ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • อสมท ฟุ้งโครงข่ายทีวีดิจิทัลมีความพร้อมสุด

    อสมท ฟุ้งโครงข่ายทีวีดิจิทัลมีความพร้อมสุด

    วันนี้ (1เม.ย.) ที่ เซ็นทรัล เวิลด์ นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยความพร้อมของบริษัทฯ ได้เปิดตัวกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลภายใต้แบรนด์ MCOT HD BOK จำนวน 2 รุ่น คือ รุ่น View ชัดกว่าเห็นๆ ราคา 1,299 บาท และรุ่น Play สั่งได้ดั่งใจ ราคา 1,495 บาท โดยการร่วมมือกับ 2 พันธมิตร คือ บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ครีเอเทค มาร์เก็ตติ้ง แอยด์ เทรดดิ้ง จำกัดทั้งนี้ ตั้งเป้ายอดขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลปีนี้ไว้ที่ 1-2 ล้านกล่อง โดยคิดเป็นกำไร 200 ล้านบาท ในจำนวน 1 ล้านกล่อง ปัจจุบันขายไปแล้ว 4 แสนกล่องจากพาร์ทเนอร์รายใหญ่ 2 ราย ส่วนจุดกระจายสินค้ามีทั่วประเทศผ่านที่ทำการไปรษณีย์ไทย เซเว่นอีเลฟเว่น และหน่วยงานภาครัฐในลักษณะจีทูจี และตัวแทนจำหน่ายโมเดิร์นเทรด อาทิ โลตัส บิ๊กซี โฮมโปร เป็นต้น ถือว่าเป็นช่องทางจัดจำหน่ายทั่วประเทศ โดยวางเป้าหมาย 3-4 ปีจะมีส่วนแบ่งตลาด 20% ของตลาดรวมกว่า 44,000 ล้านบาทสำหรับโครงข่ายการให้บริการนั้น ขณะนี้มีความพร้อมออกอากาศแล้วในพื้นที่กทม.และเชียงใหม่ และวันที่ 4 เม.ย.นี้จะพร้อมให้บริการที่ จ.สงขลา และโคราช ถือเป็น 4 ภาคตามเป้าหมายที่ กสทช.กำหนดไว้ โดยผลจากการทดลองออกอากาศที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่ามีความคมชัดและมีประสิทธิภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด สามารถรับชมได้โดยผ่านเสาก้างปลา โดยขณะนี้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่เช่าโครงข่าย อาทิ วอยซ์ทีวี ไทยรัฐทีวี และ ปริงนิวส์ เป็นต้น ซึ่งยังรวมไปถึงกรมประชาสัมพันธ์ยังได้ติดต่อขอเช่าใช้โครงข่าย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อสมท ฟุ้งโครงข่ายทีวีดิจิทัลมีความพร้อมสุด

  • กสทช.ออกโรงยันมัสต์ แฮฟ บังคับใช้ ขู่อาร์เอสห้ามโฆษณาชมบอลโลก

    กสทช.ออกโรงยันมัสต์ แฮฟ บังคับใช้ ขู่อาร์เอสห้ามโฆษณาชมบอลโลก

    วันนี้(1 เม.ย.)ที่สำนักงานคคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า สำนักงานกสทช.ยืนยันตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ให้ ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือ มัสต์ แฮฟยกเว้นบังคับใช้กับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2014 จำนวน 64 นัดการแข่งขันเท่านั้น ส่วนรายการการแข่งขันอื่นๆที่อยู่ในประกาศฯยังบังคับใช้เช่นกันโดยสำนักงานกสทช.จะรีบยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางต่อศาลปกครองสูงสุดให้รวดเร็วภายใน 30 วันซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 30 เม.ย. 57 ทำให้ประกาศ มัสต์ แฮฟ ยังมีผลบังคับใช้ ซึ่ง อาร์เอส ต้องปฎิบัติตามคำสั่ง อาร์เอสสามารถจำหน่ายกล่องเวิลด์คัฟได้ แต่ห้ามมีการโฆษณาว่า กล่องเวิลด์คัฟ สามารถรับชมฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย2014 ทั้งนี้ หากอาร์เอสมีการฝ่าฝืนโฆษณา ประชาสัมพันธ์ จะถูกลงโทษตามลำดับตั้งแต่ตักเตือน ปรับ พักใช้จนถึงเพิกถอนใบอนุญาต เนื่องจากในขณะนี้คำสั่งศาลยังไม่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดหากในอนาคตคำสั่งศาลมีการเปลี่ยนแปลงจะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ผู้บริโภคพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า ยืนยันว่าประกาศมัสต์ แฮฟที่บังคับกีฬา 7 ชนิด ยังไม่ถูกเพิกถอน แต่เป็นเฉพาะในกรณีของฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย2014 เท่านั้น โดยขอย้ำเจตนารมณ์ที่ผ่านมาประชาชนรับชมฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวีมาตลอดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายน ดังนั้นจึงขอโต้แย้งว่าบอลโลกควรเป็นรายการที่คนไทยควรรับชมฟรี ให้เท่าเทียมกัน เป็นสิทธิที่ต้องได้รับชมอย่างเสมอภาคตามประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 เม.ย.57 ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา ให้เพิกถอน มัสต์ แฮฟ ที่กำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้ง 64 นัดการแข่งขัน ต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี โดยเพิกถอนเฉพาะข้อที่ 3 และให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา นอกจากนี้ศาลเห็นว่า กสท. อ้างอำนาจประกาศดังกล่าวเพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ของสาธารณชนที่ควรจะมีสิทธิ์เข้าถึงโดยไม่มีภาระค่าใช้จ่าย แต่โดยหลักกฎหมายปกครองไม่ยอมรับการอ้างประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ เนื่องจากละเมิด พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และทางอาร์เอสต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ในการเผยแพร่ในประเทศไทยเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ออกโรงยันมัสต์ แฮฟ บังคับใช้ ขู่อาร์เอสห้ามโฆษณาชมบอลโลก

  • เตือนร้อนจัด-พายุฤดูร้อน 3-7 เม.ย.57

    เตือนร้อนจัด-พายุฤดูร้อน 3-7 เม.ย.57

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมอุตุนิยมวิทยา  ได้มีประกาศ ฉบับที่ 1ลงวันที่ 01 เมษายน 2557 ระบุว่า  ในช่วงวันที่ 3-6 เมษายน 2557บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับในช่วงวันที่ 4-7 เมษายน 2557จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่และอุณหภูมิจะลดลง 7-10 องศาเซลเซียส โดยมีผลกระทบดังต่อไปนี้                    1. ในช่วงวันที่ 3-4 เมษายน 2557บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ขอนแก่น อำนาจเจริญอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา                 2. ในช่วงวันที่ 4-5 เมษายน 2557บริเวณจังหวัดชัยภูมิ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยาและชัยนาท                 3. ในช่วงวันที่ 5-6 เมษายน 2557บริเวณจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร สุโขทัยพิษณุโลก อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์                 4. ในช่วงวันที่ 6-7 เมษายน 2557บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ หนองบัวลำภูขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง           นอกจากนี้  หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณช่องแคบมะละกา ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งอันดามันมีฝนตกหนาแน่นและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นลมแรง  ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 เวลา 11.00 น.    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนร้อนจัด-พายุฤดูร้อน 3-7 เม.ย.57