เวียนกลับมาให้ได้อัพเดทเทคโนโลยีที่น่าสนใจกันอีกครั้ง สำหรับงานแสดงสินค้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่สำคัญของเอเชียอย่าง คอมมูนิคเอเชีย 2014 (CommunicAsia2014) และเอ็นเตอร์ไพร์ซไอที 2014 ( EnterpriseIT2014) ที่ได้รวบรวมบริษัทผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกมาแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นใหม่ล่าสุดพร้อมพบปะแลกเปลี่ยนเจรจาธุรกิจระหว่างกัน โดยงานในปีนี้มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มิ.ย. 57 โดยได้ปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานมาใช้ที่ มารีน่า เบย์ แซนด์ สิงคโปร์ ซึ่งทาง เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (Software Park Thailand) หรือซอฟต์แวร์พาร์ค ที่เป็นหน่วยงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทย ก็ได้ร่วมมือกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พาผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมแสดงผลงานเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน นายเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย กล่าวว่า ทางซอฟต์แวร์พาร์ค กับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้สนับสนุนงบประมาณในการเช่าพื้นที่และจัดสร้างไทยแลนด์พาวิลเลียนในงาน โดยมีขนาดพื้นที่เหมือนเช่นปีที่แล้ว คงแนวคิดของการจัดงานเป็น “Gateway to Tele communication and Mobile Solutions” หรือประตูสู่ตลาดโซลูชั่นโทรคมนาคมและอุปกรณ์เคลื่อนที่ระดับโลก ตามแนวทาง Gateway to Global ของซอฟต์แวร์พาร์ค และชูจุดเด่นของกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยที่มีพัฒนา การแบบก้าวกระโดดในรอบปีที่ผ่านมา “ปีนี้ได้คัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 14 บริษัท เข้าร่วมงาน โดยใช้เกณฑ์คัดเลือกผู้ประกอบการที่มีผลงานโซลูชั่นที่โดดเด่น มีศักยภาพ เพราะการไปปีนี้เน้นการขายจริง ๆ ไม่ได้ไปแค่เปิดตลาด หรือลองตลาด ผู้ที่ไปต้องมีประสิทธิภาพและโอกาสที่จะปิดการขายได้ทันที ซึ่งในปีแรกที่ไป ผู้ประกอบการไทยสามารถทำยอดขายได้ 52 ล้านบาท ปีที่ 2 ทำยอดขายได้ 80 ล้านบาท พร้อมอยู่ในขั้นตอนเจรจาอีกมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนในปีนี้ตั้งเป้าหมายผู้ประกอบการไทยจะทำยอดขายได้มากกว่า 100 ล้านบาท” นายเฉลิมพล กล่าว ผู้ประกอบการไทยจำนวน 14 บริษัท ที่จะเดินทางไปครั้งนี้ มีทั้งผู้ประกอบการที่เคย ไปงานนี้มาก่อน และมีรายใหม่ที่ไม่เคยร่วมงานด้วยเช่นกัน เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนถ่ายประสบการณ์ระหว่างกัน สร้างความเชื่อมั่น กับลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาติดต่อ และเป็นการ เปิดโอกาสให้รายใหม่ ๆ ได้ขยายตลาดในต่างประเทศด้วย โดย 14 บริษัท ที่นำผลงานไปขายมีซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย อย่างเช่น ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรและการขนส่ง ประกอบด้วย บริษัท AppMan ซึ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ทางด้านโทรศัพท์มือถือและการสื่อสารการตลาด โดยนำระบบ SalesMate ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นรองรับฝ่ายขายในภาคธุรกิจ ทำงานผ่านหลายระบบทั้งโทรศัพท์มือถือและเว็บเบสแอพพลิเคชั่น, บริษัท Jorlek จะนำระบบ QueQ ซึ่งเป็นโมบายแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจไปทำตลาดต่างประเทศ, บริษัท Netka System ซึ่งพัฒนาระบบ Netka View Network Manager ไว้จัดการอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก, บริษัท Promptnow จะนำเสนอ 3 โซลูชั่นคือ m-Banking/ m-Insurance/ healthcare, บริษัท Roomlink Saas นำระบบแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในธุรกิจค้าปลีกเข้ามาร่วมงาน และ บริษัท Sun Systems ที่จะนำ “Call-genie” Cloud Services Smart Office Solution มาเปิดตลาดเอเชีย หลังได้รับความสำเร็จในตลาดไทย และบริษัท Success Strategy Solution ที่พัฒนาระบบ Cargo Optimizer จัดการเรื่องการจัดวางสินค้าระหว่างขนส่ง สำหรับซอฟต์แวร์ด้านการศึกษาและสื่อสมัยใหม่ ได้แก่ บริษัท 23 Studio นำ Tuck Me In Bed Time Story