ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (22 ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าหนาแน่นในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลักดันให้มีแรงซื้อเก็งกำไรต่อเนื่องหลังบรรยากาศการลงทุนตลาดทั่วภูมิภาคปรับตัวดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันอัตราปิดกำไรต่อหุ้น(พีอี) เริ่มอยู่ในระดับสูงกว่า 16 เท่า กดดันให้มีแรงเทขายทำกำไรลดความเสี่ยงเป็นระยะ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,591.50 จุด เพิ่มขึ้น 6.59 จุด หรือ 0.42% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21,680.05 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 กันยายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 6.59 จุด
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 กันยายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 6.59 จุด
-

ราคาทองคำ 22 ก.ย.57
วันที่ 22 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.20น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ18,950 บาท รับซื้อ 18,176.84 บาท ทองแท่งขาย18,550 บาท รับซื้อ18,450 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ18,950 บาท รับซื้อ 18,176.84 บาท ทองแท่งขาย18,550 บาท รับซื้อ18,450 บาท เวลา 09.20น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 22 ก.ย.57 -

สุดช้ำเงินเดือนจบป.ตรีไม่ขยับ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นักวิจัยอาวุโส มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลตอบแทนของแรงงานที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีของไทยได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่เรียนจบปริญญาตรี และมีงานทำจะได้รับเงินค่าตอบแทนห่างจากผู้ที่เรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้นถึง 3 เท่า แต่ขณะนี้ช่องว่างดังกล่าวได้ลดลงเหลือเพียง 2.4 เท่า แสดงให้เห็นว่า การจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีไม่ได้ช่วยให้แรงงานได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม มีเหตุผลหลักมาจาก ค่านิยมของคนไทยที่เน้นเรียนปริญญาตรีมากเกินไปจนล้นตลาด ทำให้นายจ้างไม่มีแรงจูงใจที่จะเพิ่มค่าตอบแทนให้มากพอตามวุฒิการศึกษาของลูกจ้างที่เรียนจบระดับปริญญาตรี “ผลตอบแทนที่ลดลง เพราะการผลิตปริญญาตรีมีมากเกินไป และไม่ได้ตรงตามความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันนอกจากกจะได้รับเงินเดือนลดลงแล้ว สั่งที่ตามมาคือคุณภาพของผู้ที่จบการศึกษาในระดับกดังกล่าวก็ลดลงตามมาด้วย โดยแนวทางแก้ไขคือ ภาครัฐต้องสนับสนุนอย่างจริงจัง สร้างแรงจูงใจให้เด็กสนใจเข้ามาเรียนสายอาชีพ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น เพราะหากเป็นอย่างนี้ต่อไป ปัญหาจะตามมาอีกหลายอย่าง” ทั้งนี้สิ่งที่รัฐควรให้ความสำคัญ คือ ต้องปฏิรูประบบการศึกษา ซึ่งถือเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลำความเหลื่อมล้ำของประชากรได้ในระยะยาว เพราะหากไม่เร่งแก้ไขให้ได้ภายใน 5-10 ปีจากนี้ เชื่อว่า จะเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจน คือ บางประเทศที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำน้อยระบบเศรษฐกิจก็ขยายตัวได้ในอัตราสูง นอกจากนี้ยังต้องแก้ปัญหาเรื่องของสาธารณสุข ให้มีพื้นฐานของระบบประกันสุขภาพที่ดี เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากรให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สุดช้ำเงินเดือนจบป.ตรีไม่ขยับ