กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดงาน “อลังการงานช้อปOTOP Midyear 2014” ขึ้นเพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาพัฒนาสินค้าเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาสินค้า OTOP โดยมีสินค้าโอทอปจาก 77จังหวัดทั่วประเทศมาร่วมงานมากกว่า 2,000 ร้าน ภายใต้แนวคิด มหกรรมแห่งภูมิปัญญาคัดสรรมาจากทั่วไทย ถูกใจนักช้อ ทั้งนี้ การจัดงานได้แบ่งเป็นโซนต่างๆ จุดเด่นอยู่ที่โอทอป เอาท์เล็ต 1จังหวัด 1 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะคัดสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมาจำหน่ายในราคาพิเศษและเมื่อซื้อสินค้าในโซนนี้ทุกๆ 1000 บาท จะได้รับคูปองเพิ่มมูลค่าและกิจกรรมถุงโชคดี รวมถึงโซนฟรีไวไฟ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่งานโอทอป มีฟรีไวไฟให้บริการในงานโดยเฉพาะ เพื่อให้ช้อป แชะ แชร์ สินค้าจากภูมิปัญญาไทยเข้าสู่โลกโชเชียลมีเดีย โดยโซนฟรีไวไฟ จะอยู่ภายในบริเวณจัดงานจัดเป็นมุมพักผ่อนส่วนตัว ผู้เข้าชมงานสามารถนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้บริการได้ สามารถขอรหัสหรือพาสเวิร์ดได้จากเจ้าหน้าที่ซึ่งประจำอยู่ภายในบริเวณดังกล่าว งาน “อลังการงานช้อป OTOP Midyear 2014” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม– 1 มิถุนายน 2557 ณ Hall1-8 อิมแพค เมืองทองธานี โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 27 พฤษภาคม2557 เวลา15.00 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทึ่งงานโอทอปมีโซนไว-ไฟให้เซลฟีท่องเน็ตฟรี
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

ทึ่งงานโอทอปมีโซนไว-ไฟให้เซลฟีท่องเน็ตฟรี
-

โชว์เทคโนโลยีห้องเรียนอัจฉริยะ
เปิดตัวนิทรรศการใหม่ “ซัมซุง สมาร์ท สคูล” (Samsung Smart School) หรือห้องเรียนแห่งอนาคต ซึ่งองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับซัมซุง จัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 70 ตารางเมตร ในพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ อพวช. คลองห้า ปทุมธานีนายสาคร ชนะไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อพวช. บอกว่า อพวช. มีภารกิจหลักในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ให้กับสังคม ซึ่งเล็งเห็นว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตคนเรามากยิ่งขึ้นในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิง ธุรกิจ หรือแม้แต่ด้านการศึกษา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ 1 ใน 4 แหล่งเรียนรู้ของ อพวช. ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงได้ร่วมมือกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จัดทำนิทรรศการ “ซัมซุง สมาร์ท สคูล” ขึ้น เพื่อสะท้อนแนวคิดการเรียนรู้แบบอัจฉริยะโดยเป็นหนึ่งในตัวอย่างของเทคโนโลยีของห้องเรียนในอนาคต ที่ผู้เรียนสามารถโต้ตอบและเรียนรู้ร่วมกัน และเป็นอีกก้าวหนึ่งของเทคโนโลยีสำหรับการศึกษาที่จะถูกนำมาใช้จริงในอนาคต ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ด้วยอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยที่นำมาให้ทดลองใช้งานจริง อีกทั้งยังมีส่วนซึ่งนำเสนอเรื่องราวของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา วิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษาโลกและเทคโนโลยีการศึกษาไทยอีกด้วย ด้าน นายวาริท จรัณยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด บอกว่า “ซัมซุง สมาร์ท สคูล” เป็นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาในการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมประสบการณ์ในการเรียนรู้สำหรับครูและนักเรียนด้วยสภาพแวดล้อมที่มีความยืดหยุ่น ทำให้บทเรียนมีความหลากหลายมากขึ้นและเพิ่มความสนุกสนาน โดยการใช้เนื้อหามัลติมีเดีย ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ สำหรับ “ซัมซุง สมาร์ท สคูล” ประกอบด้วยอุปกรณ์ 4 ส่วนหลัก ๆ คือ อุปกรณ์สำหรับผู้สอนซึ่งจะเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตก็ได้ อุปกรณ์สำหรับแสดงผลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการนำเสนอในห้องเรียน ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์บอร์ด และ ทีวี อุปกรณ์สำหรับผู้เรียน เช่น ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10.1 และเครื่องแม่ข่ายกลาง ซึ่งจะเป็นที่จัดเก็บเนื้อหาและข้อมูลผู้ใช้งานระบบ และให้บริการเครือข่ายสำหรับติดต่อสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ สนใจเข้าชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nsm.or.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โชว์เทคโนโลยีห้องเรียนอัจฉริยะ -

เอสเอพีรุกอินโดจีนใช้ไทย เป็นฮับตั้งเป้าโตกว่า 2 เท่า
เอสเอพีตั้งเป้าลุยตลาดอินโดจีน โตกว่า 2 เท่า ชี้ธุรกิจไทยแข็งแกร่ง พร้อมเปิดตลาดเออีซี แม้เจอความ ผันผวนทางเศรษฐกิหลายครั้ง นายลีเฮอร์ ออบิซูร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก ซึ่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ที่กำลังจะมีในปี พ.ศ. 2558 นี้ จะก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจและการค้ามากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมไปถึงเอสเอ็มอีต่าง ๆ ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าการดำเนินงานของเอสเอพีในตลาดภูมิภาคอินโดจีนรวมถึงประเทศไทยให้เติบโตเป็น 2 เท่า “ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สำคัญทางการตลาดของเอสเอพีเสมอมา เพราะเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาคอินโดจีน โดยเอสเอพีได้มีสำนักงานในประเทศไทยและอยู่มานานถึง 19 ปี โดยประเทศไทยเป็นฮับของภูมิภาคอินโดจีน อีกทั้งธุรกิจของประเทศไทยเองก็มีความแข็งแกร่งมาก ถึงแม้ว่าจะเจอกับความผันผวนทางเศรษฐกิจหลายครั้ง แต่ไม่นานธุรกิจต่าง ๆ ก็จะกลับขึ้นมาผงาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเอสเอพีมองว่าธุรกิจในประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอที่จะเติบโตได้ในระดับนานาชาติ ” นายลีเฮอร์ กล่าว อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเอสเอพีเป็นผู้นำระดับโลกทางด้านซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่น ซึ่งเน้นการให้บริการบนคลาวด์คอมพิวติ้งด้วยโซลูชั่นครบวงจร โดยให้บริการครอบคลุม 25 กลุ่มอุตสาหกรรม มีมากกว่า 3 พันแอพพลิเคชั่นให้บริการบนคลาวด์ ซึ่งมีผู้ใช้งานทั่วโลกถึง 35 ล้านยูสเซอร์ และมีลูกค้าในประเทศไทยมากกว่า 1,000 องค์กร ทั้งนี้ในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมาทางเอสเอพีได้มีการเจริญเติบโตในระดับสองหลัก ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่เร็วมาก.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอสเอพีรุกอินโดจีนใช้ไทย เป็นฮับตั้งเป้าโตกว่า 2 เท่า