ซึ่งเป็น interactive book เข้าไปเจาะตลาดต่างประเทศ, บริษัท Khroton นำระบบ Industry Directs และ Buzzzard ซึ่งถือเป็นซอฟต์แวร์ทางด้านการศึกษาที่ใช้ระบบ โซเชียลมีเดียในการทำงาน มาเข้าร่วมจัดแสดง, บริษัท APPTIVIDIA พัฒนาระบบ PUBLIZH ที่ทำงานเกี่ยวกับ Catalog Live, Smart Brochure, Digital Publishing ไปแสดงในงาน, บริษัท Innovation Plus ซึ่งคิดค้นระบบ Smart Sign ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ร่วมในงาน, บริษัท Thoth Media จะนำระบบ KPIology ซึ่ง เป็นซอฟต์แวร์ในกลุ่มนิว มีเดีย ที่น่าสนใจ, บริษัท Mobiliti ซึ่งนำระบบ Application “Stamp” ที่ฮือฮาในกลุ่มสตาร์ท อัพ ในรอบปีที่ผ่านมาเข้ามา ลุยตลาดจริง, และสุดท้าย บริษัท Universal Matrix Technology ที่จะนำระบบ Interoperability system, Jammer, Broadband Solutions ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มซอฟต์แวร์ด้านการสื่อสาร ข่าวสารและระบบความปลอดภัย ที่กำลังได้รับความสนใจจากตลาดในขณะนี้ไปร่วมแสดงตลอด 4 วันของการจัดงาน ด้าน นางนิพัสตราภรณ์ เจียมโชติพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตก้า ซิสเต็ม จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้นำผลงานไปร่วมแสดงเป็นปีที่ 3 โดยเมื่อปีที่แล้วสามารถเจรจาธุรกิจจนได้พาร์ทเนอร์จากมาเลเซียมาเข้าร่วม ส่วนในปีนี้เตรียมนำแอพลิเคชั่นที่สามารถบริหารจัดการเครือข่ายไอทีขององค์กรได้จากสมาร์ทโฟน ช่วยให้พนักงานด้านไอทีสามารถดูแลแก้ไขระบบได้จากภายนอกโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำที่องค์กร ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถทำยอดขายได้ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาทในการเดินทางไปปีนี้ ขณะที่ มร.วิคเตอร์ หว่อง ผู้อำนวยการฝ่ายงานแสดงสินค้าเพื่อการสื่อสาร ของสิงคโปร์ เอ็กซิบิชั่น เซอร์วิส ซึ่งเป็นผู้จัดงานครั้งนี้ กล่าวว่า งานในปีที่แล้วมีผู้ประกอบการจากทั่วโลกเข้าร่วมแสดงผลงานกว่า 1,300 ราย มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 51,000 ราย จากทั่วโลก โดยงานในปีนี้มีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำตอบรับเข้าร่วมแล้วจำนวนมาก รวมถึงบริษัทจากประเทศ ไทย โดยในปีนี้จะมีการพูดถึงเทคโนโลยีที่สำคัญและกำลังเป็นที่กล่าวถึงขององค์กรต่าง ๆ ทั้งเรื่องการใช้ big data analytics เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Internet of Things” โดยจะมีการประชุมในหลากหลายหัวข้อที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเร่งด่วนต่าง ๆ เช่น Internet of Things และการเติบโตของโซลูชั่นสื่อสาร ฯลฯ เมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมการแข่งขันที่สูง การเร่งชิงส่วนแบ่งตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่ว่ากันว่ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และน่าจะเป็นใบเบิกทางที่ดีในการก้าวเข้าไปสู่ตลาดโลกในอนาคต. จิราวัฒน์ จารุพันธ์ JirawatJ@dailynews.co.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ประกอบการไทยลุย ‘คอมมูนิคเอเชีย 2014’ กวาดยอดขายซอฟต์แวร์ไทย 100 ล้านบาท – ฉลาดสุดๆ
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

ผู้ประกอบการไทยลุย ‘คอมมูนิคเอเชีย 2014’ กวาดยอดขายซอฟต์แวร์ไทย 100 ล้านบาท – ฉลาดสุดๆ
-

กทปส.สรุปคูปองส่วนลดทีวีดิจิตอล 27 พ.ค.นี้
วันนี้ (12พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสท.ได้รับทราบข้อมูลสำนักงาน กสทช. ที่ได้นำเสนอเอกสารราคาขายปลีกเฉลี่ยปัจจุบันกล่องเซตทอป บ็อกซ์พร้อมเสา ราคาประมาณ 1,670-1,680 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ราคาเฉลี่ยประมาณ 3,400 บาทรัสเซีย ราคาเฉลี่ยประมาณ 2,500 บาท และอังกฤษ ราคาเฉลี่ยประมาณ 50-60 ปอนด์ หรือประมาณ 2,749 บาท โดยประเทศไทยถือป็นประเทศแรกที่ใช้ระบบดีวีบี ที2 สมบูรณ์แบบนอกจากนี้ยังได้พิจารณาอนุญาตโครงข่ายที่ไม่ใช้คลื่นความถี่(ดาวเทียมเคเบิล) จำนวน 6 ราย แบ่งเป็นระดับชาติ 5 ราย ระดับท้องถิ่น 1 รายและได้อนุญาตช่องรายการเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม ให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่อายุใบอนุญาต 