ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • ทรูไอดีซีลุยตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ภาคตะวันออก

    ทรูไอดีซีลุยตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ภาคตะวันออก

      ทรู ไอดีซี จ่อลงทุนเพิ่มศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 3 ในภาคตะวันออก บนเนื้อที่กว่า 5 พันตารางเมตร คาดปีนี้รายได้โต 15%  กว่า 450 ล้านบาท กำไร 80 ล้านบาท นายเจนวิทย์   คราประยูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด กล่าวว่า ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในปีที่ผ่านมา เฉพาะบริการให้เช่าพื้นที่เพื่อสำรองข้อมูลมีมูลค่ารวมประมาณ 2,000 ล้านบาท  ในปีนี้คาดว่าขยายตัวได้ต่อเนื่อง15% และจะมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปอีก 1-3 ปีข้างหน้า จากความต้องการใช้บริการของลูกค้าองค์กรที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ทรู ไอดีซี อยู่ระหว่างจัดตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในภาคตะวันออก โดยร่วมทุนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ของต่างประเทศ บนเนื้อที่เฟสแรกกว่า 5 พันตารางเมตร รองรับความจุได้มากกว่า 700 แร็ก พร้อมให้บริการภายในไตรมาสแรกของปี 2559 เพราะต้องรอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีคณะกรรมการ (บอร์ด) บริหารให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีโครงการอีกจำนวนมากที่รออนุมัติ อีกทั้งยังมีโครงการของบริษัทอื่น ๆ ที่มีมูลค่าการลงทุนหลักแสนล้านบาท “ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ 450 ล้านบาท กำไร 70-80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 390 ล้านบาท ปัจจุบันศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ ทรูไอดีซี มี 2 แห่ง คือ อาคารทรู ทาวเวอร์ และเมืองทองธานี  ในปีนี้ ได้เพิ่มความจุอีก 190 แร็ก บนพื้นที่ 500 ตร.ม. ที่เมืองทองธานี โดยใช้งบลงทุน 200 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มียอดจองพื้นที่แล้ว 50% จากกลุ่มทรูเอง ที่ใช้เป็นพื้นที่สำรองข้อมูลสำหรับบริการ 3จี และ 4จี” นายเจนวิทย์ กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทรูไอดีซีลุยตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ภาคตะวันออก

  • มีแนวโน้ม กสท.เพิ่มราคาคูปองเซตทอปบ็อกซ์

    มีแนวโน้ม กสท.เพิ่มราคาคูปองเซตทอปบ็อกซ์

    วันนี้(17 มี.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่าที่ประชุมกสท.พิจารณาหลักการสนับสนุนกล่องแปลงสัญญาณทีวีระบบดิจิทัลหรือ เซต ท๊อป บ็อกซ์ ที่คาดว่าแนวโน้มราคาคูปองจะมีราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คำนวณไว้เบื้องต้น 690 บาท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรวมถึงการแจกจ่ายคูปองเริ่มภายหลังการขยายโครงข่ายให้บริการทีวีดิจิทัลที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ษ. 57 โดยแจกจ่ายทุกครัวเรือนตามทะเบียนราษฎร หลังจากนั้นจะเพิ่มเติมให้กับกลุ่มที่อยู่นอกทะเบียนราษฎรต่อไปนอกจากนี้การรับสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (ดีวีบีที2) ต้องสนับสนุนอุปกรณ์สายอากาศควบคู่กันไป ซึ่งการสนับสนุนเช่นนี้เป็นเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัลซึ่งจะไม่มีการนำไปใช้สนับสนุนกิจการที่เป็นคู่แข่ง กระบวนการแจกคูปองและการนำใช้คูปองไปใช้ควรเป็นขั้นตอนที่ง่าย ชัดเจน สะดวก โปร่งใสและตรวจสอบได้พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า กสท.เห็นชอบเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจ อาทิคุณสมบัติ การใช้คลื่นความถี่ การบริหารสถานี หลักการการออกอากาศ การเผยแพร่รายการการพัก การยกเลิกการให้บริการเป็นต้นนอกจากนี้ยังอนุญาตช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีรายใหม่ จำนวน 5 รายและดำเนินการต่ออายุใบอนุญาต 2 ปีให้แก่ผู้ประกอบการอีกจำนวน 3 ราย รวมถึงอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุเพิ่มเติม 60ใบ แบ่งเป็นบริการธุรกิจ 54 ใบ บริการสาธารณะ3 ใบ และบริการชุมชน 3 ใบ รวมทั้งสิ้นอนุญาตทดลองไปแล้วจำนวน 4,136 ใบ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มีแนวโน้ม กสท.เพิ่มราคาคูปองเซตทอปบ็อกซ์

  • ย้ำอาร์เอสต้องให้ดูถ่ายทอดบอลโลก 64 นัด ตามกฎมัสต์แฮฟ

    ย้ำอาร์เอสต้องให้ดูถ่ายทอดบอลโลก 64 นัด ตามกฎมัสต์แฮฟ

     วันนี้(17มี.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า อาร์เอสต้องถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย จำนวน 64 นัดการแข่งขัน ตามประกาศหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์ที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปพ.ศ. 2555 หรือ ประกาศมัสต์ แฮฟ ซึ่งกรณีที่อาร์เอส นำเสนอข่าว และประชาสัมพันธ์ว่าสามารถรับชมฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวี 2 ช่อง คือช่อง 7 และช่อง 8 ของอาร์เอส จำนวน 22นัดการแข่งขัน แต่หากประชาชนจะรับชมครบทั้ง 64 นัดการแข่งขัน ต้องชมผ่านกล่องรับสัญญาณดาวเทียมซันบ็อก ที่ทำการตลาดจำหน่ายกล่องเวิลด์คัฟ  เพื่อรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และบอลโลก  เป็นการกระทำที่ขัดต่อประกาศดังกล่าวในขณะเดียวกันศาลปกครองยังไม่มีการตัดสินกรณีที่ กรณีบริษัทอาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์  ยื่นฟ้องกสทช.ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งชะลอหรือระงับประกาศมัสต์ แฮฟ ดังนั้นประกาศยังต้องมีผลบังคับใช้ทั้งนี้หากมีการละเมิดผู้บริโภคจะมีโทษปรับ 5 ล้านบาท และปรับวันละ 1 แสนบาทตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน   หรือจนกว่าจะหยุดโฆษณาที่ไม่เป็นความจริง  นอกจากนี้อาร์เอส ช่อง 8 ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี  กสท.ยังสามารถลงโทษตั้งแต่ ปรับพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตได้อย่างไรก็ตามกสท.สามารถบังคับได้เฉพาะผู้ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยให้สำนักงานกสทช. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลให้แก่ประชาชนและส่งหนังสือให้อาร์เอส ปฎิบัติตามมัสต์ แฮฟ อย่างเคร่งครัด ให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลที่ขัดแย้งประกาศฯและแจ้งบริษัท เค มาสเตอร์ จำกัด ให้ปฎิบัติตามมาตรฐานการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ให้นำสัญญามาให้กสท.ตรวจสอบก่อนให้บริการล่วงหน้า 60 วัน สำหรับประกาศมัสต์ แฮฟกำหนดบังคับให้กีฬา 7 ชนิด สามารถรับชมผ่านฟรีทีวี  ได้แก่  1.การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือกีฬาซีเกมส์ (South-East Asian Games, SEA Games)  2.การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาคนพิการอาเซียนพาราเกมส์(ASEAN Para Games)  3.การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในทวีปเอเชียหรือเอเชียนเกมส์ (Asian Games)  4.การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาคนพิการเอเชียนพาราเกมส์(Asian Para Games) 5.การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก(Olympic Games)  6.การแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการหลายประเภทจากทั่วโลกหรือกีฬาพาราลิมปิก(Paralympic Games) และ 7. การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (FIFAWorld Cup Final)  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ย้ำอาร์เอสต้องให้ดูถ่ายทอดบอลโลก 64 นัด ตามกฎมัสต์แฮฟ