เร่งชดเชยเงินหนุนถ่ายสดบอลโลกผ่านฟรีทีวีให้อาร์เอส หลังถูกทวงถาม โยนเข้าบอร์ดกสทช. เคาะราคาที่เหมาะสมอีกรอบ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้ากรณีการจ่ายเงินชดเชยใช้ค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ ให้กับ บริษัท อาร์เอส สำหรับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวีครบ 64 นัดนั้น ขณะนี้ กสทช. ได้ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาเยียวยาค่าชดเชยกลับไปทบทวนอีกครั้ง หลังสรุปราคาที่ 220 ล้านบาท ซึ่งน้อยเกินไป เนื่องจาก กสทช. ได้กำหนดวงเงินเยียวยาไว้ที่ 427 ล้านบาท โดยบอร์ด กสทช. จะประชุมเพื่อสรุปราคาอีกครั้ง ทั้งนี้การพิจารณากำหนดราคาค่าชดเชยที่เหมาะสม จะเสร็จทันเข้าพิจารณาของที่ประชุม กสทช. เนื่องจากได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งอาร์เอสมาชี้แจงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากที่ประชุม กสทช. อนุมัติวงเงินตามที่ได้จากการเสนอของคณะอนุกรรมการฯ จะสามารถจ่ายเงินให้แก่อาร์เอส ทั้งนี้หากล่าช้ากว่านี้ บริษัทอาร์เอส จะดำเนินการฟ้องร้องได้ เนื่องจากอาร์เอสได้ทำหนังสือทวงค่าชดเชยดังกล่าวในส่วนที่ 2 หลังได้รับไปแล้ว 120 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว เป็นการนำเงินจากทางคณะกรรมการวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) ซึ่งเป็นเงินรายได้ที่มาจากเงินค่าปรับ 100 ล้านบาท และเงินที่ได้รับโอนจาก กทช. 3,000 ล้านบาท เท่านั้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เร่งเคาะเงินชดเชยบอลโลกให้อาร์เอส
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

กสทช.เร่งเคาะเงินชดเชยบอลโลกให้อาร์เอส
-

“นที”เผยความเห็นส่วนตัวมติช่อง 3 หวั่นกระทบคนดู
วันนี้(8ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า มติ กสท.ที่ให้ผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีนำเอาช่อง 3 ออก นั้นต้องปฎิบัติหลังจากได้รับหนังสือคำสั่งคาดจะส่งหนังสือภายในเวลา 7วัน และยืนยันว่า ช่อง 3 จะต้องปฎิบัติตามกฎ ระเบียบข้อบังคับกฎหมายที่กำหนด แต่การออกคำสั่งทางปกครองในกรณีนี้ความเห็นส่วนตัวมองว่ายังมีประเด็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นข้อยุติและยังมีการโต้แย้งในชั้นศาลปกครอง และไม่มีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนตัดสินคดีความแต่การแก้ไขปัญหาของ กสท. ควรหาแนวทางอื่นที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นที่เกิดประโยชน์และควรดำเนินการให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบวงกว้างด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. กล่าวว่า กรณีที่ช่อง 3 ยื่นฟ้อง นั้น จะดำเนินการปรึกษาทีมกฎหมายขอดูเจตนารมณ์ของการยื่นฟ้องครั้งนี้ซึ่งอาจจะพิจารณาฟ้องกลับข้อหาขัดขว้างการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เนื่องจากมีการยื่นฟ้องก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ช่อง 3 หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถมายื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ที่สำนักงานกสทช.ก่อนวันที่17 ก.ย. 57 ที่จะมีการประชุมบอร์ดกสทช. อย่าเพิ่งไปฟ้องศาล ในขณะเดียวกันได้หารือกับอธิบดีกรมการปกครองแล้วพบว่า รายละเอียดบนคูปองเงินสดส่วนลดมูลค่า 690 บาทนั้น ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองให้ใช้ชื่อเจ้าบ้านและบัตรประชาชน 13 หลัก เนื่องจากละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลจึงเปลี่ยนเป็นบ้านเลขที่ และเลขประจำบ้าน 11 หลัก แทน โดยจะแจกให้กับ 14.1 ล้านครัวเรือนก่อน โดยจะเร่งดำเนินการแจกให้รวดเร็วขึ้นประมาณต้นเดือนต.ค. 57 จากแผนเดิมวันที่15 ต.ค. 57ส่วนกรณี มีบ้าน ไม่มีเจ้าบ้านไม่มีผู้อยู่อาศัยจำนวน 7.3 ล้านครัวเรือน และมีบ้าน ไม่มีเจ้าบ้าน แต่มีผู้อยู่อาศัยจำนวน 2.4 ล้านครัวเรือนจะพิจารณา ต่อไป.นอกจากนี้ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่าไม่สามารถจัดพิมพ์คูปองได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น ทางกสทช. ได้เรียก 2บริษัทคือ จันทวานิช และ ทีเคเอส เข้ามาเสนอราคาเพื่อจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษโดยจันทวานิชได้เสนอราคา ที่ใบละ1.95 บาท จากราคาที่กสทช. กำหนดไว้ไม่เกิน 2.80บาทต่อใบแต่หากทั้ง 2 รายเสนอใกล้เคียงกัน กสทช. จะให้พิมพ์ทั้งคู่เพื่อให้คูปองได้แจกจ่ายตามเวลาที่กำหนด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “นที”เผยความเห็นส่วนตัวมติช่อง 3 หวั่นกระทบคนดู -