1 ปี จำนวน 3 ช่องรายการ และต่ออายุใบอนุญาต 2 ปี จำนวน 5 ช่องรายการ รวมทั้งให้คณะอนุกรรมคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาช่องรายการ 4 ช่องรายการที่มีการร้องเรียนภายใน 30 วัน เพื่อนำมาเสนออีกครั้งด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. เปิดเผยว่า กทปส. ได้ส่งหนังสือให้คณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน ไปศึกษารายละเอียดที่มาของราคากล่องเซต ทอป บ็อกซ์ที่เสนอเข้ามาในราคา 512 บาทอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กสทช. ศึกษาประเด็นข้อกฎหมาย อาทิ มูลค่าคูปอง การสนับสนุนด้วยวิธีการแจกคูปองของ กสท.ทำได้หรือไม่และการแจกคูปองสำหรับกล่องรับสัญญาณดาวเทียมซึ่งสามารถดูได้ 36 ช่องเท่านั้น จาก 48 ช่อง ขัดต่อรัฐธรรมนูญม. 47 หรือไม่ โดยทั้งหมดนี้ต้องได้ข้อสรุปทันการประชุม กทปส.ในวันที่ 27 พ.ค. นี้ อย่างไรก็ตามวันที่ 20 พ.ค. นี้ กทปส. จะพิจารณาเรื่องงบประมาณจำนวน 900 ล้านบาท สำหรับใช้ดำเนินการระบบการบริหารจัดการข้อมูล หรือ ซอฟต์แวร์ อ้างอิงฐานจำนวนประชากร 25 ล้านครัวเรือน ประมาณ 300 ล้านบาท การจัดพิมพ์คูปองประมาณ 300 ล้านบาท การจัดส่งด้วยวิธีการส่งถึงบ้านผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ประมาณ 300 ล้านบาท ที่จะจัดส่งตามพื้นที่ที่โครงข่ายการรับชมทีวีดิจิตอลครอบคลุมต่อไป.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กทปส.สรุปคูปองส่วนลดทีวีดิจิตอล 27 พ.ค.นี้ -

เตรียมทดสอบสัญญาณเครือข่าย 5G
มีรายงานว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์รายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นเอ็นทีที โดโคโม (NTT DOCOMO) และ อีริคสัน จะร่วมกันทดสอบสัญญาณเครือข่าย 5 G โดยเตรียมวางระบบสัญญาณเครือข่าย5G เพื่อรองรับประสบการณ์ผู้ใช้งานและแอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่(M2M) ทั้งนี้การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นปริมาณการใช้งานโมบายบรอดแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นตลอดจนความต้องการในด้านของความเร็วในการใช้งานที่รวดเร็วมากขึ้นนอกจากนี้ยังสอดรับกับวิสัยทัศน์ระยะยาวขององค์กรต่างๆที่มองว่าไม่ว่าใครก็ตาม สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างไม่จำกัด โดยการทดสอบสัญญาณเครือข่าย5G นี้ ทาง NTT DOCOMO จะสาธิตให้เห็นถึงการเชื่อมต่อด้วยความเร็วมากกว่า10 Gbps ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการนำส่งที่มากกว่าสัญญาณเครือข่าย4G LTE กว่า 1,000 เท่า นายไซโซ โอโนอีรองประธานบริษัทระดับสูงและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยีของบริษัท NTTDOCOMO กล่าวว่า การศึกษาวิจัยเรื่องสัญญาณเครือข่าย 5Gเป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันไปสู่สิ่งที่เราคาดหวังไว้ในปี 2020 สัญญาณเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพจะเข้ามารองรับแอพพลิเคชั่นรูปใหม่ต่างๆในอนาคตซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานและองค์กรธุรกิจ อีริคสันได้พัฒนาเทคโนโลยีสายอากาศรุ่นใหม่พร้อมด้วยแบนด์วิธที่กว้างขึ้น ทำให้มีการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น(shorter transmission time interval) นอกจากนี้สถานีฐาน (RBS) ถูกสร้างด้วยbaseband unit และ radio unit ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการการทดสอบสัญญาณเครือข่าย5G โดยเฉพาะ นาย อูฟ อีวานต์สันรองประธานบริษัทอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยีของอีริคสัน กล่าวว่า สัญญาณเครือข่าย5G จะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนสังคมแห่งเครือข่าย(Networked Society) การทดสอบนี้จะเป็นก้าวที่สำคัญในการแปรรูปธุรกิจจะได้สัมผัสการทดสอบครอบคลุมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ macro/small cell architecture บนพื้นฐานของโครงข่ายHeterogeneous Network การสื่อสารบนบรอดแบรนด์โดยการใช้งานย่านความถี่15 GHz ด้วยความเร็วสูง ทั้งนี้ทางอีริคสันจะทำงานร่วมกันกับบริษัทNTT DOCOMO ในเมืองโยโคซูกะ ประเทศญี่ปุ่น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตรียมทดสอบสัญญาณเครือข่าย 5G