วันนี้(24 ก.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายวิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเจริญยิ่ง (8888) เปิดเผยว่า ยื่นหนังสือต่อนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เพื่อขอขยายเวลาการยุติการนำเอาช่อง3 อนาล็อกออกจากเคเบิลออกไปอีก 30 วัน จากเดิมที่จะครบกำหนดจดดำในวันที่ 30ก.ย.นี้ เนื่องจากเจริญเคเบิลไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์จอดำแต่ต้องดำเนินการตามคำสั่งของกสท.ซึ่งเป็นผู้ให้ใบอนุญาตดังนั้นเจริญเคเบิลจึงเยียวยาสมาชิกซึ่งมีจำนวนกว่า 5แสนราย โดยการให้สมาชิกซื้อเสาก้างปลา ในราคา 350 บาท ไปติดตั้งเอง หรือ ซื้อเสาก้างปลา พร้อมบริการติดตั้งในราคา 500 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า โดยในขณะนี้มีลูกค้าประสงค์ต้องการติดตั้งจำนวนหลักหมื่นด้านนายมานพ โตการค้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอพีเอ็ม เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส ผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียม เปิดเผยว่า เตรียมฟื้นกำลังผลิตเสาก้างปลา เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับผู้ชมที่เป็นสมาชิกโครงข่ายดาวเทียม ถือเป็นหนึ่งในแผนการรับมือหากช่อง 3 อนาล็อก จะต้องจอดำบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลตั้งแต่ 30 ก.ย. เป็นต้นไปทั้งนี้ บริษัทมีโรงงานผลิตเสารับสัญญาณทีวีดิจิทัล ที่ได้เตรียมผลิตไว้รองรับกับกล่องทีวีดิจิทัล 690 บาท ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนมาผลิตเสาก้างปลาก่อนได้ให้ทันกับความต้องการของตลาด โดยมีกำลังผลิตเฉลี่ย 2 แสนชุดต่อเดือน และคาดว่าจะจำหน่ายที่ราคาประมาณ 300 บาทนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เปิดเผยว่า ขณะนี้กสทช.ได้ให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายไปศึกษาข้อกฎหมายตามที่ช่อง 3 ได้ยื่นขอทบทวนติกสท. และมาตรการคุ้มครองหากช่อง 3 จอดำที่จะประขุมกันได้ในวันที่ 29 ก.ย.นี้ โดยจะทำงานคู่ขนานไปพร้อมกับกสท.ที่เจรจากับช่อง3 หากยังไม่มีข้อสรุปกสทช.จะเรียกประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 30 ก.ย.ต่อไปอย่างไรก็ตามกสทช.ยังรับหนังสือจากชมรมโครงข่ายทีวีดาวเทียม ที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านมติกสท.ที่ให้มีการจัดเรียงช่องใหม่โดยกำหนดให้ช่อง 1-36 เป็นทีวีดิจิตอลจากนั้นเป็นช่องดาวเทียม ซึ่งทางชมรมเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ได้ลงทุน โดยกสทช.จะนำไปประกอบรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เคเบิล ดาวเทียมรับมือช่อง 3จอดำ คืนชีพเสาก้างปลา
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

เคเบิล ดาวเทียมรับมือช่อง 3จอดำ คืนชีพเสาก้างปลา
-

ไอซีที เผย 4 รายชื่อคณะทำงานร่วมแก้กฏหมาย กสทช.
วันนี้(24ก.ย.) ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการร่วมของกระทรวงไอซีทีที่ต้องหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อทำหน้าที่หารือถึงแนวทางและหน้าที่การทำงานของกสทช.และไอซีที ไม่ให้มีความทับซ้อนกันในหลายด้าน ประกอบด้วย นางทรงพร โกมลสุรเดช รองปลัดกระทรวงไอซีที นางอารีวรรณ ฮาวรังษี ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ นายสมศักดิ์ ศุภจิราวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย โดยมีตนเป็นประธานคณะทำงานผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่รายชื่อคณะกรรมการฝั่งสำนักงาน กสทช. ประกอบด้วยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. และผู้เชี่ยวชาญพิเศษของกสทช.โดยคาดใช้เวลา 2 เดือนจะได้แนวทางและข้อสรุป เพื่อนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และภายในต้นปีหน้าจะได้ข้อสรุปในแนวทางการทำงานที่ชัดเจนและการแก้กฏหมายเพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปสำหรับคณะกรรมการร่วมชุดนี้จะดำเนินการแก้กฎหมายต่างๆ ทั้งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553พระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551พระราชบัญญัติประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 อาทิ การแก้พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯกฏหมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีที เผย 4 รายชื่อคณะทำงานร่วมแก้กฏหมาย กสทช. -

สพธอ.จับมือเนติบัณฑิตยสภาออกหนังสือรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์
นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)หรือสพธอ. เปิดเผยว่า สพธอ.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ระบบให้บริการออกหนังสือรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์(e-Certificate) กับ เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจากข้อมูลสถิติเบื้องต้น พบว่า การออกใบรับรองของเนติบัณฑิตยสภาด้วยกระดาษมีถึง 20,000 ใบต่อปีซึ่งถือว่ามากพอสมควร สพธอ.ซึ่งมีภารกิจหลักในการพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงปลอดภัย จึงได้ให้ความร่วมมือกับเนติบัณฑิตยสภา เพื่อร่วมกันปรับปรุงฐานข้อมูลสมาชิกของเนติบัณฑิตยสภาให้สามารถบริหารจัดการได้ณ จุดเดียวและสามารถขอหนังสือรับรองผ่านระบบให้บริการออกหนังสือรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate)ซึ่งเป็นการขอใบรับรองผ่านช่องทางออนไลน์ และสามารถเลือกได้ว่าจะมารับด้วยตนเองที่เนติบัณฑิตยสภาหรือรับทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่จัดส่งด้านพลตำรวจเอกดรุณ โสตถิพันธุ์ เลขาธิการเนติบัณฑิตยสภาและนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา กล่าวว่าเนติบัณฑิตสภา มุ่งหวังให้ระบบ e-Certificate นี้เป็นรากฐานการพัฒนาโครงสร้างของระบบบริหารจัดการและการให้บริการของหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพสร้างความน่าเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวิชาชีพกฎหมาย รวมทั้งจะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนระบบศาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Court) ที่ทำงานเชื่อมโยงร่วมกันได้ในอนาคตทั้งนี้เนติบัณฑิตยสภาจะดำเนินการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนสมาชิกให้เป็นฐานข้อมูลเดียวที่มีความถูกต้องพร้อมเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลของเนติบัณฑิตยสภากับระบบการออกหนังสือรับรองตลอดจนระบบงานอื่นๆ ที่ สพธอ.จะพัฒนาขึ้นภายใต้ขอบเขตของความร่วมมือนี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สพธอ.จับมือเนติบัณฑิตยสภาออกหนังสือรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์