วันนี้(18ธ.ค.)ที่ CAT Tower บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด ( มหาชน) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ได้จัดสาธิตและทดลองการประมูลทีวีดิจิทัลเพื่อให้บริการธุรกิจ 24 ช่อง ให้สื่อมวลชนได้ทดลอง ทดสอบกระบวนการ ขั้นตอนการประมูล โปรแกรมการประมูลเสมือนจริง และในวันที่ 19-20 ธ.ค.56 จะจัดให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลได้ทดลองอีกครั้ง สำหรับบรรยากาศการทดลองประมูลครั้งนี้ ได้ทดลองประมูลช่องวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) มีใบอนุญาต 7 ใบ และมีผู้ร่วมประมูลจำนวน 16 ราย โดยเริ่มต้นจากการตรวจสัมภาระผู้เข้าร่วมประมูล ลงทะเบียนตามหมวดหมวดหมู่ และดำเนินการจับสลากโดยจะมีกสท.เป็นผู้จับสลากเพื่อเลือกผู้ประกอบการขึ้นมาจับสลากเพื่อเลือก Usermame และ Password เพื่อนำไปใช้ในการล็อกอินเข้าสู่ระบบ และจับสลากเลือกลำดับห้อง พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า เมื่อเริ่มต้นการประมูลต้องเคาะประมูลภายใน 5 นาที หากไม่เคาะตามกำหนดระบบจะตัดสิทธิ์การเข้าร่วมประมูลทันที และถูกยึดเงินประกัน 10 % ของหมวดหมู่ที่ประมูล โดยการประมูลจะใช้ระยะเวลา 60 นาที หากมีผู้เสนอราคามีผู้ชนะเกินใบอนุญาตที่กำหนดไว้ 7 ใบ จะมีการขยายระยะเวลาอีก 5 นาที โดยผู้ประมูลทุกรายสามารถเคาะประมูลต่อได้ แต่หากในกรณีที่ขยายระยะเวลา 5 นาทีแล้วเกิดไม่มีการเคาะประมูลผู้ที่ชนะเท่ากันในอันดับสุดท้ายต้องจับสลากเพื่อหาผู้ชนะการประมูล ” คาดว่าการจับสลากจะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากเมื่อมีการขยายระยะเวลา 5 นาที ผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละรายจะมีการเคาะแน่นอน เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นผู้ชนะ นอกจากนี้ในกรณีการทดลอง ทดสอบ ครั้งนี้จะช่วยให้ทราบถึงกระบวนการขั้นตอนที่เหมือนจริง ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงสิ้นสุด คาดว่าวันจริงทุกอย่างจะเรียบร้อยดี เนื่องจากมีมาตรการแก้ไขไว้พร้อมแล้ว มั่นใจไม่มีการฮั้ว และระบบซอฟต์แวร์จะไม่เกิดปัญหา” พ.อ.ดร.นที กล่าว อย่างไรสำหรับหน้าจอการประมูลจะแสดงผล ชื่อผู้ใช้งาน สถานที่การประมูล / รอบการประมูล เวลาการประมูล ข้อมูลการประมูล สถานะการประมูล และสถานะonline และ offline
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.พาสื่อมวลชนทัวร์ทดลองเคาะประมูล
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

กสท.พาสื่อมวลชนทัวร์ทดลองเคาะประมูล
-

สดร.อวดภาพแม่คะนิ้งจากยอดดอยอินทนนท์
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดารองผู้อำนวยการสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ช่วงวันที่ 11-15ธันวาคมที่ผ่านมาฝนตกหนักบนยอดดอยอินทนนท์ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของหอดูดาวแห่งชาติและยังทำให้ประชาชนที่เดินทางไปเฝ้ารอฝนดาวตกเจมินิดส์บนยอดดอยอินทนนท์ต่างผิดหวังไปตามๆกัน แต่ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาฝนได้หยุดตก ฟ้าใส อุณภูมิลดลงอย่างรวดเร็วต่ำสุดประมาณ 2-3 องศา สภาพท้องฟ้าใสเหมาะแก่การสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าเป็นอย่างยิ่ง คาดว่าช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับผู้สนใจที่จะมาชมดาวเต็มฟ้าและสัมผัสความหนาวเย็นยะเยือกที่ยอดดอยอินทนนท์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรม “เปิดฟ้า..ตามหาดาว ครั้งที่ 2” ที่ สดร. กำหนดจัดในวันที่26 ธันวาคม 2556 นี้ ที่ดอยอินทนนท์รับจำนวนจำกัด ทั้งนี้ “เปิดฟ้า…ตามหาดาว ครั้งที่ 2 ” เป็นกิจกรรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายผู้สนใจสามารถโทรแจ้งเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ 053-225569 ต่อ 305 ในวันและเวลาราชการ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สดร.อวดภาพแม่คะนิ้งจากยอดดอยอินทนนท์ -

