ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • พาณิชย์มอบนโยบายดันเอเฟตโกอินเตอร์

    พาณิชย์มอบนโยบายดันเอเฟตโกอินเตอร์

    เมื่อวันที่ 6 มี.ค. นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านบริหารในคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ก.ส.ล.) เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายในการพัฒนาและกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) แก่สำนักงาน ก.ส.ล. โดยเน้นนโยบายหลักๆ4ประการได้แก่ การเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศยกระดับการกำกับดูแลให้ได้มาตรฐานสากล สนับสนุนการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลผ่านเอเฟตและเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในภาคเกษตรสำหรับนโยบายการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศนั้นควรกำหนดแผนงานรองรับการดำเนินการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมทั้งการชักชวนต่างชาติในการเข้ามาเป็นผู้ประกอบธุรกิจอีกทั้งยังสร้างพันธมิตรโดยประสานความร่วมมือกับประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย ทั้ง ยางพารา ข้าว และมันสำปะหลังส่วนการยกระดับการกำกับดูแลให้ได้มาตรฐานโลกนั้น สำนักงานฯควรยกระดับการกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าให้เข้าสู่มาตรฐานสากลโดยพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบ และปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลให้เป็นที่ยอมรับและสอดคล้องกับหลักการของสมาคมความร่วมมือด้านหลักทรัพย์และการซื้อขายข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างประเทศนอกจากนี้การสนับสนุนการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลผ่านเอเฟต ซึ่งเป็นวิธีที่โปร่งใสเป็นธรรม ทำให้เกิดราคาข้าวล่วงหน้าของไทยสะท้อนไปทั่วโลกผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งทำงานในเชิงรุกทั้งการประชาสัมพันธ์เชิญชวนเข้าร่วมประมูลรวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการขั้นตอนและประโยชน์ของการประมูลและการซื้อขายล่วงหน้าในเอเฟตให้ผู้ประกอบการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อให้มีผู้เข้าร่วมประมูลแข่งขันกันมากขึ้นอีกทั้งยังเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในภาคเกษตรเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าในการวางแผนการผลิตและการค้าข้าวของตนอีกด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์มอบนโยบายดันเอเฟตโกอินเตอร์

  • ราคาข้าวเปลือกตกฮวบเหลือ8,000 บาทต่อตัน

    ราคาข้าวเปลือกตกฮวบเหลือ8,000 บาทต่อตัน

    รายงานข่าวจากผู้ประกอบการโรงสีข้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้ขาวนาที่ไม่สามารถนำข้าวเข้าโครงการรับจำนำข้าวที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เริ่มนำข้าวเปลือกนาปรังที่ผลผลิตทะยอยออกในช่วงเดือนมี.ค.-ก.ย.นี้มาขายให้กับโรงสีในพื้นที่ โดยรับซื้อข้าวเปลือก ความชื้น 15%อยู่ที่ตันละ 8,000-8,200 บาท ซึ่งกว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่รับซื้อ 15,000บาทต่อตัน และคาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาข้าวเปลือกอาจจะลดต่ำลงมาอีกเหลือตันละ7,000 กว่าบาท ซึ่งต่ำสุดในรอบ 6 ปี หากรัฐบาลมีการระบายสต๊อกข้าวในราคาต่ำออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ ผู้ประกอบการค้าข้าวทุกกลุ่มกำลังจับตามองนโยบายบริหารจัดการสต๊อกข้าวสารรัฐบาลหลังสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวรอบแรกไปแล้วเพราะเป็นที่รู้กันในวงการว่ารัฐบาลระบายข้าวสารในสต๊อกให้กับผู้ส่งออกบางรายต่ำถึงตันละ9,500 บาท และยิ่งเมื่อรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งระบายข้าวเพื่อนำเงินมาจ่ายคืนชาวนา อาจมีความเป็นไปได้ที่จะระบายเร่งระบายในราคาต่ำมากๆ โดยเฉพาะข้าวเก่าซึ่งเป็นข้าวสารที่รัฐบาลเก็บสต๊อกไว้นานถึง 2-3 ปี หากระบายออกมาเหลือตันละ 8,000 กว่าจะยิ่งทำให้ราคารับซื้อข้าวเปลือกตกต่ำลงไปอีก หรือเหลือแค่ตันละ 7,000 บาทเท่านั้นรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าจากการตรวจสอบราคาขายส่งข้าวสารในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลโดยเปรียบเทียบราคาช่วงเดือนมี.ค. 57 กับเดือนมี.ค. 52 หรือในช่วง 5 ปี พบว่าราคาข้าวสารโดยเฉพาะข้าวขาว และข้าวนึ่ง ราคาปัจจุบันลดต่ำลงมาจากปี 52โดยข้าวขาว100%ชั้น 1 ราคาปัจจุบัน 1,475บาท/กระสอบ (100 กก.) ลดจากมี.ค. 52 ที่มีราคา 2,125 บาท/กระสอบ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาข้าวเปลือกตกฮวบเหลือ8,000 บาทต่อตัน

