นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้เตรียมแผนเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อพยายามให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 2% ซึ่งมีมาตรการที่คิดไว้จำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมทั้ง การปฏิรูปภาษีของประเทศทั้งระบบ เพื่อทำให้ระบบภาษีของไทยไม่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษี อย่างไรก็ดี จะเข้าทำงานกระทรวงการคลังวันที่ 5 ก.ย. นี้ และเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพื่อมอบนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทันทีนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้เรียกประชุมผู้บริหาร เพื่อทำยุทธศาสตร์และโรดแมปการบริหารเศรษฐกิจให้นายสมหมาย รมว.คลัง คนใหม่ พิจารณา ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์เร่งด่วน ซึ่งส่วนใหญ่ได้ดำเนินการไปหมดแล้ว ช่วง 3 เดือน ที่คณะรักษาความสวบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ด้านยุทธศาสตร์ระยะปานกลางที่ต้องดำเนินการภายใน 1 ปี โดยมีเรื่องที่สำคัญคือการปฏิรูปภาษี และยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ต้องเนินการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ โดยมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปทำรายละเอียดให้ชัดเจนว่า จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเท่าไร มีผลต่อรายได้ของประเทศอย่างไร และสร้างความเป็นธรรมให้กับคนในสังคมมากน้อยแค่ไหน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

เร่งออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
-

เว้นภาษีเศรษฐกิจพิเศษ 8 ปี
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการพิจารณาสิทธิประโยชน์ทาง ภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง ประกอบด้วย อ.แม่สอด จ.ตาก,อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว,อ.คลองใหญ่ จ.ตราด, จ.มุกดาหาร และ อ.สะเดา จ.สงขลา และได้สรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเป็นผู้เขียนเงื่อนไขและส่งให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (ก.ร.อ.) รับทราบต่อไป ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์เขตเศรษฐกิจพิเศษ จะให้เป็นแพกเกจ ทั้งการเว้นภาษีซึ่งจะให้เท่ากับการไปลงทุนในเขตฟื้นที่ 3 ของบีโอไอ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีนิติบุคคล 8 ปี และบวกเพิ่มให้อีก 3-5 ปี แต่อาจจะเป็นการเว้นภาษีนิติบุคคลให้ 50% เท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดเหมือน 8 ปีแรก ส่วนจำนวนปีที่จะได้ลดภาษีเพิ่มขึ้นอยู่กับธุรกิจที่จะไปลงทุน หากเป็นภาคธุรกิจที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมก็จะได้รับการยกเว้นภาษีมากกว่าธุรกิจที่รัฐบาลไม่สนับสนุน นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ยังจะได้รับการปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟโลน) รวมถึงในกรณีผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก็จะให้ทางบรรษัทค้ำประกันอุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าไปช่วยค้ำประกันให้ สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษจะพิจารณาควรให้ประกาศพื้นที่เป็นอำเภอ เพื่อให้สะดวกในการกำกับดูแล ซึ่งผู้ประกอบการที่จะมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษยังต้องขออนุญาตกับบีโอไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เว้นภาษีเศรษฐกิจพิเศษ 8 ปี -

โลว์คอสต์แห่ใช้สนามบินดอนเมือง
นายเกษม วงษ์สมศรี รักษาการรองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (สายสนับสนุนธุรกิจ)เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปีนี้มีสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์)ในภูมิภาคเอเชียหลายแห่ง สนใจมาเปิดให้บริการที่สนามบินดอนเมือง โดยตั้งแต่วันที่1 ก.ย.ที่ผ่านมา มีสายการบินสกู๊ตจากสิงคโปร์ได้ให้บริการแล้ว เส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ที่ดอนเมืองแล้ว และในช่วงไตรมาส 4 สายการบินนกสกู๊ตซึ่งเป็นการรวมทุนระหว่างสายการบินนกแอร์ของไทย กับสกู๊ตจะมาให้บริการเพิ่มเติมอีกนอกจากนี้ ยังมีสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆแสดงความสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ สายการบินโกลเดนท์ เมียนมาร์ สายการบินไทเกอร์ของไต้หวัน สายการบินสไปรท์ จากอินเดีย สายการบินเวีย เจ็ท จากเวียดนาม สายการบินโลวคอสต์จากญี่ปุ่นรวมถึงสายการบินไทยสมายล์ ก็จะย้ายมาอยู่ดอนเมืองอย่างเต็มตัวจึงคาดว่าจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินดอนเมืองปีนี้จะเติบโตถึง 20-30% มีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า18 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อนที่อยู่ที่ 16 ล้านคน เต็มความจุสนามบินพอดีอย่างไรก็ตามขณะนี้สนามบินดอนเมืองกำลังอยู่ระหว่างเร่งโครงการขยายความจุสนามบินเพิ่มอีก12 ล้านคน รวมเป็น 30 ล้านคน ให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้เพื่อให้มีศักยภาพรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในประเทศและการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมีสายการบินทั่วโลกหันมาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการบินมากขึ้นด้านนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสายการบินนกแอร์ กล่าวว่าแนวโน้มการแข่งขันของสายการบินต้นทุนที่ดอนเมืองยังน่าจะแข่งขันกันดุเดือดต่อไปเนื่องจากขณะนี้ปริมาณเครื่องบินที่ให้บริการมากกว่าความต้องการของผู้โดยสาร ประกอบกับหลายสายการบินหันมาเปิดให้บริการที่ดอนเมืองมากขึ้นทำให้หลังจากนี้ยังเห็นการแข่งขันในด้านราคาถูกกันอยู่ ซึ่งบางรายให้บริการแค่เที่ยวบินกว่า800 บาทเท่านั้น ส่วนปีหน้าอาจเห็นการขยับขึ้นค่าตั๋วโดยสารได้หากความต้องการของผู้โดยสารเติบโตขึ้นมาใกล้เคียงกับจำนวนเที่ยวบินส่วนการเปิดให้บริการสายการบินนกสกู๊ตซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างนกแอร์ กับสกู๊ตจะเปิดทำการบินแน่นอนในปลายปีนี้ โดยมีเส้นทางบินหลักไปทางตอนเหนือของเอเชียเช่น เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน เพราะประเทศเหล่านี้คนไทยส่วนใหญ่นิยมไปอีกทั้งญี่ปุ่น และเกาหลี ยังไม่ต้องทำวีซ่าอีกด้วยจึงน่าจะมีโอกาสเติบโตได้สูงแม้จะต้องแข่งขันกับหลายสายการบินหลายแห่งก็ตามขณะเดียวกันตั้งแต่เดือนต.ค.นี้ นกแอร์ จะร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร ไทยสมายล์ในการกำหนดแผนการตลาด และเส้นทางบินร่วมกันซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้มีโอกาสธุรกิจใหม่เพิ่มเกิดขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โลว์คอสต์แห่ใช้สนามบินดอนเมือง