ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • อุปกรณ์ไอทีเพื่อสุขภาพมาแรงในไทย

    อุปกรณ์ไอทีเพื่อสุขภาพมาแรงในไทย

     การ์มิน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เผยตลาดอุปกรณ์ไอทีเพื่อสุขภาพ เป็นสินค้ามาแรงในตลาดประเทศไทย ทั้งอุปกรณ์เพื่อการขี่จักรยานและวิ่ง นอกเหนือไปจากระบบนำทางในรถยนต์ นายไกรรพ เหลืองอุทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัทอีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า ธุรกิจอุปกรณ์จีพีเอสของไทย ยังเติบโตต่อเนื่องเหมือนตลาดโลก ปีนี้อีเอสอาร์ไอ ตื่นเต้นกับอุปกรณ์ใหม่ ๆ ของการ์มินมาก เชื่อว่ากว่าครึ่ง อุปกรณ์นำทางรถยนต์การ์มิน ซึ่งเป็นของอเมริกามีสาขาทั่วโลก นายไกรรพ กล่าวว่า การ์มินมีอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ หรืออุปกรณ์ที่เรียกว่าแวร์ราเบิลมาประมาณสองปี แม้จะกลุ่มเล็ก แต่กลับมีอัตราการเติบโตสูงมาก  เพราะเทรนด์ของไอทีเวลานี้ ทุกอย่างต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้   อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสวมใส่ไปกับร่างกายได้ สำหรับประเทศไทย พบว่า จากข้อมูลของการวิ่งมาราธอนในไทย มีผู้ร่วมงานเพิ่มมากขึ้นทุกปี  คนไทยหันมาทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ  ทั้งวิ่ง และขี่จักรยาน   ปีนี้การ์มินมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเริ่มวางจำหน่ายในไทย แยกเป็นอุปกรณ์นำทางการ์มิน รุ่นนูวี่ 3592 แอลเอ็ม เป็นอุปกรณ์นำทางจีพีเอสเครื่องแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เชื่อมต่อไว-ไฟ  สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นและแผนที่ได้ตลอดเวลา ราคา 13,500 บาท วีโว่ฟิต เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่มีฟังก์ชั่นการทำงานตรวจสอบระดับการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของร่างกาย จำนวนก้าว แคลอรี และระยะทาง  แบตเตอรี่ใช้งานนาน 1 ปี  การใช้งานเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นการ์มิน รองรับทั้งแอนดรอยด์และไอโอเอส ราคา 4,890 บาท ฟอร์รันเนอร์ 620 และ 220  นาฬิกาจีพีเอสสำหรับนักวิ่งขั้นสูง เหมือนมีครูฝึกส่วนตัว ทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย และติดตามการวิ่งแบบเรียลไทม์ ราคา 13,500-15,500 บาท และเวิร์บ อิลิท  เป็นกล้องวิดีโอแบบแอ๊คชั่นคาเมร่า กันน้ำ บันทึกภาพได้นาน 3 ชั่วโมง มีจีพีเอสความไวสูง สำหรับบันทึกข้อมูล พร้อมไว-ไฟ โอนถ่ายข้อมูลบนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน กันน้ำได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที โดยไม่ต้องใส่เคส หากจะใช้งานใต้น้ำนานกว่านั้นต้องซื้อเคสกันน้ำแยกต่างหาก ราคา 14,900 บาท นายไกรรพ ยอมรับว่า ช่วงแรกที่สมาร์ทโฟนมีบริการแผนที่นำทาง ก็เกรงว่าจะกระทบต่อธุรกิจอุปกรณ์นำทาง แต่ปรากฏว่า สมาร์ทโฟนเหมือนอุปกรณ์นำทางจีพีเอสตัวแรกของผู้ใช้ เมื่อคล่องแล้วก็จะมาซื้ออุปกรณ์นำทางจีพีเอสโดยเฉพาะ เพราะมีฟังก์ชั่นมีความละเอียดของแผนที่มากกว่า ปัจจุบันราคาเฉลี่ยของอุปกรณ์นำทางจีพีเอสการ์มิน ระหว่าง 4,000-15,000 บาท.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุปกรณ์ไอทีเพื่อสุขภาพมาแรงในไทย