  • ชี้จีทูจีจีน1 ล้านตันทำส่งออกข้าวไทยคึกคัก

    ชี้จีทูจีจีน1 ล้านตันทำส่งออกข้าวไทยคึกคัก

    นายชูเกียรติโอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงกรณีจีนได้ลงนามซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) กับไทย 1 ล้านตัน และส่งมอบให้หมดภายใน 12 เดือนว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการส่งออกข้าวไทยหลังจากที่ไม่ได้มีการซื้อขายข้าวกับไทยมานานกว่า 2 ปีเพราะราคาข้าวไทยสูงกว่าประเทศอื่นมาก ประกอบกับขาดความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพข้าวดังนั้นการกลับมาซื้อข้าวไทยของจีน จะสร้างความเชื่อมั่นและช่วยให้ประเทศอื่นทยอยมาซื้อข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นคาดว่าในปีนี้ไทยน่าจะส่งออกข้าวได้รวม 7.5-8 ล้านตันนอกจากนี้ การที่รัฐขายข้าวให้กับจีนถือว่าไม่ได้แย่งตลาดกับเอกชน เพราะรัฐขายข้าวขาว ส่วนเอกชนขายข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวส่วนเรื่องราคาขายคาดว่ารัฐอาจขายราคาถูกกว่าประมาณ 400เหรียญสหรัฐ/ตัน ให้จีนเพราะในช่วงนี้หลายๆประเทศยังชะลอการตัดสินใจซื้อข้าวจากไทยเนื่องจากรู้ว่ารัฐบาลมีแรงกดดันเรื่องการระบายข้าว ที่ต้องระบายให้ได้เดือนละ 1ล้านตัน เพื่อนำเงินมาใช้คืนงบกลาง 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 31 พ.ค.นี้จึงทำให้เป็นแรงกดดันราคาข้าวไทยปรับขึ้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กรมการค้าต่างประเทศได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) กับ คอฟโก้คอปอเรชั่นซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่นำเข้าสินค้าเกษตรของประเทศจีนในปริมาณ1ล้านตันโดยจะมีกำหนดส่งมอบเป็นรายงวดให้เสร็จภายในระยะเวลา 12 เดือนซึ่งล็อตแรกจะเริ่มส่งมอบข้าว400,000ตัน ระหว่างเดือน มี.ค.–ก.ค.57โดยภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้จะส่งมอบได้ก่อน100,000ตันสำหรับการลงนามในสัญญาซื้อขายข้าวในครั้งนี้นับเป็นสัญญาณเชิงบวกที่หน่วยงานของรัฐบาลจีนได้แสดงความสนใจที่จะเพิ่มปริมาณการซื้อขายข้าวจากรัฐบาลไทยต่อไปในอนาคตโดยจะมีส่วนในการช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและขยายตลาดข้าวไทยในตลาดโลกอีกด้วยและจากนี้กรมการค้าต่างประเทศจะเร่งดำเนินการออกประกาศเชิญชวนเพื่อให้ผู้ประกอบการเสนอราคาปรับปรุงคุณภาพข้าวสารเพื่อส่งมอบข้าวสารให้แก่คอฟโก้โดยเร็วเพื่อให้การส่งมอบข้าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชี้จีทูจีจีน1 ล้านตันทำส่งออกข้าวไทยคึกคัก