ใช้เทคโนโลยี สำรวจพื้นที่ปลูกยา
วันนี้ (8 ก.ย.) ที่ห้องประชุมกองทิพย์ โรงงานยาสูบ เขตคลองเตย น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ กรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการยาสูบ ร่วมกับ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า(GISTDA) ได้ร่วมกันเป็นประธาน เปิดตัวเครื่องบิน UAV เครื่องบินสำรวจพื้นที่ปลูกใบยาสูบ โดยที่ผ่านมาโรงงานยาสูบประสบปัญหาเรื่องข้อมูลพื้นที่เพราะปลูกยาสูบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาการแจ้งพื้นที่ปลูกซ้ำซ้อนกัน ทำให้การประเมินผลผลิตใบยาในแต่ละปีคลาดเคลื่อน
โรงงานยาสูบมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีดาวเทียมและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการสำรวจ (เครื่อง UAV) หรือตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และแก้ปัญหาเพาะปลูกยาสูบของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เครื่อง UAV เป็นเครื่องบินบังคับขนาดเล็ก ใช้พลังงานไฟฟ้า บินได้นาน 2 ชั่วโมง และไปได้ไกลกว่า 50 กิโลเมตร มีระบบเครื่องช่วยบินอัตโนมัติ(Autopilot) และระบบนำภาพถ่ายกลับด้วยตัวเอง (Return to home) รวมถึงสามารถกำหนดเส้นทางในการบินได้ ทั้งหมดควบคุมโดยแผงควบคุมจิสด้า(GISTDA)เริ่มโครงการศึกษาและสำรวจพื้นที่เพาะปลูกยาสูบด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ โดยเป็นต้นแบบตามวัตถุประสงค์ของการพัฒนาระบบสำรวจ ด้วยวิธีนำข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม เป็นเครื่องมือในการติดตาม สำรวจ และตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูก ให้เกิดการเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว โดยได้เลือกพื้นที่ตัวอย่าง 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานยาสูบเชียงใหม่ สำนักงานยาสูบสุโขทัย และสำนักงานยาสูบเพรชบูรณ์ ซึ่งคาดหวังว่าผลลัพธ์ของโครงการจะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ใช้เทคโนโลยี สำรวจพื้นที่ปลูกยา