ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • กสทช.ชี้แจงเอกสารแจกคูปองดิจิตอลต่อ คตร.แล้ว

    กสทช.ชี้แจงเอกสารแจกคูปองดิจิตอลต่อ คตร.แล้ว

    วันนี้ (18 มิ.ย.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ส่งเอกสารชี้แจงรายละเอียดโครงการแจกคูปองเงินสดส่วนลดสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิตอล ตั้งแต่หลักการแจกคูปอง ราคามูลค่าคูปอง มติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) มติคณะกรรมการกองทุนวิจยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธาณะ(กทปส.) รวมถึงการร้องเรียนจากองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองภาคประชาชนเรื่องมูลค่าคูปองสูงเกินไปหรือแม้กระทั่งการคัดค้านการแจกคูปองให้แก่ทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ต่างๆ ให้กับคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ(คตร.)ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา ตรวจสอบ โดยขอยืนยันว่าทาง คสช.ไม่ได้สั่งระงับแต่เป็นการให้ชะลอไว้ชั่วคราว เพื่อความโปร่งใสและเป็นประโยชน์มากที่สุดส่วนโครงการที่เหลือที่ขอให้ชะลอได้แก่ การประมูล 4 จี คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซ ซึ่งกำหนดจัดการประมูลในเดือน ส.ค.นี้และคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิร์ตซ กำหนดจัดการประมูลเดือน พ.ย. นี้ และโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (ยูโซ่) อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โทรศัพท์พื้นฐาน กสทช.กำลังอยู่ระหว่างการนัดเพื่อเข้าชี้แจงรายละเอียดอีกครั้งนายฐากร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้เข้าชี้แจงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ที่เสนอให้สำนักงาน กสทช. นำเงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล จำนวน50,862ล้านบาท นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินนั้น ยืนยันว่าไม่ขัดข้องใดๆ แต่ขอให้ดำเนินการเงื่อนไขผูกพันธ์ที่ต้องนำเงินที่มาจากรายได้การประมูลทีวีดิจิตอลนำไปสนับสนุนการแจกคูปองส่วนลดเงินสดเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลตามที่ กสทช.ได้เคยประกาศไปสู่สาธารณชน.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ชี้แจงเอกสารแจกคูปองดิจิตอลต่อ คตร.แล้ว

  • ผู้ประกอบการยื่นหนุนคูปองกสทช.รอบ2 วอนคสช.คืนความสุขปชช.

    ผู้ประกอบการยื่นหนุนคูปองกสทช.รอบ2 วอนคสช.คืนความสุขปชช.

    วันนี้ (18 มิ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ร่วมกับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ได้เข้ายื่นหนังสือเป็นครั้งที่ 2 ต่อ พันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ งามสง่า กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ด้านกฎหมาย เพื่อยืนยันเจตนารมณ์สนับสนุนการแจกคูปองส่วนลดมูลค่า1,000 บาท เพื่อใช้สำหรับแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล 4 แนวทาง คือ ทีวีแบบที่มีจูนเนอร์ในตัวสามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ทันที ,อุปกรณ์รับสัญญาณ อาทิ เสาอากาศ หนวดกุ้ง ก้างปลา , กล่องเซตทอป บ็อก ดิจิตอล และกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ระบบดาวเทียม และเคเบิล ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้รับชมได้ตามคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธาณะ(กทปส.) ได้เห็นชอบ โดยมีนายภาณุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด รองผู้อำนวยการฝ่ายผลิต นสพ.เดลินิวส์ และกรรมการ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด ในนาม นิวทีวี ช่อง 18 ร่วมเข้ายื่นหนังสือด้วยนางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เปิดเผยว่า การเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้เพื่อยืนยันสนับสนุน กสทช.แจกคูปอง และอยากให้ กสทช.เข้าใจว่าไม่ได้คัดค้านการแจกคูปองแต่กรณีที่มีผู้ประกอบการบ้างรายไม่เห็นด้วยกับการแจกคูปองเพื่อแลกซื้อกล่องดาวเทียมนั้นขอให้พิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ยอมรับว่าการแจกคูปองล่าช้าทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือนร้อนเนื่องจากลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยในขณะนี้มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งหากใน เดือน ส.ค.นี้ไม่สามารถแจกจ่ายคูปองได้ จะส่งผลให้เกิดควมมเสียหายเพิ่มอีก 30 % รวมถึงในแง่ของผู้รับชมที่รอคอยคูปองส่วนลดในขณะที่บางคนก็รอคูปองไม่ไหวแต่ต้องการรับชมทีวีดิจิตอล เป็นต้นส่วนกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งชะลอโครงการแจกคูปองให้แก่ประชาชนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลนั้น มองว่าทาง คสช. คงต้องการตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ คงไม่ถึงต้องระงับ และคาดว่า คสช.น่าจะพิจารณาคูปองดิจิตอลได้รวดเร็วและไม่ล่าช้า ทั้งนี้หากจำเป็นที่ต้องยื่นหนังสือต่อ คสช.ก็ยินดี พร้อมที่จะชี้แจงรายละเอียดผลกระทบ ความเสียที่เกิดขึ้น โดยขอให้ คสช.คืนความสุขให้ประชาชนที่รอคอยทีวีดิจิตอลเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ประกอบการยื่นหนุนคูปองกสทช.รอบ2 วอนคสช.คืนความสุขปชช.

