ต่อคน เพราะมีค่าเครื่องบิน และค่าที่พักในวังเวียงซึ่งค่อนข้างแพง สำหรับการเตรียมตัวไปปั่นจักรยานทัวริ่งระยะไกลข้ามประเทศกันแบบนี้ กานต์ บอกว่า ก่อนไปได้นัดแนะซ้อมขี่ขึ้นเขาใหญ่ ร่างกายต้องฟิตพอสมควร เพราะไม่ได้ขี่ตัวเปล่า แต่ต้องแบกของติดท้ายรถไปด้วย จากนั้นก็ประมาณการค่าใช้จ่าย โดยจะเก็บเงินบางส่วน ให้ทริปมาสเตอร์ไปจัดการเรื่องจองที่พัก เมื่อถึงวันเดินทาง ก็จะเอาเงินมาไว้เป็นกองกลาง สำหรับค่าอาหาร ตลอดการเดินทาง ทริปต่อไป นักปั่นกลุ่มนี้บอกว่า มีเป้าหมายที่ประเทศเวียดนาม แต่ยังไม่ได้เลือกเมืองที่อยากไป ขอแนะว่า ปั่นให้ครบทุกประเทศในกลุ่มอาเซียน ชวนเจ้าของบ้านมาร่วมปั่นด้วย เพื่อต้อนรับเออีซี ไปด้วย อยากไปด้วย …… ^_^
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สะบายดี…ปั่นจักรยานเที่ยวลาว
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

สะบายดี…ปั่นจักรยานเที่ยวลาว
-

อีเวนต์เมียนมาร์กัมพูชาลาวคึก คิงส์เมนตื่นตัวรับงานแบรนด์เนม
นายประวิชย์ ศรีบัณฑิตมงคล กรรมการบริหาร บจ.คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการออกแบบก่อสร้าง ตกแต่งและจัดกิจกรรมการตลาด (อีเวนต์)เปิดเผยว่าบริษัทฯ มีแผนจะขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศกัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ (ซีแอลเอ็ม)โดยวางกลยุทธ์ให้บริการทั้งผู้แสดงสินค้าจากไทยและลูกค้าในประเทศกลุ่มเหล่านี้ด้วย เพราะเล็งเห็นว่าประเทศในกลุ่ม (ซีแอล เอ็ม) เริ่มมีเศรษฐกิจดีขึ้นเห็นได้จากนิยมใช้สินค้าแบรนด์เนมมากขึ้น นายประวิชย์ กล่าวว่า ประเทศเมียนมาร์เป็นเป้าหมายหลักในขณะนี้ความที่ปัจจุบันยังไม่มีศูนย์ประชุมหรือที่จัดแสดงสินค้ามาตรฐานขนาดใหญ่ (ยังคงเป็นอาคารประชุมแบบทหาร) บริษัทจึงรับงานโดยยังคงใช้สำนักงานที่ประเทศไทยส่งทีมงานเข้าไปทำ และใช้แรงงานท้องถิ่นซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน “คาดว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าเมื่ออาคารประชุมพร้อมก็จะเข้าไปจัดตั้งสำนักงานสาขาทันทีส่วนคู่แข่งผู้บริการจัดงานกิจกรรมแสดงสินค้าจากประเทศอื่นขณะนี้มีเข้าไปเริ่มรับงานแล้วราว10ราย”นายประวิชย์กล่าว บจ.คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ (ประเทศไทย) มีผลงานเด่นในประเทศ ได้แก่ งานมอเตอร์เอ็กซ์โป (งานแสดงรถยนต์)ช่วงปลายปี.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อีเวนต์เมียนมาร์กัมพูชาลาวคึก คิงส์เมนตื่นตัวรับงานแบรนด์เนม -

คมนาคมยันโครงการปัจจุบันเดินหน้าได้
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เป็นห่วงว่าหากยังไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในเร็ว ๆ นี้ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินในงบประมาณปี58 ของกระทรวงคมนาคมแน่นอน โดยเฉพาะงบลงทุนใหม่จะดำเนินการไม่ได้เพราะไม่มี ครม.เข้ามาพิจารณาอนุมัติโครงการดังนั้นการดำเนินการต่าง ๆ ภายใต้ปีงบประมาณ 58 จะดำเนินการได้เฉพาะงบรายจ่ายประจำปีเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินเดือนข้าราชการเท่านั้น ส่วนงบประมาณปี 57 กระทรวงฯ ได้เร่งดำเนินโครงการตามแผนงานที่กำหนด เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมาย “ตอนนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกแห่ง ได้จัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายปี58 เพื่อเสนอให้กระทรวงคมนาคมรวบรวมไว้แล้ว แต่จะยังดำเนินการอะไรไม่ได้เพราะต้องรอให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก่อน แต่งบรายจ่ายประจำปี 58 ใช้ตัวเลขของปี 57 มาพิจารณาเปรียบเทียบเพื่อขอเบิกจ่ายก่อนได้และนำไปใช้คืนเมื่อสามารถใช้งบประมาณปี 58 ได้ เว้นแต่โครงการใหม่ ๆ ที่จะต้องดำเนินการเช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าในเส้นทางต่าง ๆ จะทำไม่ได้จนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่” อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ จนกระทั่งการประกวดราคาโครงการต่าง ๆ แล้วเสร็จเช่น การก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่จะไม่สามารถก่อสร้างได้ ถึงแม้จะประกวดราคาจนได้บริษัทเอกชนที่ชนะแล้วเพราะต้องรอเสนอ ครม.อนุมัติการประกวดราคาก่อนจึงจะลงนามในสัญญาก่อสร้างได้ นายพีระพล ถาวรสุภเจริญรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่าการดำเนินโครงการต่างๆที่ได้ลงนามในสัญญาไปแล้ว เช่นรถไฟฟ้าในเส้นทางต่าง ๆ ที่ก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน จะไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เพราะการเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างจะดำเนินการได้ตามสัญญา โดยที่ภาครัฐทำไว้กับบริษัทเอกชนโดยแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ อยู่แล้วโดยที่จะได้รับผลกระทบจะเป็นโครงการใหม่ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจาก ครม. และยังไม่มีการลงนามในสัญญาให้ดำเนินโครงการการเพราะจะยังไม่สามารถเดินหน้าเพื่อทำการก่อสร้างได้ต้องรอเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาอนุมัติก่อนเท่านั้น ด้านนายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าขณะนี้กระทรวงคมนาคมยังทำงานกันตามปกติ ถึงแม้จะไม่สามารถเข้าไปทำงานที่กระทรวงคมนาคมได้แต่หากต้องการข้อมูลเอกสารอะไรเพิ่มเติมก็จะเข้าไปเอาที่กระทรวงคมนาคมแล้วออกมาทำภายนอกแทนโดยในส่วนของโครงการที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากยังอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการนั้นมีอย่างแน่นอน โดยกระทรวงคมนาคมได้ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รวบรวมทั้งในเรื่องของปัญหาอุปสรรค แผนการดำเนินโครงการ การใช้งบประมาณว่าเป็นอย่างไรเพื่อเตรียมไว้พิจารณาแก้ไขปัญหาต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมยันโครงการปัจจุบันเดินหน้าได้