  • กสท การันตีความปลอดภัยข้อมูลลูกค้าบนคลาวด์

    กสท การันตีความปลอดภัยข้อมูลลูกค้าบนคลาวด์

    ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ในโลกยุคใหม่การแข่งขันสูงขึ้น การบริหารข้อมูลลูกค้าในยุคปัจจุบันต้องเป็นแบบดิจิทัล การลงทุนด้านการจัดเก็บข้อมูลจะต้องใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้น บริษัทไอทีขนาดใหญ่ จึงต้องพึ่งพาองค์กรที่มีความพร้อมในการรักษาฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อลดต้นทุน และสิ่งสำคัญที่บริษัทไอทีต้องทำ คือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยเฉพาะความปลอดภัยของข้อมูล ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ ล้วนต้องการการบริหารจัดการข้อมูลบริษัท สิ่งสำคัญที่ กสท คำนึงคือ การบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบและต้องมีความปลอดภัยที่สูง ปัจจุบัน กสท เปิดให้บริการ คลาวด์ คอมพิวติ้ง เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านไอที ทั้งการจัดหาทรัพยากรทางด้านคอมพิวเตอร์ต่างๆ ระบบรักษาความปลอดภัย และการดูแลระบบ เป็นต้น โดยหากต้องการจัดเก็บข้อมูล ลูกค้าจะต้องลงทุนในด้านของซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ พนักงานดูแลระบบ ถือเป็นต้นทุนที่สูง ทั้งนี้ ปัจจุบัน กสท มีบริการคลาวด์ คอมพิวติ้ง 4 บริการหลักๆ คือ ไอริส คลาวด์ (IRIS Cloud) โดยลูกค้าไม่ต้องลงทุนในส่วนฮาร์ดแวร์ สิ่งที่ต้องจ่ายคือค่าใช้บริการเท่านั้น สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ต่างๆลงบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่เตรียมไว้ แล้วอัพข้อมูลขึ้นไปเก็บ คิดเงินตามการใช้งานจริง คือ ใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนจำนวนเท่าไหร่ สเปคเครื่องเท่าไหร่ ก็จ่ายเท่านั้น และมีความยืดหยุ่นตามความต้องการใช้งานของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ในการประกาศผลสอบแอดมิชชั่นผ่านเว็บไซต์ เมื่อมีการใช้งานช่วงนั้นมาก การใช้งานจะช้า ลูกค้าสามารถเพิ่มจำนวนเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนของบริการคลาวด์จาก กสท โดยไม่ต้องซื้อ หรือหาเช่าที่อื่น และเมื่อหมดช่วงประกาศผลสอบลูกค้าสามารถลดจำนวนเครื่องที่ต้องการใช้งานได้ “เรามีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลปัญหาเรื่องไอที ไม่ต้องกังวลในเรื่องของระบบล่ม หรือปัญหาความปลอดภัย สามารถกำหนดและอนุญาตให้ใครก็ได้เข้ามาใช้งานหรือแก้ไขในระบบตามที่ลูกค้ากำหนด” ไอริส แบ็กอัพ (IRIS Backup) เป็นบริการสำรองข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ ของลูกค้าขึ้นไปเก็บไว้บนระบบคลาวด์ ลูกค้าสามารถตั้งค่าการสำรองข้อมูลได้อัตโนมัติ และกู้ข้อมูลกลับด้วยตนเอง ไอริส แอคเซราเรเตอร์( IRIS Accelerator) เป็นบริการที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์ของลูกค้า โดยพาร์ทเนอร์ของบริษัทมี Edge server ที่ติดตั้งอยู่ตาม ไอเอสพี ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งจะทำการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ลูกค้าไว้ จากนั้น เมื่อมีผู้ที่ต้องการเข้าสู่เว็บไซต์ก็สามารถรับข้อมูลเว็บไซต์จาก Edge server ที่ใกล้ที่สุด  ไอริส โปรเทคชั่น (IRIS Protection) เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เว็บไซต์ลูกค้า ทำหน้าที่เหมือน Web Application Firewall รองรับการโจมตีที่จะมายังเว็บไซต์ เช่น SQL-injection, Xsite scripting, DDoS attack และภัยคุกคามอื่นๆ ดร.ดนันท์ เล่าวว่า นอกจากนี้ ในปลายปีนี้ กสท จะเปิดบริการไอริส ไดรฟ์ (IRIS Drive) จะเป็นการรับฝากไฟล์ข้อมูลบนระบบคลาวด์ เปรียบเสมือนกับการสร้าง ไดรฟ์ เก็บข้อมูลบนคลาวด์ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ข้อมูลในไดรฟ์ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและสามารถแชร์ผ่านไฟล์ต่างๆ ในไดรฟ์กับคนอื่นๆ เพื่อทำงานและแก้ไขร่วมกันได้ นอกเหนือจาก คลาวด์ คอมพิวติ้งแล้ว เดือนมิ.ย.นี้ กสท มีแผนจะเปิดศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์เพื่อให้บริการ Carrier Neutral โดยให้โอเปอเรเตอร์ ต่างๆ วางอุปกรณ์ในดาต้า เซ็นเตอร์ ของ กสท และเชื่อมโยงวงจรภายนอกอาคารได้ ดังนั้น ลูกค้าที่มาใช้บริการเช่าใช้พื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์จะมีทางเลือกมากขึ้น สามารถเลือกใช้วงจรเชื่อมโยงของโอเปอเรเตอร์รายใดก็ได้ สำหรับรายได้ปี 2556 มีรายได้รวมอยู่ที่ 177 ล้านบาท แบ่งเป็นบริการในกลุ่มไอริส คลาวด์ 17 ล้านบาท กลุ่มอินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ (ไอดีซี) 160 ล้านบาท โดยปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 225 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มไอริส คลาวด์ไว้ที่ 60 ล้านบาท กลุ่มไอดีซี 165 ล้านบาท  ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ลูกค้าสามารถเลือกรับบริการได้ตรงตามธุรกิจในยุคของการแข่งขันที่รุนแรง. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท การันตีความปลอดภัยข้อมูลลูกค้าบนคลาวด์

