ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • ผู้เชี่ยวชาญโรคสมอง-นักเทคโนโลยีพลังงาน2 นักวิจัยแกนนำสวทช.จากจุฬาฯ และมจธ. – ฉลาดคิด

    ผู้เชี่ยวชาญโรคสมอง-นักเทคโนโลยีพลังงาน2 นักวิจัยแกนนำสวทช.จากจุฬาฯ และมจธ. – ฉลาดคิด

    ให้ทุนไปแล้วกว่า 100 ล้านบาทกับโครง การทุนนักวิจัยแกนนำ ซึ่งเป็นการสนับสนุนโครง การวิจัยขนาดใหญ่ของสำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2552 เพื่อสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ที่มีศักยภาพ เป็นแกนนำให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม สามารถดำเนินงานวิจัยอย่างราบรื่น รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และเป็นแกนในการผลิตบุคลากรวิจัยสู่วงการวิชาการอย่างต่อเนื่อง ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. บอกว่า ปัจจุบันให้ทุนนี้ไปแล้ว 7 โครงการ ทุนละ 20 ล้านบาท สำหรับปีนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นสมควรมอบทุนดังกล่าวแก่ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากโครงการวิจัยเรื่อง “บทบาทของสัตว์ แมลง ในการก่อโรค กลไกเชื้อและการรักษา” และ ศ.ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จากโครงการวิจัยเรื่อง “การเพิ่มการถ่ายเทความร้อนเชิงนวัตกรรมสำหรับอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนในอนาคต” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคทางด้านสมองของประเทศไทย และเป็นผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรมโรคติดเชื้อไวรัสสัตว์สู่คน และศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บอกว่า ปัจจุบันโรคที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สามารถสืบค้นสาเหตุได้เพียง 50% เนื่องจากการวิเคราะห์เชื้อจำกัดอยู่ที่เชื้อที่มีชื่อในสารระบบเฝ้าระวัง และสถิติการเกิดโรคก็มีแนวโน้มต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากการไม่เห็นความสำคัญของการรายงาน โครงการนี้จึงมุ่งที่จะศึกษาความหลากหลายของเชื้อ การพัฒนาและสร้างแบบจำลองการทำนายการเกิดโรคระบาด การพัฒนาวิธีการวินิจฉัยโรคและระบบเฝ้าระวังโรคเชื้อไวรัส การศึกษากลไกของไวรัสพิษสุนัขบ้าและพัฒนาวิธีการป้องกัน เพื่อเพิ่มความตระหนักในวงการแพทย์ในโรคที่มาจากสัตว์สู่คน ทำให้สามารถวิเคราะห์สาเหตุได้ด้วยวิธีการที่ง่าย ๆ ใช้ได้ทั่วไป และเป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้จากการรวบรวมพฤติกรรมสัตว์ในการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน ความสามารถอันหลากหลายของแมลงในการเพาะบ่มเชื้อต่าง ๆ และกระบวนการของไวรัสที่ทำให้โรคมีความรุนแรงในระดับต่างๆ เพื่อนำไปสู่การป้องกัน รักษาและควบคุมโรคอย่างได้ผลในอนาคต ด้าน ศ.ดร.สมชาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการสร้างอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน บอกว่า อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนถือเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในเครื่องจักรที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ถ้าอุปกรณ์ถูกออกแบบอย่างเหมาะสม การถ่ายเทความร้อนก็จะมีประสิทธิภาพ ผลที่ได้ก็คือการประหยัดพลังงานหรือการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า โครงการจึงมุ่งที่จะพัฒนาและประดิษฐ์อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนรูปแบบต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทั้งการเพิ่มพื้นที่ผิวของการถ่ายเทความร้อนโดยใช้ครีบหรือฟิน ประเภทต่าง ๆ และศึกษาลักษณะเฉพาะในการไหลของสารทำความเย็นทางเลือกใหม่ทั้งจากการทดลองและการพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ รวมถึงศึกษาการไหลนาโนเพื่อใช้ในอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนขนาดเล็ก ผลงานนี้ถือเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ของการออกแบบและปรับปรุงอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพื่อใช้กับภาคอุตสาหกรรมต่อไป. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้เชี่ยวชาญโรคสมอง-นักเทคโนโลยีพลังงาน2 นักวิจัยแกนนำสวทช.จากจุฬาฯ และมจธ. – ฉลาดคิด

