นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. จะทบทวนคาดการณ์การส่งออก ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ครั้งต่อไป วันที่ 17 ก.ย.นี้ อย่างไรก็ดีเชื่อว่า แม้ว่าจะปรับคาดการณ์ส่งออกลง ก็จะไม่กระทบกับตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ เนื่องจากยังมีตัวอื่นมาช่วย โดยยังคาดว่าจีดีพีปีนี้จะโต 1.5%
"แม้จะลดคาดการณ์ส่งออกลง ก็คงจะลงไม่มาก เพราะคาดการณ์เดิมก็ไม่ได้สูงอยู่แล้ว และเมื่อการส่งออกปรับตัวลดลง การนำเข้า สินค้าก็ลดลงไปด้วย เพราะฉะนั้น การส่งออกที่ลดลง จึงไม่ได้มีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจมากนัก ส่วนตัวเลขคาดการณ์การส่งออกใหม่ จะขึ้นอยู่กับผลของแต่ละปัจจัยที่ออกมา ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกล่าสุด 7 เดือนของธปท. ที่ยังหดตัว 0.2% รวมถึงข้อมูล เศรษฐกิจและการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งทั้งตลาดจีนและเอเชีย ยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ตลาดยุโรปที่ทรงตัว มีเพียงตลาดสหรัฐอเมริกาที่ขยายตัวดี และยอมรับว่าเป็นห่วงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัวช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน”
ทั้งนี้ ธปท.ต้องติดตามแรงกระตุ้นภายในประเทศที่จะเข้ามามีส่วนชดเชยภาคการส่งออก ซึ่งจะพิจารณาการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 หลังจากจัดทำได้ตามปกติแล้ว ความต้องการภายในประเทศที่ดีขึ้น การลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาชดเชยภาคการส่งออกที่ชะลอตัวลงได้
นอกจากนี้ ธปท.จะจัดงานสัมมนาวิชาการ ประจำปี 57 เรื่อง มิติใหม่ของภาคการเงินเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนระหว่างวันที่ 16-17 ต.ค.นี้ เพื่อระดมสมอง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงประสิทธิภาพ และเสถียรภาพของระบบการเงิน เพื่อให้ภาคการเงินช่วยสนับสนุนศักยภาพของเศรษฐกิจ และหารือข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการและประชาชน รวมทั้งกรณีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นอาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งจะมีการเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.เล็งหั่นเป้าหมายการส่งออก
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ธปท.เล็งหั่นเป้าหมายการส่งออก
-

“ประยุทธิ์”เร่งเครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจ
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการใช้งบประมาณในปี 57 และ 58 โดยให้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ และให้ประเมินผลการใช้จ่ายทุก 3 เดือน เพื่อให้งานต่าง ๆ เดินหน้าได้ตามแผน ไม่มีการทุจริตสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชน โดยเน้นการใช้จ่ายงบประมาณปี 58 ตั้งแต่ไตรมาสแรก เพื่อให้มีเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจทันทีร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง ได้รายงานมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ 58 โดยสำนักงบฯ ตั้งเป้าหมายภาพรวมต้องเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 96% ส่วนงบลงทุนต้องเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 87% โดยในไตรมาสแรกต้องเบิกจ่ายงบลงทุนให้ไม่ต่ำกว่า 35% ส่วนไตรมาสที่เหลือ ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 20% พร้อมทั้งทุกหน่วยงานจัดลำดับความสำคัญโครงการก่อนนำมาเสนอให้รัฐบาลทราบ โดยหัวหน้าคสช.ยังสั่งการเพิ่มให้ทุกหน่วยงานห้ามปรับเปลี่ยนแผนงานข้ามประเภทที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และถ้าใช้งบประมาณไม่ได้ตามแผนจะปรับลดงบประมาณของหน่วยงานนั้นลงในปีงบประมาณต่อไปทันที“หัวหน้าคสช.ยังเร่งรัดโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น การซ่อมแซมสถานที่ต่างๆ ของส่วนราชการ โดยอยากเร่งรัดงานออกมาตั้งแต่ในไตรมาสแรก รวมทั้งให้เน้นการจัดประชุมสัมมนาในประเทศ ให้ประชาชนในท้องที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในประเทศ ขณะที่การจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ หากมีแผนซื้อล่วงหน้าอยู่แล้วก็ให้ดำเนินการทันที แต่ก็ให้มีความโปร่งใสด้วย”ด้านนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า คสช. ได้เห็นชอบมาตรการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 58 วงเงิน 2.57 ล้านล้านบาท โดยเร่งรัดการก่อหนี้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างให้ได้ภายในวันที่ 25 ธ.ค. 57 และเร่งเบิกจ่ายงบการฝึกอบรม ประชุมสัมมนาให้ได้ไม่น้อยกว่า 50% ของงบที่ได้รับจัดสรรภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 58 โดยการจัดซื้อจัดจ้าง กรมฯ ได้มีหนังสือเวียนไปถึงหน่วยราชการต่าง ให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า ทั้งการทำรายละเอียดโครงการ จัดประมูลหาผู้รับเหมาโครงการ เพื่อให้พร้อมที่จะดำเนินการเซ็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ทันทีตั้งแต่งบประมาณ 58 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค.57 รวมถึง หน่วยงานต่างๆ ต้องรายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างให้กรมบัญชีกลางภายในวันที่ 30 ธ.ค.57 เพื่อรายงานให้ครม. รับทราบผลคืบหน้าขณะเดียวกันยังได้เห็นชอบให้หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัด ติดตามกำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดให้เร่งเบิกจ่ายอย่างเคร่งครัด รวมถึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยตั้งคณะกรรมการในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมของจังหวัด อย่างไรก็ตามงบประมาณปี 58 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวงเงิน 2.57 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 250,000 ล้านบาท เป็นงบลงทุน 450,000 ล้านบาท คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 4% ต่อปี เงินเฟ้อทั่วไป 2.3%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประยุทธิ์”เร่งเครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจ -

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 กันยายน 2557 ปิดบวก 3.25 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2ก.ย.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน โดยตลาดยังคงตอบรับข่าวดี จากการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ผลักดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะสั้น เริ่มมีแรงขายทำกำไร และเข้าสู่แนวโน้มปรับฐาน ประกอบกับความกังวลสถานการณ์ในยูเครน ยังคงกดดันภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นระยะ ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด1,572.32 จุดและลดลงต่ำสุด 1,565.36 จุด จนมาปิดตลาดที่1,568.60 จุด เพิ่มขึ้น 3.25จุดหรือ0.21%ด้วยมูลค่าซื้อขาย41,377.40 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.ธ.ทหารไทยปิดที่3.12บาทเพิ่มขึ้น 0.08 บาท2.เด็มโก้ ปิดที่15.50บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท3.โทรีเซนไทยปิดที่23.60บาทเพิ่มขึ้น 0.60 บาท4.ธ.กรุงเทพปิดที่212.00บาทเพิ่มขึ้น 2.00 บาท5.ธ.ไทยพาณิชย์ปิดที่192.00บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 กันยายน 2557 ปิดบวก 3.25 จุด