  • สมการที่สุดแห่งศตวรรษ ? – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    สมการที่สุดแห่งศตวรรษ ? – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

     ในศตวรรษที่ 20 ที่ผ่านมา อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษได้คิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ และต่อยอดมาเป็นสมการ E = mc 2 อันโด่งดังที่สุดในโลกสมการหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างสิ้นเชิง และต่อมาถูกพัฒนาจนกลายเป็นที่มาของระเบิดปรมาณู  จนถึงศตวรรษที่ 21 ในทุกวันนี้ สมการต่าง ๆ ก็ยังคงถูกนำเสนอและคิดค้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่องครับ และในปีค.ศ. 2013 นี้เองมีการพูดถึงสมการหนึ่งซึ่งนักวิชาการหลายคนถึงขนาดเปรียบเปรยว่าโดดเด่นใกล้เคียงกับสมการของไอน์สไตน์ในศตวรรษที่ 20 โดยสมการนี้มีชื่อว่า Equation of Intelligence ซึ่งผมขอเรียกว่า “สมการแห่งความฉลาด” สมการแห่งความฉลาดที่ผมพูดถึงนี้ถูกคิดค้นโดย Dr. Alex Wissner-Gross นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอเมริกันจากฮาร์วาร์ดและ MIT ซึ่งสมการสั้น ๆ ที่เขาคิดขึ้นนี้ให้ความหมายของความฉลาดไว้ว่า “Intelligence = Maximizing diversity of future options” หรือก็คือ “ความฉลาดคือกระบวนการอันเป็นรูปธรรม ที่คนหรือสัตว์หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์พยายามขวนขวายเพื่อจะให้ได้มาซึ่งทางเลือกในอนาคตที่มากขึ้นและหลากหลายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ฟังดูแล้วเข้าใจยากน่าดูนะครับความหมายนี้ ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ อย่างนี้ดีกว่าครับ เช่น ตอนผมเรียนมัธยม ที่ต้องตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตั้งใจทำคะแนนเอนทรานซ์ให้ได้สูง ๆ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อเปิดทางเลือกอนาคต ให้ตัวผมเองมีสิทธิเลือกเข้าเรียนได้ในหลายมหาวิทยาลัย พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ ที่ผมต้องตั้งใจเรียนให้ได้เกียรตินิยมก็เพื่อจะเตรียมทางเลือกขั้นต่อไปในอนาคต ให้ตัวเองได้เป็นผู้มีคุณสมบัติในการสอบชิงทุนต่าง ๆ เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ พอเรียนจนจบปริญญาเอกได้ ตอนนี้ผมเองก็ยังคงพยายามต่อครับ ต้องสอน ต้องทำวิจัย ต้องขอตำแหน่งวิชาการ ถามว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร ผมไม่ได้ทำโดยมีจุดมุ่งหมายว่าอยากจะฉลาดขึ้น ๆ แต่ทำเพื่อสร้างทางเดินในอนาคตของผมให้มันมากขึ้นและกว้างขึ้นไปได้อีก ซึ่งก็บังเอิญว่าสิ่งที่ทำนี้มันทำให้ความรู้ความฉลาดเพิ่มขึ้นเองโดยปริยาย นี่ล่ะครับคือตัวอย่างของสมการนี้ ซึ่งก็ไม่จำกัดแค่เฉพาะมิติในการเรียน