ตลาดรวมมือถือครึ่งปีหลังฟื้นตัว ทุ่ม 150 ล้านจัดอีเวนต์ขายมือถือ พร้อมลงทุนอีก 400 ล้านขยายสาขาเพิ่ม คาดช่วยดันยอดขายรวมได้ 11,500 ล้านบาท นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือของไทยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่า จะปรับตัวดีขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากสถานการณ์ด้านการเมืองสงบลง ผู้ผลิตนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดจำนวนมาก รวมถึงมีการเปิดให้บริการ 3 จี และ 4 จี เป็นตัวกระตุ้น ทำให้สิ้นปีตลาดรวมโทรศัพท์มือถือในไทยจะมีจำนวน 18-19 ล้านเครื่อง ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 20 ล้านเครื่อง แต่มองในด้านมูลค่าจะมีจำนวนเติบโตขึ้น เนื่องจากยอดขายสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้น จากความนิยมของผู้ใช้งาน “คิดว่าตลาดถึงจุดต่ำสุดไปแล้ว คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว เชื่อว่าครึ่งปีหลังตลาดโทรศัพท์มือถือจะกลับมาฟื้นตัวอย่างแน่นอน หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างซบเซา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง ซึ่งเจมาร์ทก็ต้องปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้ลดเหลือ 15% จากเมื่อต้นปีคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 35% โดยคาดว่าในปีนี้จะมีรายได้จำนวน 11,500 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีรายได้รวม 10,000 ล้านบาท” นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า เจมาร์ท เตรียมจะลงทุนอีก 400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและขยายสาขาจาก 260 สาขา เป็น 280 สาขา โดยเน้นตามหัวเมืองใหญ่ นอกจากนี้ยังเตรียมงบประมาณการตลาดไว้ 150 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการจัดงานเจมาร์ท โมบาย โชว์ 2014 อีก 5 ครั้ง ในศูนย์การค้าต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ล่าสุด คือ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 3-9 ก.ค. 57 โดยมีบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ อาทิ ซัมซุง ออปโป้ รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ อาทิ ดีแทค ทรูมูฟ เอช และเอไอเอส เข้าร่วมงาน คาดว่าจะมียอดขายในงานไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ขณะที่การเข้าไปลงทุนธุรกิจในประเทศเมียนมาร์ก็มีอัตราการเติบโตมากถึง 130% เนื่องจากเป็นตลาดเกิดใหม่คนใช้มือถือเพิ่มมากขึ้นโดยคาดว่าภายใน 5 ปี จะถึงจุดคุ้มทุนได้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดมือถือเริ่มฟื้นเจมาร์ทลงทุนเพิ่ม
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

