ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • มือถืออัจฉริยะเริ่มไม่มีอะไรใหม่ – โลกาภิวัตน์

    มือถืออัจฉริยะเริ่มไม่มีอะไรใหม่ – โลกาภิวัตน์

    ผู้เชี่ยวชาญได้เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันว่า มือถืออัจฉริยะเริ่มจะไม่มีฟีเจอร์อะไรที่โดดเด่นออกมาชัดเจนกันแล้ว ตั้งแต่แอปเปิลซึ่งเป็นผู้นำออกตัวก่อนหน้าอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเจ็ดปีก่อนก็ต้องยอมรับในความยิ่งใหญ่ของสตีฟ จ็อบส์ ที่ได้ริเริ่มคิดค้นและประดิษฐ์สร้างไอโฟนหรือมือถืออัจฉริยะยุคแรกในโลกได้ใช้เมื่อเจ็ดปีก่อน นับว่าเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ และแอปเปิลสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรไปได้ถึงห้าปี สร้างความยิ่งใหญ่ให้แอปเปิลได้ทันที และหลังจากนั้นคู่แข่งได้รวมตัวกันหลายค่ายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มเปิดชื่อแอนดรอยด์เข้ามาแข่งขันในช่วงสองปีหลัง โดยเฉพาะซัมซุงก็ได้ใช้แอนดรอยด์เป็นหัวรถจักรเข้าตีระบบปฏิบัติการไอโอเอสได้สำเร็จ และตามด้วยค่ายอื่น ๆ เช่น กูเกิลก็ใช้แอนดรอยด์ในช่วงหลังทั้งเอชทีซีวัน (HTC One) และกาแล็คซี เอสห้า แอนดรอยด์ทั้งคู่ออกมาได้โด่งดังเป็นที่นิยม แต่มาดูฟีเจอร์แล้วก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนัก ผู้เชี่ยวชาญตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า นวัตกรรมของมือถืออัจฉริยะได้หยุดไปชั่วขณะ ซึ่งแม้ปัจจุบันมือถือทั้งสามค่าย คือ ไอโฟนเอสห้า ซัมซุงกาแล็คซีเอสห้า และเอชทีซีวัน ออกตัวมาไม่มีอะไรใหม่การพัฒนามีแต่เรื่องทั่ว ๆ ไป ขนาดและคุณภาพของหน้าจอ กล้องถ่ายรูป รูปร่าง และแบตเตอรี่ที่มีอายุยืนยาวขึ้นเท่านั้นในขณะเดียวกัน ค่ายอื่น ๆ ก็ทยอยตามกันมา เพียงแค่เพิ่มความคมชัดของกล้องถ่ายรูปเป็น 41 เมกะพิกเซลของโนเกีย และการควบคุมกำลังไฟฟ้าของแบตเตอรี่ ด้านหลังของมือถือโดยค่ายแอลจี และการออกแบบตามใจลูกค้าแบบโมโตโรล่า ซึ่งทั้งหมดไม่มีอะไรใหม่ กระทั่งหลายคนถึงขั้นบ่นว่าไอโฟนน่าเบื่อไม่มีอะไรใหม่ให้ใช้ เพราะฉะนั้นนวัตกรรมสำหรับมือถืออัจฉริยะคงจะเป็นเรื่องพื้น ๆ ลักษณะภายนอกที่กล่าวมาทั้งสิ้น และคงจะเป็นเช่นนี้อีกซักสองถึงสามปีกว่าที่จะมีนวัตกรรมเทคโนโลยีที่โดดเด่นมาให้เห็น เพราะเท่าที่เป็นเช่นนี้ มือถือก็สามารถขายได้ในท้องตลาดแล้วถ้าจำกันได้ไอโฟนยุคแรกนั้นยังไม่ค่อยมีอะไรมาก และก็มีการพัฒนาเรื่อยมาเพื่อแข่งขันในตลาด สมัยก่อนบันทึกวิดีโอก็ไม่ได้ ไม่มีแอพสโตร์ให้เล่น คีย์บอร์ดสำหรับพิมพ์ก็แยกต่างหากเหมือนแบล็คเบอร์รี่ หน้าจอภาพก็ไม่ชัดไม่สว่าง เพิ่งจะมาปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ก็ในยุคหลัง ซึ่งเป็นไอโฟนยุคใหม่ ซึ่งก็มีไอโอเอสรุ่นใหม่ออกมาด้วย หลายฟีเจอร์ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก จนกระทั่งปัจจุบันไอโฟนห้าเอสมีหน้าจอคมชัด มีระบบการสั่น ซึ่งคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ซึ่งถือว่าดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเก่า ทั้งหมดมีการพัฒนาในช่วงระยะเจ็ดปีที่ผ่านมาส่วนค่ายอื่น ๆ ซึ่งออกตัวแรงในช่วงหลังก็จึงมีลักษณะคล้าย ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นซัมซุงหรือกูเกิล อาจจะมีลักษณะที่พิเศษไปบ้าง แต่ลูกค้าไม่ชอบ เช่น รุ่นกาแล็คซีสี่มีฟีเจอร์ที่สามารถใช้ระบบเคลื่อนไหวของลูกตา แทนที่จะเป็นระบบนิ้วสัมผัส ออกตัวมาลูกค้าไม่ชอบ เพราะเล่นยาก ใช้งานยาก แต่การออกตัวรุ่นกาแล็คซีเอสห้าได้ปรับปรุงขั้นดีมาก เป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน แต่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากค่ายอื่น ๆ มากนักถ้าจะมองในภาพรวมของโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ ปัจจุบันก็น่าจะเป็นเช่นนี้ แต่อีกซักพักอาจจะน่าเบื่อ คงจะต้องคอยติดตามดูกันไปว่าในอนาคตอีกสองถึงสามปีข้างหน้า จะมีอะไรใหม่แค่ไหนแต่ถ้ามาดูอุปกรณ์อัจฉริยะประเภทสวมใส่ไม่ว่าจะเป็นแว่นกูเกิล หรือข้อมืออัจฉริยะผมว่าน่าจะมาแรงกว่าในช่วงนี้ แล้วคอยดูกันว่าจะเป็นเช่นไร.รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุลอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดBoonmark@stamford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มือถืออัจฉริยะเริ่มไม่มีอะไรใหม่ – โลกาภิวัตน์

  • กสทช.เตือนภัยบิลช็อกจากโรมมิ่งริมฝั่งโขง

    กสทช.เตือนภัยบิลช็อกจากโรมมิ่งริมฝั่งโขง

    กสทช. เตือนภัยโรมมิ่งข้ามแดน ตระเวนออกประชาสัมพันธ์บริเวณริมโขง 7 จังหวัด โชว์นำร่อง นครพนม หวั่นจุดเสี่ยง 2 แห่งนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.ได้ดำเนินโครงการ การใช้บริการมือถือข้ามแดนอัตโนมัติ (โรมมิ่ง) เนื่องจากพบว่าได้มีประชาชนผู้ใช้บริการร้องเรียนเข้ามาประมาณ 500 ราย ใน 3 จังหวัด คือ บึงกาฬ หนองคาย และ นครพนม โดยพบยอดค่าใช้บริการต่อบิล สูงถึง 3,000-4,000 บาทต่อราย จากปัญหาโรมมิ่งอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ค่าใช้บริการรายเดือนปกติอยู่ที่ 800 บาทต่อเดือนดังนั้น กสทช. จึงเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคระวังปัญหาการใช้งานมือถือในพื้นที่ดังกล่าว โดยจัดรถประชาสัมพันธ์ใน 7 จังหวัด คือหนองคาย บึงกาฬ เชียงราย เลย นครพนม มุกดาหาร และ อุบลราชธานี  รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านสปอตวิทยุสถานีวิทยุกระจายเสียง คลื่น FM จำนวน 25 สถานี ใน 7 จังหวัด  ออกบูธนิทรรศการและจัดกิจกรรมให้ความรู้ต่าง ๆ  เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการต้องเจอกับปัญหาค่าบริการดาต้า โรมมิ่ง สูงเกินจริง (บิลช็อก)นายฐากร กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าว กสทช. เริ่มนำร่อง จ.นครพนม  ที่พบว่าเสี่ยงต่อการเกิดโรมมิ่งใน 2 อำเภอ คือ อ.ธาตุพนม และ อ.เมือง ที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว  ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการรบกวนกันของสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบจีเอสเอ็มจากเครือข่ายผู้ให้บริการในประเทศเพื่อนบ้าน  ดังนั้นหากผู้ใช้บริการเปิดบริการโรมมิ่งอัตโนมัติไว้ ระบบจะค้นหาเครือข่ายเอง จากนั้นเมื่อพบสัญญาณระบบจีเอสเอ็มของผู้ให้บริการในประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะเชื่อมต่อสัญญาณโดยอัตโนมัติ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เตือนภัยบิลช็อกจากโรมมิ่งริมฝั่งโขง