  • การจัดการขยะบนเกาะยาวน้อย

    การจัดการขยะบนเกาะยาวน้อย

    ปัญหาเรื่องขยะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองใหญ่ แต่ยังได้ขยายไปสู่ชุมชนท้องถิ่นที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่กำลังเป็นที่นิยม อย่างเช่นที่ “เกาะยาวน้อย”  จังหวัดพังงา เกาะเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 46.5 ตารางกิโลเมตร ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของทะเลอันดามัน ซึ่งวันนี้ต้องรองรับนักท่องเที่ยวมาเยือนราว 1 หมื่นคนต่อปี สร้างขยะมูลฝอย 3-5 ตันต่อวัน และเพิ่มมากขึ้นตามฤดูกาลท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยาวน้อย (อบต.เกาะยาวน้อย) ให้ความสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ แต่ยังขาดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ถึงแม้จะมีเตาเผาขยะอยู่แล้วก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะจัดการขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดเนื่องจากขยะชุมชนมีความชื้นสูง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยคลินิกเทคโนโลยี จึงร่วมมือกับ อบต.เกาะยาวน้อย จัดทำโครงการบริหารจัดการขยะชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวขึ้น โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการออกแบบเชิงกลและชีวภาพ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ จากศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล ม.สุรนารี  ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ บอกว่า ขยะในบ้านเรามีองค์ประกอบไม่เหมือนกับต่างประเทศ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้อาจทำให้กำจัดได้ไม่หมด จึงต้องพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาใช้เองให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สำหรับที่เกาะ ยาวน้อยขยะส่วนใหญ่เป็นเศษอาหาร เดิมใช้การกำจัดด้วยการเผา ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำให้แห้งนาน สูญเสียพลังงานมากจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการมาใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาคือการบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการออกแบบเชิงกลและชีวภาพเน้นการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ได้  และใช้ทฤษฎีหมักก่อนแยก เพราะพฤติกรรมของคนไทยมักทิ้งขยะไม่แยกประเภท ผศ.ดร.วีรชัย บอกว่า  จากการทดลองพบว่าการหมักขยะรวมกันทั้งหมด กลับได้ผลดีเกินคาดเพราะทำให้จุลินทรีย์ในการหมักทำงานได้ดีขึ้น ส่วนขั้นตอนการบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการแบบเชิงกลและชีวภาพนี้ จะเริ่มจาก ใช้แรงงานคนคัดแยกขยะรีไซเคิล เช่น  ขวดหรือเหล็กที่ขายได้ออกก่อน จากนั้นขยะที่เหลือทั้งขยะอินทรีย์และขยะอนินทรีย์ เช่น เศษถุงพลาสติกจะถูกส่งเข้าสู่เครื่องสับหยาบ เพื่อลดปริมาตรและลำเลียงเข้าสู่โรงบำบัด ซึ่งออกแบบให้เป็นระบบ กวนผสมเพื่อเติมอากาศ ประสิทธิภาพการย่อยสลายสูง ในระยะเวลา 1 เดือน การหมักจะสิ้นสุดลง และขยะมีเสถียรภาพปราศจากกลิ่น จากนั้นขยะที่หมักแล้วจะถูกส่งเข้าสู่เครื่องคัดแยกแบบตะแกรงหมุน สามารถแยกได้ส่วนประกอบ 2 ส่วนคือ 1. ขยะอินทรีย์จำพวกเศษอาหารซึ่งถูกย่อยสลายออกมาเป็นอินทรีย์สารผงละเอียดที่นำไปทำปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดินได้ และ 2. อินทรีย์สารผสมพลาสติกและขยะเชื้อเพลิง ทั้งนี้ในส่วนของขยะเชื้อเพลิงหรือขยะจากพลาสติก สามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงในโรงงานผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกด้วยระบบไพโรไลซีสได้อีกด้วย นักวิจัยบอกอีกว่า ระบบที่ติดตั้งที่เกาะยาวน้อยนี้รองรับขยะได้ถึง 5 ตันต่อวัน  ด้านนายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ บอกว่า สิ่งที่จะ พัฒนาต่อก็คือ การเพิ่มคุณภาพของปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้ให้เหมาะสมกับพืชที่ปลูกในพื้นที่ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งเชื่อว่าอนาคตโรงงานแห่งนี้จะมีรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย ที่สำคัญโครงการนี้ ถือเป็นตัวอย่างความร่วมมือของภาครัฐ สถาบันการศึกษาและ ชุมชนเจ้าของพื้นที่ ซึ่งเป็นการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้มีความสวยงามอย่างยั่งยืนต่อไปอีกด้วย. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การจัดการขยะบนเกาะยาวน้อย