วว.ค้นพบ 6 พืชชนิดใหม่ของโลกวงศ์ชาฤาษี
วันนี้(18ธค.56)ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)แถลงข่าวเปิดตัวการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกวงศ์ชาฤาษี จำนวน 6 ชนิด โดยนายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. เปิดเผยว่า จากการศึกษาสำรวจ และเก็บรวบรวมอนุรักษ์เชื้อพันธุกรรมพืชร่วมกับการพัฒนาธนาคารเชื้อพันธุ์พืช และธนาคารเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชทั้งที่เป็นของประเทศไทยและของต่างประเทศ ในปีนี้ นักวิจัยวว.สามารถค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกที่เป็นสมาชิกของพืชในวงศ์ชาฤาษี(FamilyGesneriaceae) จำนวน 6 ชนิด คือเศวตแดนสรวง ข้าวตอกโยนก บุหงาการะเกตุ เนตรม่วง สุดดีดาวและมาลัยฟ้อนเล็บ ซึ่งพืชทั้ง 6 ชนิดนี้มีศักยภาพในการนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นไม้ประดับที่สวยงามรวมถึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสารสำคัญเพื่อใช้ในการรักษาโรค ด้าน ดร.ปราโมทย์ ไตรบุญ นักวิจัยฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร วว.ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยธนาคารเชื้อพันธุ์พืช ผู้ค้นพบพืชดังกล่าว กล่าวว่าการค้นพบพืชดังกล่าวเป็นผลมาจากการเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งไทยถือเป็นศูนย์กลางที่มีความหลากหลายของพืชในวงศ์นี้อย่างมากโดยพบในไทยกว่า 250 ชนิดจากทั่วโลกที่มีการค้นพบพืชในวงศดังกล่าวประมาณ 3,900ชนิด ดร.ปราโมทย์ กล่าวอีกว่า พืชดังกล่าวค้นพบค่อนข้างน้อยและอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยเฉพาะสุดดีดาวซึ่งพบบริเวณโรงปูนในจังหวัดแพร่ และลำปาง ซึ่งควรแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานในพื้นที่ระมัดระวังในการคุกคามพืชดังกล่าวก่อนที่จะสูญพันธุ์ อย่างไรก็ดี วว.อยู่ในระหว่างหาแนวทางการใช้ประโยชน์ของพืชชนิดใหม่ของโลกทั้ง 6ชนิดเนื่องจากมีความสวยงามของทั้งดอกและทรงต้นเหมาะสำหรับการพัฒนาเป็นไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะไม้กระถาง ทดแทนการนำเข้าพันธุ์ไม้จากต่างประเทศรวมถึงเตรียมตรวจสอบหาสารสำคัญซึ่งอาจจะมีคุณสมบัติที่สามารถใช้รักษาโรคหรือปรับสมดุลของร่างกายได้ นอกจากนั้นยังได้หาแนวทางในการขยายพันธุ์ให้ได้เป็นปริมาณมากจากการเพาะเมล็ดอีกด้วย สำหรับ เศวตแดนสรวง (Paraboea middletonii Triboun) เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีขึ้นเกาะบนหิน ลำต้นตั้งตรง สูง 10-30 ซม.ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ชิดติดกันบริเวณส่วนปลายของลำต้นดอกสีขาวบานช่วงต้นเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดน่าน ขึ้นบนเขาหินปูนในร่มรำไร ที่ความสูง 1,000-1,300 ม. จากระดับน้ำทะเล ข้าวตอกโยนก (Microchirita albiflora D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว ลำต้นฉ่ำน้ำ สีเขียวอ่อน ใบเรียงตรงข้ามดอกสีขาวบานช่วงต้นเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดเชียงราย(อำเภอแม่ฟ้าหลวงและอำเภอแม่สาย) ที่ความสูง 500-1,000 ม.จากระดับน้ำทะเล บุหงาการะเกตุ (Microchirita karaketii D.J. Middleton& Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียวสูงได้ถึง 60 ซม. ใบเรียงตรงข้าม ช่อดอกเกิดบนใบ ดอกสีขาวมีแต้มสีม่วงและสีเหลืองบานช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอเชียงดาว)พบตามป่าผลัดใบแบบผสม ตามภูเขาหินปูน ที่ความสูง 530-750 ม. จากระดับน้ำทะเล เนตรม่วง (Microchiritapurpurea D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว สูง 0.25-1 ม. ใบเรียงตรงข้าม ช่อดอกเกิดบนใบ ดอกสีม่วงบานช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมค้นพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ในเขตจังหวัดจันทบุรี (อำเภอแก่งหางแมว)พบตามหน้าผาหินปูนแบบเปิดหรือบริเวณปากถ้ำ สุดดีดาว (Microchiritasuddeei D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว ตั้งตรง สูงได้ถึง 40 ซม. ใบเรียงตรงข้าม แผ่นใบบางรูปไข่ ช่อดอกเกิดบนใบที่รอยต่อของก้านใบกับแผ่นใบดอกสีขาวนวลหรือสีมาวงอ่อนบานช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดแพร่(อำเภอร้องกวาง) และจังหวัดลำปาง (อำเภองาว อำเภอแจ้ห่มและบ้านสา)พบตามหินปูนในป่าดิบแล้งและป่าผลัดใบแบบผสม ที่ความสูง 200-600 ม. จากระดับน้ำทะเล และมาลัยฟ้อนเล็บ (Microchiritawoodii D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว ลำต้นสูงได้ถึง 50 ซม. ใบเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ ช่อดอกเกิดบนใบ ดอกสีเหลืองอ่อนมีแต้มสีน้ำตาลแดงบานช่วงต้นเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดน่าน (อำเภอเมือง) ขึ้นตามเขาหินปูนในป่าดิบแล้งและป่าผลัดใบ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วว.ค้นพบ 6 พืชชนิดใหม่ของโลกวงศ์ชาฤาษี