  • ยกระดับการเรียนรู้ยุคใหม่ด้วยไอไฮบริด – ฉลาดคิด

    ยกระดับการเรียนรู้ยุคใหม่ด้วยไอไฮบริด – ฉลาดคิด

    ประกาศตัวเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนยุคใหม่ อย่างต่อเนื่องล่าสุด…มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ต่อยอดนวัตกรรมจากระบบ “ยูทีซีซี  ไฮบริด เลิร์นนิ่ง  ซิสเต็มส์ ” (UTCC  Hybrid  Learning  System)ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2551 มาเป็น “ยูทีซีซี  ไอไฮบริด” (UTCC  iHybrid)รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวนีย์   ไทยรุ่งโรจน์  อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่า ความรู้ในโลกปัจจุบัน จะเพิ่มมากขึ้น 2 เท่าในทุก ๆ 11 ชั่วโมง และความรู้ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน ทำให้มหาวิทยาลัยมีนโยบายด้านการเทคโนโลยีมาช่วยในการเรียนการสอน และเดินหน้าเริ่มใช้ระบบการเรียนการสอนแบบไฮบริด หรือการผสมระหว่างการเรียนในห้องเรียนร่วมกับการเรียนผ่านอี-เลิร์นนิ่ง มาอย่างต่อเนื่อง กว่า  5 ปีแจกมาแล้วทั้งโน้ตบุ๊กธรรมดา   เน็ตบุ๊ก จนมาถึงไอแพด และปีล่าสุดก็คือไอแพด แอร์ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการเรียนรู้ของนักศึกษา  ที่มาพร้อมแอพสำคัญ  ๆ  ในการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อการก้าวไปสู่เทคโนโลยีที่ดีขึ้น  อธิการบดี บอกว่าปีนี้มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับบริษัทแอปเปิ้ล ในทุกมิติ โดยจะต่อยอดการเรียนการสอน จาก ยูทีซีซี  ไฮบริด เลิร์นนิ่ง  ซิสเต็มส์   ไปเป็นยูทีซีซี  ไอไฮบริด ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ล่าสุด และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะเป็นมหาวิทยาลัยแรกในไทยที่มีการพัฒนา ไอบุ๊ก(iBook)  ใส่ไว้ในไอจูนส์ ยู ( iTunes U ) ที่จัดว่าเป็นหนังสือดิจิตอลที่มีเทคโนโลยีสูงสุดในด้านการใช้มัลติมีเดียในขณะนี้โดยจะมีรูปแบบที่ผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้ ทำให้น่าสนใจและสามารถเข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้นเบื้องต้นประเดิมปีการศึกษา 2557 ด้วยไอบุ๊ก 10 วิชาของหมวดการศึกษาทั่วไปของนักศึกษาปี 1และเพื่อให้การเรียนแบบไอไฮบริดสมบูรณ์ขึ้น ปีนี้มหาวิทยาลัยได้พัฒนารายวิชาใหม่คือดิจิตอลลิเทอเรซี เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีในการเรียนและการทำงานในยุคดิจิตอลมากขึ้นพร้อมตั้งเป้าพัฒนาอีบุ๊กที่มีกว่า 700 รายวิชาไปเป็นไอบุ๊กทั้งหมด ผู้บริหารมหาวิทยาลัยบอกว่า มีการทำวิจัยประเมินผลการเรียนแบบใหม่ของนักศึกษา พบว่าผลการเรียนดีขึ้นทั้งวิชาด้านวิทยาศาสตร์และภาษาทำให้มั่นใจที่จะลงทุนพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องและอยากเป็นต้นแบบให้สถาบันการศึกษาอื่น ๆ นำไปใช้นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังร่วมกับบริษัทแอปเปิ้ล จัดตั้งศูนย์ รีเจียนัล เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์  แห่งแรกในอาเซียน เพื่อฝึกอบรมคณาจารย์ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยในการเพิ่มศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสอนอีกด้วยนี่คือการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ และเป็นโลกแห่งความรู้ยุคใหม่ที่เด็กคงไม่เบื่ออีกต่อไป!!!.นาตยา คชินทรnattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยกระดับการเรียนรู้ยุคใหม่ด้วยไอไฮบริด – ฉลาดคิด