ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • เตือนนักท่องเที่ยวหน้าฝนเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย

    เตือนนักท่องเที่ยวหน้าฝนเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย

    น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และรักษาการที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ขณะนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่เสียงภัยพิบัติธรรมชาติเป็นอย่างมาก โดยได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่ ทหาร และผู้เกี่ยวข้องให้ติดตามข้อมูลของศูนย์เตือนภัยฯ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกิดดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหนหลากในช่วงหน้าฝนนี้ โดยเฉพาะการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปขุดลอกคูคลองเพื่อเพิ่มทางเดินของน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวในภาคเหนือเมื่อวันที่ 5 พ.ค.57 ที่ผ่านมา บางอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย ที่ติดแม่น้ำฝาง เนื่องจากหน้าดินมีการขยับตัว ผิวดินเปลี่ยนไปทำให้พื้นดินมีการไหลตัว เกิดการทรุดของพื้นดินได้ง่ายซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่ายอย่างไรก็ตาม ปีนี้ฝนมาช้ากว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เป็นประโยชน์ในบางพื้นที่ โดยปริมาณน้ำฝนมาเติมใน บึง หนอง คู คลองที่ปริมาณน้ำน้อยได้มีความชุ่มฉ่ำ เกษตรกรมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร บางพื้นที่ที่อยู่ท้ายเขื่อนยังมีน้ำน้อยอยู่ จึงอยากเตือนให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ใช้น้ำอย่างประหยัด ในขณะที่พื้นที่ที่มีน้ำเยอะ อยู่ใกล้แม่น้ำโขง แม่น้ำฝาง จะได้รับผลกระทบคือ เกิดน้ำล้น น้ำป่าไหลหลาก เป็นต้นน.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น้ำเข้าสู่ระบบนิเวศมากขึ้น แต่ยังมีพื้นที่บริเวณที่ราบเชิงเขาให้ระวังน้ำไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ส่วนภาคใต้ฝั่งอันดามัน จะได้รับผลกระทบตลอดชายฝั่ง ในจ.กระบี่ พังงา ระนอง ที่มีฝนตกหนัก ให้ระวังน้ำทะเลหนุนสูงเวลากลางวันและกลางคืน แต่ขณะนี้สภาพอากาศทั่วไปถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่จะเกิดฝนตกหนักอีกครั้งในวันที่ 17 ก.ค.57 นี้"ช่วงหน้าฝนนี้ ประชาชนในแต่ละพื้นที่มักจะทราบกันดีว่าพื้นที่ไหนเสี่ยงภัย แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเส้นทาง หากฝนตกหนักควรจอดรถในที่ปลอดภัย และรับฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องในแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวด้วย" น.อ.สมศักดิ์ กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนนักท่องเที่ยวหน้าฝนเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย

  • เรดดี้ฯ เชื่อโดเมนใหม่ดันค้าขายออนไลน์พุ่ง – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ

    เรดดี้ฯ เชื่อโดเมนใหม่ดันค้าขายออนไลน์พุ่ง – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ

    จากการเติบโตของการใช้งานสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการเติบโตตามไปด้วยอย่างเห็นได้ชัด นายทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด ผู้ให้บริการตลาดออนไลน์ เล่าว่า จากการเติบโตของธุรกิจออนไลน์เพิ่มขึ้น แต่การเข้าจดโดเมนเพื่อสร้างเว็บไซต์ขายของผ่าน .com มีข้อจำกัด อาทิ ชื่อที่ต้องการไม่ว่าง ชื่อเว็บไซต์ยาว จดจำยาก และการเกิดการเก็งกำไรของชื่อ .com ทำให้ต้นทุนธุรกิจสูง ดังนั้น บริษัทจึงได้เปิดบริการจดทะเบียนโดเมนเนมระดับบนสุดชุดใหม่ที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกดอท (.) อะไรก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น .company หรือ .fashion ที่ขณะนี้มีบริการแล้วกว่า 100 ชื่อ โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเดือนละ 50 ชื่อ ทั้งนี้ โดเมนใหม่นี้ มีข้อดีคือ ได้ชื่อที่ตรงกับธุรกิจ มีการสร้างแบรนด์ทำให้ผู้บริโภคจดจำง่าย เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การเติบโตของแวดวงการค้าขายออนไลน์ ธุรกิจท้องถิ่นจะมีโอกาสแจ้งเกิด สำหรับชื่อที่ได้รับความสนใจสูงสุดในไทย จะเป็นชื่อที่ใช้สำหรับธุรกิจ การถ่ายภาพ โดยชื่อที่เป็นที่นิยม5อันดับแรกจะเป็น .company, .app, .hotel, .fashion และ .clothing เป็นต้น ส่วนสถิติล่าสุดสำหรับการจดทะเบียนโดเมนของประเทศไทย .com และอื่นๆ ที่ไม่รวม .th จะมีประมาณ 1.7 แสนชื่อ ในขณะที่ .th อยู่ที่ 63,334 ชื่อ ทั้งนี้ แนวโน้มการเติบโตของ .com มีการชะลอตัว โดยมีการเติบโตเพียง 5-7% “หลังจากที่ ICANN องค์กรที่ดูแลโดเมน ได้เปิดตัวโดเมนใหม่นี้ พบว่าทั่วโลกมีการจดโดเมนใหม่แล้ว 1.4 ล้านชื่อ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ส่วนในไทยมี 2,169 ชื่อ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าสิ้นปีจะมียอดจดเกิน 1 หมื่นชื่อ” นายทรงยศ กล่าว อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าโดเมนใหม่จะมีการจดเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีผู้ดำเนินธุรกิจกว่า 3 พันราย แต่พบว่าบริษัทฯ ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองมีเพียง 10% ดังนั้น อีก 90% ถือว่ายังเป็นตลาดที่เปิดกว้างอยู่ ซึ่งการมีชื่อใหม่ๆ เข้ามาจะทำให้ตลาดมีสีสันมากขึ้นไปอีก สำหรับ ค่าจดทะเบียนโดเมนชุดใหม่จะอยู่ที่ 450-1,100 บาท ซึ่งหากเป็น .com จะอยู่ที่ 400 บาท โดยมองว่าภายใน 3 ปี จากนี้จะมีการจดทะเบียนโดเมนรูปแบบใหม่กว่า 10-20% จากการจดทะเบียนโดเมนทั้งหมด ส่วน แนวทางการทำตลาดเกี่ยวกับโดเมนใหม่ต่อจากนี้คือ การออกโปรโมชั่นบันเดิลไปกับบริการอื่นๆ ในเครือ โดยผลตอบรับระยะแรกต้องใช้เวลาเรียนรู้ แต่คาดว่าใช้เวลาประมาณครึ่งปีถึงจะมีการรับรู้แพร่หลาย ขณะที่ ความนิยมในการนำเฟซบุ๊กมาใช้กับอีคอมเมิร์ซนั้น มองว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบ เนื่องจากเฟซบุ๊กเหมาะกับการใช้งานแค่เริ่มต้น หากต้องการทำอย่างจริงจังสุดท้ายต้องมีเว็บไซต์ หรืออย่างน้อย 2-3 ช่องทางเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง สำหรับภาพรวมทั้งปี บริษัทได้โฟกัส 4 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ บริการเว็บไซต์, โฆษณาออนไลน์, เทรนนิ่ง และบริหารการตลาดออนไลน์ โดยแบ่งสัดส่วนรายได้เป็น 40% 40% 5% และ 15% ตามลำดับ โดยปีนี้ตั้งเป้าผลประกอบการโต 50% ไม่ต่างกับปีที่ผ่านมา เรดดี้แพลนเน็ตตั้งเป้าหมายการเป็นผู้นำการตลาดออนไลน์และเน้นการบริการให้ลูกค้าเพิ่มยอดขายได้จริง โดยปัจจุบันลูกค้าอยู่ที่ 14,000 เว็บไซต์ เมื่อตลาดเปิดกว้าง สื่อออนไลน์ถือเป็นสื่อที่มีต้นทุนต่ำและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดที่สุด แต่สิ่งสำคัญที่จะให้เข้าถึงคือ ชื่อที่สามารถสร้างแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์จดจำง่าย. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เรดดี้ฯ เชื่อโดเมนใหม่ดันค้าขายออนไลน์พุ่ง – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ

  • กสท พัฒนาระบบไอทีให้รัฐสภา

    กสท พัฒนาระบบไอทีให้รัฐสภา

    กสท จับมือสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพัฒนาระบบไอทีรองรับการขยายงานรัฐสภาเข้าสู่ความเป็นอัจฉริยะหรือ Smart Parliament นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่ายให้กับสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัยและเป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ให้มีความรู้ความสามารถมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขยายงานรัฐสภาสู่การเป็นการเป็นอัจฉริยะหรือ Smart Parliament ในอนาคต ทั้งนี้ กสท จะเชื่อมโยงเครือข่ายการสื่อสารของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจากส่วนกลางครอบคลุมไปยังทุกจังหวัดที่จะมีการจัดตั้งสำนักงานรัฐสภาจังหวัด เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารรวดเร็ว ทั้งยังติดตั้งบริการวงจรสื่อสารความเร็วสูง พร้อมพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบเครือข่าย และการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานออนไลน์ในรัฐสภาผ่านสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่าย จัดเก็บล็อคไฟล์( Log File )พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้ความชํานาญด้านเทคโนโลยีไอทีและระบบเครือข่ายให้กับบุคลากรของสํานักงานฯ อย่างต่อเนื่อง “กสท มีความมั่นใจว่าการพัฒนาระบบไอทีของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาระบบการบริหารจัดการของสำนักงานฯ ให้สามารถสนองตอบภารกิจของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาได้รวดเร็วและเกิดประสิทธิผลสูงสุด” นายวิโรจน์ กล่าว        

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท พัฒนาระบบไอทีให้รัฐสภา