  • “ทรู อินคิวบ์” ดัน “ทีมถามครู.com” สตาร์ทอัพรายแรกของโครงการ

    “ทรู อินคิวบ์” ดัน “ทีมถามครู.com” สตาร์ทอัพรายแรกของโครงการ

    วันนี้(20พ.ย.) ที่อาคารทรู ทาวเวอร์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าว ทรู อินคิวบ์ เสริมแกร่งสตาร์อัพ “ทีมถามครู.com” โดยนายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้อำนวยการบริการ ทรู อินคิวบ์ กล่าวว่า โครงการทรูอินคิวบ์ เป็นโครงการที่ทางกลุ่มทรูตั้งใจสนับสนุนสตาร์อัพ หรือกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ของไทยให้สามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้สามารถสร้างธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งทีม ทีมถามครู.com เป็น 1 ใน 6 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกและมีผลงานที่โดดเด่นจนสามารถเป็นสตาร์อัพกลุ่มแรกที่พัฒนาแอพลิเคชั่นถามครู(Taamkru) ในระบบปฎบัติการไอโอเอส เพื่อใช้งานผ่านไอแพด จนเป็นผลสำเร็จได้และเปิดให้ผู้ที่สนใจดาวน์โหลดผ่านแอพสโตร์ได้แล้ว ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ รองผู้อำนวยการและหัวหน้าศูนย์นวัตกรรมบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แอพพลิเคชั่นถามครูเป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการศึกษาที่เป็นคลังข้อสอบระดับอนุบาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยกลุ่มทรูเตรียมผลักดันให้สามารถนำไปดำเนินธุรกิจในเชิงพาณิชย์ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันการศึกษาระดับอนุบาลในพื้นที่ กทม. 200-300 แห่ง และโรงเรียนในโครงการปลูกปัญญาอีก 5-6 พันแห่งทั่วประเทศ รวมถึงผู้ปกครองที่ต้องการเพิ่มศักยภาพให้ลูกโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปเรียนโรงเรียนกวดวิชา ด้าน ดร.หม่อมหลวง จันทน์กฤษณา ผลวิวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและตัวแทนจากทีมถามรูป.com กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของถามครูมาจากการทำเว็บไซต์ถามครู.com ซึ่งเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน 10 เดือนมียอดผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 3 แสนราย และมีอัตราการอยู่ในเว็บมากกว่า 15 นาที ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยเว็บไซต์ทั่วไปที่อยู่ที่ 5-6 นาทีเท่านั้น สำหรับแอพพลิเคชั่นมีเนื้อหาข้อมูลที่ผู้ปกครองสามารถใช้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็กเพื่อใช้สอบเข้า ป.1 ได้ โดยมีข้อสอบมากกว่า 1 หมื่นข้อ สามารถวัดผลกับเด็กคนอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน จังหวัด หรือประเทศได้ เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลพื้นที่การใช้งานของยูเซอร์ และสามารถประเมินความก้าวหน้าของเด็กได้ ล่าสุดได้ทำการจัดแข่งขันถามครู ออนไลน์ ไอคิว แอนด์ แมตซ์ ชาเลนจ์ เอเชีย ซึ่งเป็นเวทีประลองไอคิวและทักษะทางคณิตศาสตร์ระดับอนุบาลชิงแชมป์เอเชีย โดยจะใช้ข้อสอบ TKAT ที่ทางทีมถามครูจัดทำขึ้น โดยมีรางวัลชนะเลิศ คือ ถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมทุนการศึกษา ผู้ปกครองที่สนใจสามารถสมัครทางออนไลน์ได้ที่ www.taamkru.com/asia ถึงวันที่ 15 ธ.ค.2556

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ทรู อินคิวบ์” ดัน “ทีมถามครู.com” สตาร์ทอัพรายแรกของโครงการ

  • กสทช.ลงเอ็มโอยูโปแลนด์-ตุรกีแชร์ข้อมูลรองรับประมูลทีวีดิจิทัลและ4จี

    กสทช.ลงเอ็มโอยูโปแลนด์-ตุรกีแชร์ข้อมูลรองรับประมูลทีวีดิจิทัลและ4จี

    วันนี้ (20พ.ย.) ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ(เอ็มโอยู)กับองค์กรกำกับดูแลทางด้านโทรคมนาคมและด้านกระจายเสียง 2 ประเทศ คือ ประเทศโปแลนด์ และประเทศตรุกี โดยการลงเอ็มโอยูดังกล่าวจะเป็นการช่วยเหลือด้านข้อมูล และด้านบุคคลากรที่จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะมีการประมูลทีวีดิจิทัล รวมถึงการศึกษาเตรียมความพร้อมในการนำคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ ที่หมดสัญญาสัมปทานกลับมาประมูล4 จี ดังนั้นทั้ง 2 ประเทศจะมาช่วยอธิบาย นำเสนอปัญหาที่พบแต่ละประเทศมาเป็นกรณีศึกษาให้กับประเทศไทย “เป็นเรื่องน่ายินดีที่จะมีการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานระหว่างประเทศ โดยการใช้โอกาสในงาน ไอทียู เทเลคอม เวิล์ด( ITU Telecom World ) ครั้งนี้ เป็นการพบปะผู้นำของแต่ละประเทศ และยังมีประเทศที่สนใจร่วมลงเอ็มโอยู อาทิ แคนาดา ปาเลสไตน์ อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น “นายฐากรกล่าว ในขณะเดียวกันในงาน ไอทียู เทเลคอม เวิล์ด กสทช.ได้จัดบูธนำเสนอเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนคือ 1.กิจกรรมทางด้านบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO)ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงทั้งการใช้งานระบบเสียง และอินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียม 2. การอธิบายกฎเกณฑ์ หลักการ กำกับดูแลของกสทช. 3.เรื่องการประมูลคลื่นความถี่1800 เมกะเฮิร์ตเพื่อให้บริการ เทคโนโลยีแอลทีอี หรือ4 จี และ4.การเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบอะนาล็อกไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล โดยทั้งหมดนี้ประชาชน ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติจะได้รับข้อมูลจากกสทช.ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและวิทยุ-โทรทัศน์ อีกด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ลงเอ็มโอยูโปแลนด์-ตุรกีแชร์ข้อมูลรองรับประมูลทีวีดิจิทัลและ4จี