ตลาดมือถือเริ่มฟื้นเจมาร์ทลงทุนเพิ่ม
-

‘เอไอเอส’ มั่นใจลูกค้า 3จีสิ้นปี33ล้านราย
บอร์ด “เอไอเอส” เล็งทบทวนเป้ารายได้หลังเศรษฐกิจชะลอตัวผลพวงจากการเมืองกระทบในครึ่งปีแรก หวังสิ้นปีลูกค้า 3จี อยู่ที่ 33 ล้านราย จากยอดไตรมาสแรกที่ 26 ล้านราย นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า หลังปิดงบไตรมาส 2/2557 คณะกรรมการบริษัทฯ จะมีการพิจารณาทบทวนปรับเป้ารายได้ปีนี้ จากเดิมที่คาดว่ารายได้จากการให้บริการทั้งปีจะเติบโต 6-8% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจมีการชะลอตัวจากปัญหาการเมือง อย่างไรก็ตาม แต่ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ธุรกิจโทรคมนาคมจะเติบโตดีขึ้นหลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลง สำหรับงบลงทุนที่ตั้งไว้ 40,000 ล้านบาท ปัจจุบันได้ใช้ไปแล้วกว่า 29,000 ล้านบาท สำหรับเพิ่มสถานีและขยายฐานย่อยเพื่อครอบคลุม 95% ของประชากร ส่วนกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ กสทช.ชะลอการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ออกไปเพื่อรอตรวจสอบความโปร่งใสนั้น ทางบริษัทฯ มั่นใจว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้และมั่นใจว่าจะดูแลลูกค้าได้ ซึ่งหาก คสช.มีประกาศกฎกติกาอะไรออกมาใหม่ ทางบริษัทฯ ก็พร้อมที่ทำตามกฎและกติกาที่ได้กำหนดไว้ แต่สิ่งที่เอไอเอสทำได้คือทำสิ่งที่มีในมือ ด้วยการพัฒนาการให้บริการแก่ลูกค้าไปก่อน แต่ยังเชื่อว่าจะเกิดการประมูล 4จี ขึ้นในประเทศไทยแน่นอน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เอไอเอสเสียเปรียบคู่แข่งในจำนวนคลื่นที่น้อยบวกกับฐานลูกค้าที่มีจำนวนมากกว่าคู่แข่งหลายล้านราย แต่เอไอเอสก็พยายามนำเอาเทคโนโลยีและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาพัฒนาควบคู่กันไปเพื่อสามารถให้บริการลูกค้าต่อไปได้ แต่ยืนยันว่าจำนวนคลื่นความถี่ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับจัดสรรมาจาก กสทช.ยังคงมีคาปาซิตี้เพียงพอให้บริการลูกค้า 3จี ปัจจุบัน สิ้นไตรมาส 1/2557 มีจำนวน 26 ล้านราย และลูกค้า 2จี จำนวน 16 ล้านราย โดยในสิ้นปีนี้ตั้งเป้าหมายมีลูกค้า 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ อยู่ที่ 33 ล้านราย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘เอไอเอส’ มั่นใจลูกค้า 3จีสิ้นปี33ล้านราย -

ไมโครซอฟท์ขอแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน10%
เปิดตัว “โนเกีย ลูเมีย 930” วินโดวส์ โฟน 8.1 เด่นที่การบันทึกภาพและเสียง ลงสู้ตลาดประเทศไทย วางขาย 9 ก.ค.นี้ นายญาณธน สิมะวานิชกุล กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน โนเกีย ลูเมีย 930 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ในไทย และถือเป็นรุ่นเรือธงที่จะใช้ทำตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยเป็นวินโดวส์ โฟน ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน 8.1 มีจุดเด่นที่กล้องหลังความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมระบบลดการสั่นไหวของภาพ OIS และเลนส์ ZEISS บันทึกภาพวิดีโอได้คมชัดระดับเอชดี พร้อมไมโครโฟนคุณภาพสูง 4 ตัว ช่วยในการบันทึกเสียง หน้าจอ ฟูลเอชดี 5 นิ้ว มีสีขาว ดำ เขียวสดและสีส้มสด ให้เลือก ราคา 19,890 บาท จะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 9 ก.ค.นี้ “ในช่วงครึ่งปีหลังจะมีโทรศัพท์มือถือโนเกียวางจำหน่าย ต่อเนื่อง ทั้งวินโดวส์ โฟน และแพลตฟอร์มเอ็กซ์ โดยเน้นนวัตกรรมใหม่ ๆ และในอนาคตจะนำแพลตฟอร์ม เอ็กซ์ เข้าไปแทนที่ตระกูลอาช่าที่จะค่อย ๆ ทยอยออกจากตลาดไป” นายญาณธน กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดโทรศัพท์มือถือในครึ่งปีหลังคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบ ปัจจุบันโนเกียลูเมีย มีส่วนแบ่งทางการตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 10% โดยสัดส่วนของตลาดโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันแบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 60% และฟีเจอร์โฟน 40% โดยสมาร์ทโฟนแบ่งเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 65% ไอโอเอส 25% และวินโดวส์ โฟน 10% สำหรับวินโดวส์สโตร์ ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นสำหรับวินโดวส์ โฟน และวินโดวส์ 8 ให้ดาวน์โหลดมากกว่า 4 แสนแอพ ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตเร็วที่สุด.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไมโครซอฟท์ขอแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน10%