แต่ใช้ได้กับองค์ความรู้ด้านอื่น ๆ ได้ด้วย ผมลองเอาสมการของเขามาคิดวิเคราะห์และตั้งคำถามเพิ่มเติมครับ ว่าอย่างนี้แปลว่าคนที่มีทางเลือกเยอะคือฉลาดกว่าคนที่มีทางเลือกน้อยหรือ? ซึ่งด้วยสามัญสำนึกก็คงตอบว่าไม่ใช่ ทางเลือกเยอะหรือน้อยไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าใครจะฉลาดมากกว่าหรือน้อยกว่ากัน คนที่ทั้งชีวิตมีทางเดียวให้เดินอาจมีความฉลาดมากกว่าคนที่มีทางเป็นสิบเป็นร้อยทางให้เดินหรือในทางกลับกันก็เป็นได้ แต่สิ่งที่คนทางเลือกเยอะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดก็คือโอกาสครับ โอกาสที่จะเพิ่มพูนความฉลาดให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่ยังมีทางอีกมากมายให้เลือกเดินต่อไป ผมเทียบเคียงกับเหตุการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบันเลยละกันครับ ซึ่งก็เหมือนกับการเลือกทางขับไล่รัฐบาลด้วยการออกมาประท้วงโดยปฏิเสธข้อต่อรองใด ๆ สถานการณ์ตอนนี้จะเห็นว่าเส้นทางประท้วงที่เลือกนี้บีบทางไปต่อในอนาคตให้เหลือแค่สองทาง ทางหนึ่งถ้าชนะฝ่ายประท้วงก็สมหวังเต็มร้อย ได้ไปต่อในทางที่ดูแล้วยังเดินต่อไปได้อีกไกล แต่อีกทางนึงถ้าแพ้ขึ้นมา คนที่ออกมาประท้วงก็ต้องเป็นกบฏ ฝ่ายรัฐบาลก็สมหวังเต็มที่ เรียกว่าทางเดินต่อแทบจะถูกหั่นขาดกันตรงนั้นเลย แต่หากเราเลือกวิธีการอื่น แม้ว่าผลที่ได้สำหรับทั้งสองฝ่ายอาจจะไม่ได้ถูกใจเต็มร้อยไปเสียหมด แต่สิ่งที่มีแน่ ๆ คือโอกาสที่มากกว่าสองทาง ที่จะมีให้เลือกไปต่อได้โดยไม่ต้องเสี่ยงดวง 50:50 กับทางตัน ซึ่งอย่างที่บอกไปข้างต้นนะครับ ทางเลือกน้อยหรือมากไม่ได้ตัดสินความฉลาดหรือความสำเร็จว่าน้อยหรือมาก แต่เป็นการประกันมากกว่าว่าเส้นทางแห่งความฉลาดเราจะยังคงแตกแขนงทอดยาวต่อไปได้เรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด สมการสั้น ๆ ที่ดูเหมือนง่ายนี้ เอาจริง ๆ เห็นไหมครับว่าเข้าใจยากไม่เบา ในแวดวงวิชาการก็ยังถกเถียงกันอยู่ครับว่าจะพิสูจน์สมการนี้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรดี ซึ่งงานนี้ก็คงต้องให้เวลาพิสูจน์กันสักหน่อย อ่านจนถึงตอนนี้แล้วคุณผู้อ่านก็มีทางเลือกเพิ่มขึ้นแล้วนะครับ เราจะเลือกแนวไหน ระหว่างทุบหม้อข้าวตีเมือง ซึ่งถ้าสำเร็จเส้นทางเดินต่อสำหรับเพิ่มพูนความฉลาดก็คงไปได้อีกไกล แต่ถ้าพลาดเส้นทางก็ตันไปต่อไม่ได้เลย หรือจะเลือกแนวนักบริหารความเสี่ยง เปิดโอกาสให้ตัวเองมีทางเลือกมากที่สุดเพื่อการันตีว่าหนทางข้างหน้าเรายังจะได้ไปต่อ ยังมีทางให้ได้พัฒนาความฉลาดต่อไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่เจอทางตัน.  ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สมการที่สุดแห่งศตวรรษ ? – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี