นางทรงพร โกมลสุรเดช รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า กระทรวงไอซีที ได้จัดการประชุมระดมความคิดเห็น เรื่อง “ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนผ่านระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล" ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10-11 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อดำเนินการจัดหาแนวทางรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัลของกระทรวงไอซีที ตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ณ วันที่ 23 ส.ค. 2554 ด้านนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศข้อ 3.6.4 ในเรื่องการส่งเสริมการใช้สื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ของทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน รวมถึงการพัฒนาการปรับเปลี่ยนระบบการใช้เทคโนโลยีจากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัล และตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2555 ที่ผ่านมาโดยคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงฯ เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล และเพื่อให้การทำงานของกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานทุกประเภทของภาครัฐ ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องในเชิงนโยบาย การกำกับดูแล และการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งอุตสาหกรรมแพร่ภาพกระจายเสียง อุตสาหกรรม Digital Content และอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ สอดประสานเป็นเนื้อเดียวกันไปกับการดำเนินการด้านการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิทัลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้การประชุมดังกล่าว เพื่อดำเนินการจัดหาแนวทางรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัลดังกล่าว จะส่งผลให้การดำเนินการตามนโยบายการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิทัลของภาครัฐนั้น มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด ตลอดจนภาคเอกชนสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ภายใต้การแข่งขันที่เป็นธรรม และได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอและเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ รวมทั้งประชาชนทุกคนจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการมีช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้น อย่างเท่าเทียม และทั่วถึง“ถือเป็นการระดมความคิดเห็นในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการมีระบบโทรทัศน์ดิจิทัลจากทุกภาคส่วนใน 4 มิติ คือ เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิทัลในมิติต่างๆ ร่วมตรวจสอบและเพิ่มเติมข้อมูลเบื้องต้นที่คณะวิจัยได้รวบรวมขึ้น และเสนอแนะแนวทางการรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิทัลในรายละเอียด ให้สามารถทำงานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุด” นางทรงพร กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไอซีที” หนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีระบบดิจิทัล
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

“ไอซีที” หนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีระบบดิจิทัล
-

“เอ็นฟอร์ซ” รีแบรนด์ใหม่ รับเปิด “เออีซี”
นายนักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่เอ็นฟอร์ซฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ในปี 2557 บริษัทฯ สร้างภาพลักษณ์องค์กรใหม่ รองรับการขยายธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ทั้งนี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัท และโลโก้ รวมถึงแท็กไลน์ใหม่ ภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด เพื่อง่ายต่อการจดจำ ด้วยโลโก้สีเขียวดูสดใส แสดงถึงความเป็นมิตร เนื่องจากเราจะมีการเปิดตลาดรับเออีซีสำหรับในส่วนของแท็กไลน์ “Trusted and Reliable” จะเป็นการตอกย้ำความน่าเชื่อถือและความไว้ของลูกค้า พาร์ทเนอร์ และคู่ค้า ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรในองค์กรและการให้บริการเทียบชั้นมาตรฐานโลก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายตัวไปทางภูมิภาคต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดสาขาแรกที่จังหวัดขอนแก่นภายในปีนี้โดยปีนี้ จะเน้นกลยุทธ์ทำตลาดกับพาร์ทเนอร์ในรูปแบบแนวดิ่งอย่างต่อเนื่อง เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าธนาคาร เซอร์วิส โพรวายเดอร์ และสถาบันการศึกษา ซึ่งการขายผลิตภัณฑ์ไอที ซีเคียวริตี้ต้องใช้ความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก โดยเอ็นฟอร์ซฯ ได้เข้าไปสนับสนุนการทำงาน สร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับพาร์ทเนอร์ ด้วยการคัดสรรผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจและตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างลงตัวนอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะและประสิทธิภาพของพาร์ทเนอร์ให้สามารถตอบสนองหรือช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้จัดอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนจัดกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ได้ตั้งเป้ายอดขายปี 57 ด้วยอัตราการเติบโตไว้ที่ 20% โตกว่าปีก่อนที่มียอดขาย 15% ที่มาจากส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจ ไอที ซีเคียวริตี้ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเข้าไปช่วยพัฒนาวิศวกรระบบของพาร์ทเนอร์ให้ได้การรับรองใบประกาศนียบัตรทางด้าน Next-Gen Firewall จากการทดสอบในการเข้าถึงระบบ (Penetration Test) ประมาณ 20 คน รองรับการเติบโตของไอที ซีเคียวริตี้ในปีนี้ เนื่องจากอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ ด้าน Next-Gen Firewall เป็นอุปกรณ์ที่ยังใหม่สำหรับตลาดเมืองไทย และกำลังมีอัตราการขยายตัวที่เพิ่มสูงขึ้นนายนักรบ กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมเปิดบริการให้เช่าใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับบริษัทต่างๆ ที่ไม่ต้องการลงทุนซื้ออุปกรณ์ไอทีเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายงบลงทุน ค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงาน เช่น ถ้าต้องการทำห้องคอมพิวเตอร์ ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนหลายล้านบาท เมื่อเทียบกับการใช้บริการของผู้ให้บริการ ดาต้า เซ็นเตอร์ ในราคาค่าเช่าต่อเดือนในระดับหมื่นบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอ็นฟอร์ซ” รีแบรนด์ใหม่ รับเปิด “เออีซี” -

กสทช.เผยปี 56 มีรายได้จาก กสท. ที่ 87.99 ลบ.
วันนี้ (13 มี.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ปี 2556 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.มีรายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เป็นจำนวนทั้งสิ้น 87,991,761.42 บาท โดยรายได้ดังกล่าวมาจาก ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงจำนวน 29,985,000 บาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์จำนวน 11,560,000 บาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีจำนวน 1,853,686.42 บาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ตามมาตรา 70 พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 จำนวน 41,416,990 บาท ค่าธรรมเนียมตาม พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 จำนวน 353,700 บาท รายได้จากการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ประเภท ก จำนวน 119,250 บาท และรายได้จากการออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน จำนวน 2,703,135.00 บาทสำหรับรายได้จากการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ ในระบบดิจิทัลที่ผ่านมาทั้งหมด นำส่งเป็นเงินเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะตามที่พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 กำหนดไว้ ไม่ได้เป็นรายได้ของสำนักงาน กสทช. แต่อย่างใดนายฐากร กล่าวว่า รายได้จากกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่สำนักงาน กสทช. ได้รับจะนำไปจัดสรรงบประมาณสำหรับการดำเนินงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. ในการบริหารจัดสรรคลื่นความถี่ กำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมถึงการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เผยปี 56 มีรายได้จาก กสท. ที่ 87.99 ลบ.